มุมที่แตกต่างของนักบริหารรุ่นใหม่

16 August 2018






กับงาน SE ด้านสิ่งแวดล้อม

'...เราพยายามที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง แล้วค่อยๆ สร้างมันขึ้นมา เมื่อก่อนอีอีซี ขึ้นอยู่กับบุคคลมากเกินไป ทุกคนเหนื่อยมาก ทุกวันนี้พยายามปรับทุกอย่างให้เป็นระบบ'

ในภาพของนักแสดงที่ทุกๆ คนรู้จักผู้ชายที่ชื่อ "อเล็กซ์ เรนเดลล์" หรือ "อเล็กซานเดอร์ ไซม่อน เรนเดลล์" เขาคือ นักแสดงคุณภาพคนหนึ่ง แต่ในอีกมุมที่ผู้ชายคนนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก คือ มุมของนักธุรกิจ ผู้บริหารองค์กรแบบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) หรือ SE ธุรกิจที่ยึดแนวทางการตอบแทนประโยชน์สู่สังคมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้ชื่อ EEC Thailand (ENVIRONMENTAL EDUCATION CENTRE THAILAND) องค์กรที่ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่มีหลักสูตรมากถึง 17 หลักสูตร ที่ให้ความรู้เด็กๆ ผ่านกระบวนการการจัดค่าย ปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชน รวมถึงบุคคลทั่วไปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม

"อเล็กซ์" เล่าว่า เขาเริ่มต้นจากความรักธรรมชาติ ชอบเที่ยวธรรมชาติ พอเเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสไปดำน้ำ ได้เห็นโลกใหม่อีกโลกหนึ่งที่สวยงาม ได้ไปเห็นโลกใต้น้ำ ทำให้เขาเริ่มเข้ามาทำงานด้านการกุศล (charity) เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มที่เรื่องของช้างมาก่อน จนในที่สุดได้นำความชอบมาสร้างเป็นบริษัทในรูปแบบ SE สร้างค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา สร้างเป็นขบวนการศึกษา ในรูปแบบ Outdoor Learning เพื่อทำให้คนหันมารู้จักกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งขอบข่ายของงานมีทั้งค่ายดำน้ำ ค่ายช้างเขาใหญ่ และอื่นๆ ตามฤดูกาล และยังเริ่มจัดทำโครงการซีเอสอาร์ให้กับองค์กรต่างๆ รวมทั้งร่วมมือกับหลายๆ องค์กรทำโปรเจค หรือโปรดักชั่นด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาองค์กร ไปสู่การเป็นเซ็นเตอร์ของสิ่งแวดล้อมศึกษา

นักบริหารหนุ่มคนนี้ ไม่เคยรู้จักกับคำว่า SE มาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เขารู้เพียงว่า ตัวเองอยากทำอะไร อยากสร้างอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งได้ลงมือทำในที่สุด หลังจากนั้น ทุกอย่างคือการเริ่มเรียนรู้ไปทีละสเต็ป พัฒนามาเรื่อยๆ ทำจาก 1 ไป 2 ไป 3 ไป 4 แล้วก็ขยายตัว เริ่มมีลูกน้อง และเข้ามาทำหน้าที่บริหารในปัจจุบัน โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน คือ เต้ย - จรินทร์พร จุนเกียรติ และอาจารย์ของเขาเอง คือ อาจารย์ อลงกต ชูแก้ว

"ผมเดินเอง แถมาเรื่อยๆ จนมาเป็นรูปเป็นร่าง ต้นทุนด้านการบริหารผมไม่มีเลย เราใช้เซนท์ สุดท้ายแล้วมันต้องเชื่อเซนท์ลึกๆ ที่ท้ายที่สุดมันจะบอกเราเองว่าใช่ หรือไม่ใช่"

การทำธุรกิจของหนุ่มวัน 28 ปีคนนี้ เกิดจากการเรียนรู้และลงมือทำ "อเล็กซ์" ยอมรับว่า เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยฟังใคร ดังนั้น เขาจึงเรียนรู้ทุกอย่างด้วยการลงมือทำ งานทุกอย่างในบริษัท เขาทำเองมาทั้งหมด ทำให้เขาได้เรียนรู้งานทุกขั้นตอน...เราพยายามที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง แล้วค่อยๆ สร้างมันขึ้นมา ทุกวันนี้พยายามปรับทุกอย่างให้เป็นระบบ จากก่อนหน้านี้ อีอีซี ขึ้นอยู่กับบุคคลมากเกินไป ระบบไม่รองรับ ทุกคนเหนื่อยมาก พอหนึ่งคนไม่อยู่ ก็ทำงานต่อไม่ได้ แต่ตอนนี้มันเริ่มมีระบบรองรับแล้ว

"อเล็กซ์" มีโอกาสได้ทำงานด้านอาสามาเยอะ มันทำให้เขารู้ว่า ถ้าเพื่อสังคมอย่างเดียวจะไม่ยั่งยืน การทำความดีช่วยเหลือสังคม ถ้าจะทำให้อยุ่รอดอย่างยั่งยืนต้องมีรายได้ มีกำไร ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้...วิธีคิดของเรา โอเค บริษัทต้องมีกำไร บริษัทต้องเติบโต มันก็จะมีขอบเขตว่าเงินมาตัดสินเมื่อไร มันอยู่ที่การตัดสินใจของเรา เราจะมองมันอย่างไร บางครั้งเราทำค่ายที่ไม่มีกำไร เข้าเนื้อ ขาดทุนมาเยอะมาก แต่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เรารู้ว่าความต้องการของเราไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ มัน 50:50 ผมมองว่าอย่างนั้น ผมต้องการให้ อีอีซีฯ เป็นองค์กรที่แข็งแรง

"อเล็กซ์" บริหารธุรกิจของเขาจากที่ขาดทุน จนเริ่มสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในปีนี้ แต่แม้ว่าจะขาดทุน องค์กรก็มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดมาเรื่อยๆ จาก 50% เป็น 120% และ 280% ปีที่ 4 คือ ปีนี้ เป็นปีที่อีอีซีฯ เริ่มเลี้ยงตัวเองได้ จากการบริหารจัดการทุกอย่างที่เป็นระบบมากขึ้น มีทีมงานที่ครบทีม และแข็งแรง

ความยากของการบริหาร ชายหนุ่มคนนี้ตอบเหมือนกับผู้บริหารทุกคนว่า ความยากคือ เรื่องของ "คน"

สำหรับงาน "อเล็กซ์" บอกว่าไม่มีอะไรยาก แต่เรื่องของ "คน" เป็นเรื่องที่ยากมาก เขาจึงคัดเลือกพนักงานด้วยตัวเอง สัมภาษณ์เอง โดยสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญมากๆ คือ เรื่องของจิตใจ และทัศนคติ เพราะเรื่องงานสามารถฝึกได้ การทำงานกับเด็ก ความจำเป็นที่คนทำงานต้องมีคือ จิตใจ การทำงานแบบครอบครัว ทุกคนต้องรักกันและช่วยเหลือกัน ไม่เอาเปรียบ และต้องไม่เอาตัวเองใหญ่กว่าองค์กร ต้องรับฟัง และหัวหน้าต้องคุมได้...คนบริษัทผม มี 2 อย่างคือ ทึกและหัวดี

กิจการเพื่อสังคมของผู้ชายคนนี้ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และกำลังขยายวงออกไปสู่งานอื่นๆ เช่น บริษัท Store Room หรือที่ "อเล็กซ์" เรียกว่า โกดังเก็บของ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับ Outdoor Learning ทั้งหมด เป้าหมายของผู้ชายคนนี้คือ การสร้างธุรกิจของเขาให้ครบวงจรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมศึกษา เป็นศูนย์ Environmental Education อนาคตอาจจะขยายไปสู่ต่างประเทศ นั่นคือสิ่งที่เขาวาดฝันไว้ ส่วนจะเป็นจริงได้แค่ไหน การคิด การตัดสินใจและลงมือทำของตัวเขาเอง คือ สิ่งท้าทายที่สุด

หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,392 วันที่ 16 - 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561


Social Enterprise อเล็กซ์ เรนเดลล์ EEC Thailand สิ่งแวดล้อมศึกษา