ข้าพระบาท ทาสประชาชน : สู้เพื่อประชาธิปไตยจริงหรือ?

15 August 2018






ช่วงเวลานี้พี่น้องประชาชนทั้งหลาย คงได้เห็นความเคลื่อนไหวของพรรคและนักการเมืองออกมาสร้างกิจกรรม และเรียกความศรัทธาเชื่อมั่นแก่ลูกพรรค พร้อมปลุกกระแสสร้างความนิยมจากมวลชนฐานเสียงกันคึกคัก แต่ละกลุ่มแต่ละพรรคต่างงัดกลยุทธ์ออกมาแสดง ด้วยวาทกรรมสร้างราคาให้กับตนเอง บ้างก็อ้างโอกาสการจัดงานฉลองวันเกิดบังหน้าหรือสร้างอีเวนต์ทางการเมืองขึ้นเพื่อรวมพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ออกมาสร้างราคาปั่นกระแส เพื่อยืดอายุต่อลมหายใจให้กับพรรคและปลุกขวัญให้กับลูกพรรคตนที่กำลังระสํ่าระสาย เพราะพรรคไร้หัวหน้าเป็นผีหัวขาด หาผู้นำยังไม่ได้ เหตุผู้นำพรรคต้องคดีทุจริต ถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก จนต้องหลบหนีคดีไปอยู่ต่างแดน ไร้แผ่นดินอยู่

การดิ้นรนต่อสู้ของพวกเขา ก็ด้วยหวังว่าจะได้กลับมามีอำนาจอีก หรือไม่ก็เพื่อรักษาฐานอำนาจไว้ต่อรองคุ้มครองชีวิตและผลประโยชน์ตน ดีกว่าไม่มีอะไรให้หวัง เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ ประกอบกับยังมีสมุนบริวารทางการเมืองที่ภักดียอมเป็นฐานกำลังให้ ตราบใดที่นํ้าเลี้ยงยังมีหล่อเลี้ยงลูกพรรค ส่วนคำขวัญการต่อสู้และธงทางการเมือง ที่พวกสัมภเวสีผู้หาแผ่นดินอยู่ในบ้านเกิดไม่ได้ มักยกขึ้นมาอ้างกับประชาชนและบอกกับชาวโลกอยู่ขณะนี้ก็คืออ้างว่า “ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งคนจำพวกนี้ต่างพยายามป่าวประกาศใส่หูผู้คนทุกวัน โดยหาได้มีความละอายแต่อย่างใดไม่ ทำประหนึ่งว่าในประเทศไทย มีกลุ่มพวกตนเท่านั้นที่สู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นพวกที่พิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่ผู้เดียว คนอื่นๆ กลุ่มอื่นไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่ใช่พวกตน ล้วนเป็นพวกเผด็จการ หรือสนับสนุนระบอบเผด็จการทหารทั้งสิ้น
เพิ่มเพื่อน

ความเป็นจริงแล้วพวกเขาเป็นพวกรักประชาธิปไตย พิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่? หรือทั้งหมดเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง เป็นเพียงลมปากลมลวงของนักการเมือง ที่สร้างภาพมายา โฆษณาชวนเชื่อ สร้างราคาให้กับตนเอง กลบเกลื่อนพฤติกรรมเลวร้าย ปิดบังหน้ากากความเป็นเผด็จการพลเรือน ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมเท่านั้น

เป็นเรื่องที่น่าสนใจและจำเป็นที่ผู้เขียนอยากขอทวนความจำกับเราท่านทั้งหลาย เพราะเวลาที่ได้ฟังบรรดานักการเมืองจำพวกนี้พูดถึงและสร้างความสำคัญให้กับตนเองว่าตนเป็น “นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” ได้ยินได้ฟังเมื่อใดก็ให้รู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นยิ่งนัก เพราะรู้สึกว่ามันฝืนความจริง

เหตุที่รู้สึกเช่นนั้น ขอเรียนว่ามิได้มีอคติใดๆ กับพรรคและนักการเมืองที่พูด แต่ข้อเท็จจริงอยู่ที่คนพูดกับความเป็นจริงมันต่างกันราวฟ้ากับเหว สวรรค์กับนรก ในช่วงเวลาที่นักการเมืองสัมภเวสีปกครองบ้านเมือง ที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น ถามว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?


1. มีการดูด ส.ส.เข้าพรรคเป็นว่าเล่น มีการควบรวมพรรค การเมืองเรียกว่าดูดยกพรรคเลยใช่หรือไม่ จนการเมืองกลายสภาพเป็นเผด็จการของทุนสามานย์ ที่อาศัยอำนาจเงินนำหน้า

2. ในสภาใช้ระบบพวกมากลากไป โดยมิต้องคำนึงถึงเหตุผล ถูกผิดชั่วดีใช่หรือไม่

3. นโยบายรัฐจะทำอะไรก็ได้ ใช้อำนาจรัฐ ตรากฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ตนเอง สร้างความรํ่ารวยผิดปกติ จนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองพิพากษาริบทรัพย์เพราะโกงใช่หรือไม่

4. ใช้สภาเป็นเครื่องมือ จะผลาญงบประมาณแผ่นดินถลุงเงินภาษีประชาชนอย่างไร ด้วยนโยบายประชานิยมแบบไหน โดยไม่คำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอย่างไรก็ได้ใช่หรือไม่

5. มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงด้วยการฆ่าตัดตอนประชาชนนับหลายพันศพ ด้วยข้ออ้างปราบปรามยาเสพติด เป็นการเคารพกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ หรือระบอบประชาธิปไตยฆ่าใครก็ได้
6. มีการแต่งตั้งพรรคพวก ญาติพี่น้องเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในทางราชการ แม้กระทั่งญาติเป็นทหารอยู่เหล่าพลาธิการ ก็แต่งตั้งเป็น ผบ.ทบ. ข้ามหัวใครก็ได้ใช่หรือไม่ จะแทรกแซงครอบงำกองทัพอย่างไรก็ได้ ดั่งปรากฏในคลิปถั่งเช่าใช่หรือไม่

7.มีการแทรกแซงศาล ครอบงำองค์กรอิสระ จนหลุดคดีซุกหุ้น แจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ซุกทรัพย์สินไว้ที่คนรถ คนใช้ อย่างไรก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่

8. มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพ ประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ ละเมิดสิทธินักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยใช้ ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สิน ควบคุมสื่อ ซื้อสื่อ ปิดปากสื่อ แม้กระทั่งตั้งกองกำลังมวลชนพิทักษ์รัฐบาล คุกคามทำร้าย ประชาชนที่ออกมาเปิดโปง ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน และใช้อำนาจโดยมิชอบของตนอย่างไรก็ได้ใช่หรือไม่

9. รัฐบาลเลือกตั้งที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย มีการทุจริต คอร์รัปชันนับสิบๆ โครงการ มูลค่าความเสียหายแก่ชาติบ้านเมือง รวมถึงโครงการทุจริตจำนำข้าว นับเป็นเงินหลายล้านล้านบาท ใช่หรือไม่ จนได้รับฉายาว่า “รัฐบาลโคตรโกงหรือโกงกันทั้งโคตร”ใช่หรือไม่

10. พวกที่อ้างว่ายึดมั่นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทำไมจึงมีขบวนการล้มเจ้า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มล้มล้างสถาบัน หมิ่นพระมหากษัตริย์ เกิดขึ้นมากที่สุด เข้มแข็งที่สุด และผู้นำประเทศถูกสงสัยมากที่สุดถึงพฤติกรรมที่ไม่จงรักภักดี ใช่หรือไม่

11. คนที่อ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย เมื่อถูกจับได้ว่ามีพฤติกรรมทุจริต ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เหลิงอำนาจ จนถึงถูกจับได้ไล่ทัน ถูกโค่นล้มและถูกดำเนินคดี กลับโจมตีด่าศาล วิพากษ์กระบวนยุติธรรมของประเทศ บงการตั้งกองกำลังเผาบ้านเผาเมืองตนเอง เผาศาลากลางจังหวัด ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ทำลายบ้านเมืองจนประเทศวินาศย่อยยับใช่หรือไม่

12. อยู่ต่างประเทศก็ไม่หยุดป่วนเมือง ก่อความวุ่นวายในประเทศ หนุนพรรคการเมืองนอมินีให้ขึ้นมามีอำนาจ หวังกลับมาล้างความผิด แก้รัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายนิรโทษการทุจริตล้างความผิดทั้งหมดให้ตน จนคนออกมาต้านทั้งประเทศก็ยังไม่สำนึกใช่หรือไม่

13. ใส่หน้ากากประชาธิปไตยแต่ปลุกปั่นให้คนไทยฆ่าคนไทย ในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 จนมีคนตายนับสิบ บาดเจ็บนับพันคน หรือใช้กองกำลังติดอาวุธ ซุ่มยิง โยนระเบิดใส่การชุมนุมของประชาชน กลุ่มกปปส. วางระเบิดในเมือง จนมีคนตายบาดเจ็บจำนวนมาก ใช่หรือไม่
ทั้งหมดจึงอยากตั้งคำถามถึงนักการเมือง พรรคการเมือง ที่ชอบอ้างประชาธิปไตย ใส่หน้ากากทำตนเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมถึงสมุนลิ่วล้อทั้งหลาย ท่านมีความละอายบ้างไหมครับ ตอบคำถามเหล่านั้นได้ไหมครับ นี่หรือคือความเป็นประชาธิปไตยของท่าน พวกท่านอ้างประชาธิปไตย แต่มือ 2 ข้างล้วนชุ่มโชกเปื้อนเลือด ท่านละเมิดและเหยียบยํ่าสิทธิ เสรีภาพ ประชาชน ท่านไม่เคยเคารพกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ท่านอ้างประชาชนบังหน้า แต่หากินด้วยการทุจริตคดโกงทุกรูปแบบ อย่างนี้ยังกล้าเสนอหน้าว่าสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกหรือ จงหยุดอ้างประชาธิปไตยเถอะครับ เพราะคนไทยสะอิดสะเอียนกับท่านเต็มทน

สิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมด ขอเรียนว่ามิใช่การกล่าวหา มิใช่เรื่องเลื่อนลอย ทุกอย่างมีข้อเท็จจริงมีหลักฐาน ที่สำคัญมีคำพิพากษาของศาลทั้งชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์และฎีกา พิพากษาไว้เป็นบรรทัดฐานให้รับฟังได้โดยหนักแน่น เชื่อถือได้ว่าพฤติกรรมของนักการเมือง พรรคการเมืองในอดีตเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ตอนต่อไปผมจะได้นำคำพิพากษาคดี ที่เป็นหลักฐานสำคัญ มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งครับว่าจริงดั่งว่าหรือไม่

|คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
| โดย : ประพันธุ์ คูณมี
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6 ฉบับ 3392 ระหว่างวันที่ 16-18 ส.ค.2561


ประชาธิปไตย เลือกตั้ง พลังดูด สู้เพื่อประชาธิปไตย