เปิดขั้นตอน "สามพี่น้องจารวิจิต" เเละ "ประสิทธิ์" ต้มตุ๋น "หนุ่มฟินแลนด์" ลวงเงิน797ล้านบาท

13 August 2018






กรณีเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ควบคุมตัว “นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต” หรือบูม นักแสดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1694/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค.2561 คดีร่วมกันฟอกเงิน ที่หลอกลงทุนเงินสกุลดิจิทัล (บิทคอยน์) 5,564 เหรียญ คิดเป็นเงินบาท 797,408,454.33 บาจากนายอาร์นี โอตาวา ซาริมา เศรษฐีชาวฟินแลนด์ และออกหมายจับ นาย "ปริญญา จารวิจิต" และนางสาว "สุพิชฌาย์ จารวิจิต" โดยทั้งสองคนคือพี่ชายเเละพี่สาวนักเเสดงคนนี้นั้น

ขั้นตอนหลอกลวง "นักธุรกิจหนุ่ม" ชาวฟินแลนด์เป็นอย่างไร?

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2561นางสาว ช. รับมอบอำนาจจากนายอาร์นี ออตตาวา ซาริมาซึ่งประกอบธุรกิจซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายปริญญากับพวก กรณีที่ได้ร่วมกันหลอกลวงเอาเงินของนายอาร์นี ไปโดยทุจริต จำนวน 797,408,454.33 บาท

จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต



ขบวนการหลอกลวงนี้เริ่มต้นขึ้นต้นเดือน มิ.ย. 2560 นายอาร์นี และนางสาว ช. ได้รู้จักกับนายปริญญา นาย ป. และนายปัณฯ ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นนักธุรกิจ และได้ชักชวนให้นายอาร์นี และนางสาว ช. มาร่วมลงทุน จากนั้นนายอาร์นี่ได้ติดต่อผ่านนายปริญญา ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ กระทั่งมีการนัดหมายพูดคุยเจรจาธุรกิจกัน โดยมีนายปริญญา นาย ป. และนาย ณ. ได้นำเสนอธุรกิจหลากหลายรูปแบบให้นายอาร์นี่ พิจารณา

ต่อมานายอาร์นี่ ได้เจรจาธุรกิจกันอีกครั้งที่บริษัทหลักทรัพย์ อ. โดยฝ่ายนายปริญญา กับพวกรวม 6 คน คือ นาย ป., นาย ณ., นาย ช., นาย ธ.และนายปัณฯ ต่างได้พูดชักจูงให้นายอาร์นี่ ร่วมลงทุนในบริษัท Expay Group และ NX Chain Inc. ซึ่งมีนาย ช. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ
ขั้นแรกหลอกให้ซื้อหุ้น Expay 92 ล้านบาท

โดยนายอาร์นี่นัดพูดคุยกับนาย ช. และนายปริญญา ที่ร้านอาหารย่านทองหล่อ โดยบุคคลทั้ง 2 ได้ชักชวนให้นายอาร์นี่ ซื้อหุ้นบริษัท Expay Group โดยอ้างว่าจะมีบริษัท NX Chain มาถือหุ้น บริษัท Expay ร้อยละ 51 ในลักษณะการแลกเปลี่ยนหุ้นกัน นายอาร์นี่ และนางสาว ช. จะได้รับหุ้นบริษัท Expay จำกัด 25 เปอร์เซ็นต์ แต่จะต้องจ่ายค่าหุ้นเป็นเหรียญบิทคอยน์ จำนวน 1,250 เหรียญ

ภายหลังได้รับข้อเสนอแล้ว นายอาร์นี่ และนางสาว ช. สนใจ จึงตกลงทำสัญญากันเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2560 โดยได้โอนเงินบิทคอยน์ ไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E- Wallet) ตามที่นายปริญญา และนาย ช. แจ้ง ในช่วงวันที่ 17-19 ก.ค. 2560 จำนวน 1,259.13 เหรียญบิท คิดเป็นเงินมูลค่าความเสียหาย 92,692,200 บาท

นายปริญญา จารวิจิต



ขั้นที่สองหลอกให้ลงทุน Dragon Coin 440 ล้านบาท

ต่อมาต้นเดือน ส.ค. 2560 นายปริญญากับพวก ยังได้ชักชวนนายอาร์นี่ ลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิทัล (Dragon Coin หรือ DRG) โดยจะต้องลงทุนเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มีผู้ถือหุ้น 4 คน คือ นายปริญญา, นาย ป., นาย ช. และนายอาร์นี แต่ละคนจะต้องลงเงินคนละ 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อโอนไปที่บริษัทในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า โดยนายปริญญา รับจะออกเงินในส่วนนาย ช. ด้วยวิธีการขายหุ้น บริษัท ซันฯ ส่วนเงินลงทุนในส่วนของนายอาร์นี่ สามารถโอนเป็นเหรียญบิทคอยน์ ผ่านกระเป๋าเงิน E-Wallet ได้ ตามข้อตกลงในสัญญาซื้อขายเหรียญโทเค่น ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2560 ระหว่างผู้เสียหายกับนาย ช. ตามสัญญาวันที่ 25 ส.ค. 2560 หลังจากนั้นนายอาร์นี่ จึงเริ่มโอนเงินบิทคอยน์เข้ากระเป๋าเงิน E- Wallet ของนายปริญญา กับพวก ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.- 5 ก.ย. 2560 รวม 2,958.75948993 เหรียญบิท คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 440,007,281.33 บาท

สุพิชฌาย์ จารวิจิต



ขั้นที่สามหลอกซื้อหุ้น DNA 2002 เป็นเงิน 265 ล้านบาท

ต้นเดือน กันยายน 2560 นาย ช. ได้ชักชวนนายอาร์นี่ ซื้อหุ้นบริษัท DNA 2002 จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย โดยนาย ช. เสนอแผนธุรกิจว่า จะใช้บริษัท DNA เป็นบริษัทแม่ แล้วนำบริษัท Expay Group จากการลงทุนครั้งแรก และบริษัท Dragon Coin จากการลงทุนครั้งนี้ 2 มาอยู่ใต้การกำกับดูแลของ บริษัท DNA 2002 โดยนายอาร์นี่ จะต้องเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท DNA 2002 ที่นาย ช. เสนอขายในราคาหุ้นละ 0.5 บาท และสามารถซื้อหุ้นได้สูงสุด 500 ล้านหุ้น ที่คิดเป็นเงินจำนวน 250 ล้านบาท โดยนาย ช. เสนอให้ผู้เสียหายชำระค่าหุ้น เป็นเงินบิทคอยน์ได้

นายอาร์นี่ตกลงซื้อหุ้นจำนวน 500 ล้านหุ้น และได้โอนเงินเหรียญบิท ตามที่นาย ช. แจ้งในช่วงเวลาวันที่ 14 ก.ย.-30 ธ.ค. 2560 ผู้เสียหายโอนจำนวน 1,355.55701963 เหรียญบิท คิดเป็นมูลค่า 264,780,973 บาท
โดยหลังจากที่มีการโอนเหรียญบิทคอยน์ ไปเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายปริญญา กับพวกแล้วได้มีการทยอยขายเหรียญบิทคอยน์ออกไปเมื่อได้เงินมาแล้วมีการสั่งถอนเงินออกจากบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ไปเข้าบัญชีของแต่ละคน

1.นาย ธ. โอนเงินทั้งสิ้น 146,309,884 บาท
2.นาย ช. โอนเงินทั้งสิ้น 162,994,510 บาท
3.นายปริญญา จารวิจิต โอนเงิน 111,938,265 บาท
4.นางสาวสุพิชฌาย์ จารวิจิต โอน 21,687,603 บาท
5.นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต โอน 140,184,665 บาท
6.นาย ป. 66,542,948 บาท
7.นายชัชฯ 96,125,883 บาท

ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ



สรุปยอดรวมทุกบัญชีที่มีการถอนออกไปรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 745,783,761 บาท

หลังจากที่นายอาร์รี่ โอนเงินบัญชีเหรียญบิทคอยน์ไปยังบัญชีกระเป๋าเงินเพื่อลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท Expay Group และบริษัท NX Chain Inc. ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจสร้างสกุลเงินดิจิทัลในชื่อ Dragon Coin แต่ไม่เคยได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทหรือได้รับเงินปันผลจากบริษัทซึ่งควรจะได้รับ ตามที่นายปริญญา กับพวกพูดชักจูงให้ลงทุนส่วนการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจสร้างสกุลเงินดิจิทัล Dragon Coin ก็ไม่มีการลงทุนทำธุรกิจจริง

สำหรับหุ้นของบริษัท DNA 2002 นั้น นายอาร์รี่ ได้รับหุ้นทั้งสิ้น 345,000,000 หุ้น ซึ่งไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้และจนถึงปัจจุบันบริษัท DNA 2002 ก็ยังไม่ได้มีการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท Wi Tec หรือบริษัท Wi Holding Groups และบริษัท Expay Group หรือประกอบกิจการธุรกิจเงินดิจิทัล ดราก้อนโทเค็น ตามที่กล่าวอ้างของนายปริญญา กับพวกแต่อย่างใด นายอาร์รี่ จึงมอบหมายให้นางสาวช. มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายปริญญากับพวกตามกฎหมายดังกล่าว



 


ปริญญา จารวิจิต โกงบิตคอยน์ จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต บูม จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต สุพิชฌาย์ จารวิจิต โกงหนุ่มฟินแลนด์