สบู่‘แอรี่’เจาะตรงผู้บริโภค เพิ่มกลยุทธ์เน้นออนไลน์สร้างรายได้

18 August 2018






สบู่ “แอรี่” เล็งปรับกลยุทธ์การทำตลาดเพิ่มรูปแบบการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรงขยายฐานลูกค้า เน้นช่องทางออนไลน์ พร้อมเตรียมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่สบู่เหลว สบู่รังไหม และสบู่แบบธรรมชาติ เจาะลูกค้าระดับบน แย้มมีแผนทำช็อปจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอนาคต เชื่อรายได้ปีนี้แตะ 50 ล้านบา

นางสาวชุติกาญจน์ กาญจนพัชร ผู้จัดการ และที่ปรึกษาประธาน บริษัท สบู่ผลไม้ แอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสบู่ผลไม้ไทยแบรนด์ “แอรี่” (Airy) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทในระยะถัดไปกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทจะมีการปรับ หรือเพิ่มกลยุทธ์ในการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่การดำเนินการในรูปแบบของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้บริโภคทั่วไป (B2C: Business-to-Consumer) โดยใช้ช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บอี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) ต่างๆ, ไลน์แอด ([email protected]), อินสตาแกรม (IG) ,เฟซบุ๊ก ,ยูทูบ ,วีแชต (WeChat) และเว็บไซต์ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันจะนิยมซื้อผลิตภัณฑ์บนช่องทางออนไลน์ และในอนาคตจะทำเป็นช็อปจำหน่ายของแบรนด์เองอย่างเป็นทางการ



“ปัจจุบันเรากำลังทดลองตลาดด้วยการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมมาจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์แบบขายให้กับลูกค้าโดยตรง ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแตกไลน์ไปสู่การเป็นสบู่เหลว ,สบู่รังไหม และสบู่แบบธรรมชาติ (Natural) หรือออร์แกนิก เพื่อจับกลุ่มลูกค้าในระดับบน ด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ โดยอาจจะแตกแบรนด์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ By Airy”

ทั้งนี้ เดิมทีบริษัทจะทำตลาดผ่านเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซอย่างอาลีบาบา (Alibabab), วีแชต  (airy24766), ไลน์แอด (@airyfruitsoap), อินสตราแกรม (airy_fruit_soap), เฟซบุ๊ก (Airy Soap Spa Thailand), ยูทูบ(Airyfruitsoap) เว็บไซต์ (www.สบู่ผลไม้.com) และร้านขายของฝากตามแหล่งท่องเที่ยว โดยผู้บริโภคนิยมซื้อไปใช้งาน รวมถึงการทำเป็นของชำร่วย และการนำไปเป็นของฝาก เป็นต้น ซึ่งทำให้ยอดขายของแบรนด์กว่า 90% เป็นการจำหน่ายในประเทศ ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 10% ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, มาเลเซีย, อิรัก, ออสเตรเลีย, จีน และไต้หวัน เป็นต้น โดยทั้งหมดเป็นรูปแบบการจำหน่ายแบบขายส่ง และการส่งผลิตภัณฑ์ให้กับตัวแทนจำหน่าย เรียกว่าเป็นการทำธุรกิจแบบ B2C


“จุดเด่นของสบู่ผลไม้ไทยแบรนด์ แอรี่ อยู่ที่เป็นสบู่ที่สามารถใช้งานได้จริง มีกลิ่นหอมที่ยั่วยวนใจ ใช้แล้วมีกลิ่นติดตัว ที่สำคัญยังสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น ส่วนสีที่ใช้ก็ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และยังมีส่วนผสมของใยบวบ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ได้สครับผิว เพื่อกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปในตัว โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีทั้งสบู่ผลไม้ , ดอกไม้ ,แฟนซี และสมุนไพร”

นางสาวชุติกาญจน์ กล่าวต่อไปอีกว่า จากกลยุทธ์ในการทำตลาดดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทปีนี้เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งบริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาท เนื่องจากช่องทางการส่งออกที่ค่อนข้างซบเซาแต่ในปีนี้มีออร์เดอร์ จากต่างประเทศเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง


ด้านหลักคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ตนมองว่าไม่ว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ล้วนแล้วแต่จะต้องเกิดปัญหาแทบทั้งสิ้น ผู้ที่ไม่เคยมีปัญหาคือผู้ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย หรือไม่ได้ทำงาน โดยตนทำธุรกิจด้วยใจรัก รักในอาชีพ มีความสุขอยู่กับงานที่ทำ เพราะฉะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เป็นแค่ปัญหาของเรา ซึ่งการแก้ปัญหาก็จะทำไปด้วยความสุข จึงเปรียบเสมือนว่าไม่ได้เป็นปัญหา ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จ


อนึ่ง ผลิตภัณฑ์แบรนด์แอรี่มีจุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการได้เห็นถึงจุดเด่นของผลไม้ไทยที่ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ จนถึงขนาดที่นักท่องเที่ยวต้องการนำกลับไปเป็นของฝาก แต่ติดปัญหาเรื่องของการนำขึ้นเครื่องบิน ดังนั้น จึงเกิดไอเดียในการทำสบู่ด้วยการนำกลิ่นของผลไม้ไทยมาสร้างให้เป็นเอกลักษณ์เพื่อจำหน่าย หลังจากนั้นจึงมีการต่อยอดไปสู่ดอกไม้ สมุนไพร และแฟนซี ในปัจจุบัน

หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3392 วันที่ 16-18 สิงหาคม 2561



เอสเอ็มอี การค้าออนไลน์ สบู่ “แอรี่”