ทางออกนอกตำรา : ตลาดหุ้นไม่ใช่บ่อนพนัน อย่าให้พิษ ‘เสี่ยอนันต์’ ระบาด

15 August 2018






ผมขออภัยผู้อ่านทุกท่านที่ว่างเว้นการเขียนคอลัมน์มา 1 สัปดาห์ เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวยจริงๆ คนวัยผมกำลังวังชา โรคามาเยือนได้โดยไม่ทันตั้งตัว

ระหว่างที่นอนซมผมละหงุดหงิดกับการทำงานของ 2 หน่วยงานคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่มี รพี สุจริตกุล ผู้ที่ผมเคารพทำหน้าที่กำกับดูแล กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ “ภากร ปีตธวัชชัย” ทำหน้าที่เอาอย่างมาก

เนื่องจากผู้นำ 2 องค์กรที่เป็นเสาหลักในตลาดทุนไทย กลับมองเห็นปัญหาเรื่อง “การลงทุนในหุ้น การสร้างราคา การดันราคา และการสัญญาอย่างหนึ่งของผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่กลับไม่มีการทำเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ ทั้งๆที่ผู้ถือหุ้นรายย่อย แมลงเม่าอย่างเรา ตายกันเกลื่อนเมือง”

 

อนันต์ อัศวโภคิน



กรณีของ “เสี่ยตึ๋ง-อนันต์ อัศวโภคิน” ที่เคยประกาศซื้อหุ้นบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ (LH) ยักษ์ ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ที่มูลค่าหลักทรัพย์137,421 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียน 12,031 ล้านบาท รวดเดียว 1,195 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 11.80 บาท เมื่อ 21 มิถุนายน 2561

เป็นการตัดสินใจซื้อจากกลุ่ม GIC สิงคโปร์ที่ถืออยู่ 995 ล้านหุ้น และหุ้นอีกก้อนที่ถืออยู่ในนามกลุ่มสเตท สตรีท แบงก์ แอนด์ ทรัสต์  147.49 ล้านหุ้น ที่เคยเป็นพันธมิตรมาตั้งแต่ปี 2539-2540 รวมจะซื้อมาถือครอง 1,195 ล้านหุ้น ในราคา 11.80 บาท ใช้เงินประมาณ 1.42 หมื่นล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น LH ไต่ระดับจาก 11.30 บาท ไปถึง 11.88-11.90 บาท ในระยะ 2 เดือนเศษ
แต่แล้วนายอนันต์ อัศวโภคิน ก็มาประกาศอย่างเป็นทางการ หลังตลาดหุ้นปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ขอยกเลิกการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้น LH ทั้งหมด โดยระบุว่าเป็นผลมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ขอยกเลิกวงเงินสินเชื่อระยะยาว แต่นายอนันต์ไม่ยอมรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและข้อตกลงการให้สินเชื่อในสาระสำคัญ ทำให้เงื่อนไขบังคับก่อนการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เคยประกาศไว้ไม่สมบูรณ์

คล้อยหลังไม่นานก็มีข้อมูลออกมาว่า เดิมนั้นนายอนันต์คุยกับทางผู้ใหญ่ในธนาคารไทยพาณิชย์ขอวงเงินในการซื้อหุ้นคืนจากสิงคโปร์ทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยที่เคยให้ต่อกันตามเครดิตที่มีอยู่นั้นคือ 3.25-3.50% นั่นเท่ากับว่าปีหนึ่งจะต้องเสียดอกเบี้ยประมาณ 450 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือว่าเหมาะสม และนายอนันต์สามารถทำกำไรจากการลงทุนได้ เมื่อเทียบจากเงินปันผลเฉลี่ยของหุ้น LH ที่จ่ายปันผลปีละ 5.8-6%

แต่แล้วธนาคารไทยพาณิชย์กลับแจ้งเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการให้วงเงินมาซื้อหุ้นคืนใหม่บางสำนักว่า 5% บางสำนักว่า 6% เท่ากับว่าจะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มจากดอกเบี้ยที่กู้ปีละร่วม 650-800 ล้านบาท นายอนันต์จึงแจ้งเลิกคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนที่เคยแจ้งไว้กับนักลงทุนและตลาดหุ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด

ภากร ปีตธวัชชัย



ภากร ปีตธวัชชัย  ออกมาบอกทันทีว่า การยกเลิกการซื้อหุ้นและการทำเทนเดอร์ฯสามารถทำได้ เพราะนายอนันต์ไม่สามารถยอมรับการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ขอปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและข้อตกลงในการให้สินเชื่อในสาระสำคัญ

ส่วนราคาหุ้นของ LH ที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีประกาศซื้อหุ้นและการปรับตัวลดลงนั้น เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามนักลงทุนจะต้องมีความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารการลงทุนในการลงทุนหุ้นและศึกษาข้อมูลในเรื่องความเสี่ยงต่างๆให้ครบถ้วนเพราะอาจจะเกิดความเสี่ยงได้ หากดีลไม่สำเร็จ...

พ่อเจ้าประคุณทูนหัวเอ้ย...ผมนี้แทบเข่าอ่อน...เพราะในช่วงที่มีการประกาศซื้อหุ้น LH และรออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ราคาหุ้นที่คุณอนันต์ถือ 3 บริษัทเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า

LH เพิ่มขึ้น 10% จากราคา 11 บาท สูงสุดที่ 12.70 บาท สูงกว่าราคาประกาศซื้อด้วยซํ้า

หุ้น QH เพิ่มขึ้น 18.58 % จากราคาหุ้น 3.12 บาท สูงสุดที่ 3.70 บาท

หุ้น HMPRO เพิ่มขึ้น 7.9% จากหุ้นละ 3.12 บาท สูงสุดที่ 4.90 บาท
เพิ่มเพื่อน

ในช่วง 2 เดือน มีรายการชอร์ตเซลด้วยมูลค่าที่สูง หุ้น LH ชอร์ตเซล 8-9 ล้านหุ้น กว่า 100  ล้านบาท หุ้น QH ชอร์ตเซล 40 ล้านหุ้น มูลค่า 125-128 ล้านบาท หุ้น HMPRO อีก 39 ล้านหุ้น มูลค่า 280 ล้านบาท

ไม่มีใครไปว่าคุณอนันต์ที่ไม่รับเงื่อนไขเพราะถือว่าได้บอกก่อนการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นแล้ว

แต่การประกาศยกเลิกการซื้อหุ้นของนายอนันต์ อัศวโภคิน มีผลกระทบต่อราคาหุ้น และทำให้นักลงทุนเสียหาย ความเสียหายจากการล้มแผนจัดทำคำเสนอซื้อ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ....

ก.ล.ต. ตลาดหุ้น ต้องตระหนักว่า การประกาศจัดทำคำเสนอซื้อ เป็นธุรกรรมที่มีนัยสำคัญต่อการขึ้นลงของราคาหุ้น ถ้าไม่กำกับดูแลอย่างรัดกุม ตลาดหุ้นไทยก็เป็นบ่อนพนัน ตายกันเกลื่อนรัชดาภิเษกแน่ๆ

ถ้าปล่อยให้ใครต่อใครประกาศซื้อหุ้นคืนแล้วไม่นานประกาศยกเลิกเพราะรับไม่ได้ ผิดเงื่อนไข ผิดแผน ล้มเลิกกันง่ายๆ ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็จะทำให้การจัดทำคำเสนอซื้อหุ้น ถูกนำไปใช้ในการสร้างราคาหุ้นได้ โดยไม่มีความผิดอะไร นักลงทุนรายย่อยเน่าสนิทแน่นอน

ไปดูที่อเมริกา วันที่ 7 สิงหาคม 2561 อีลอน มัสก์ ทวิตเตอร์ว่าตนสามารถจัดการให้มีการซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทได้ด้วยมูลค่าสูงจากการประเมินราคาในปัจจุบันที่ราคาถึง 420 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อหุ้น เพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้ราคาหุ้นกระโดดเพิ่มขึ้น 11% ทำให้นักลงทุนหลายรายขายชอร์ต ขาดทุนมหาศาล นักลงทุนจึงยื่นฟ้อง อีลอน มัสก์ ว่าการทวีตข้อความดังกล่าวเป็นการจงใจโจมตีนักลงทุนให้ขาดทุน

ดูเขาแล้วหันมาเห็นบ้านเรา ก็อนาถใจครับเจ้านาย...

|คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
|โดย : บากบั่น บุญเลิศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6 ฉบับ 3392 ระหว่างวันที่ 16-18 ส.ค.2561

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...







อนันต์ อัศวโภคิน ตลาดหุ้น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทางออกนอกตำรา