นายกฯชี้น้ำท่วมเริ่มคลายติงสื่อ”เสนอข่าวเกินจริง”

11 August 2018






นายกฯชี้น้ำท่วมเริ่มคลายติงสื่อ”เสนอข่าวเกินจริง”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า”การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลนี้ เน้นการบูณาการ ทั้งในเรื่องแผนงาน โครงการ งบประมาณ เครื่องมือ ระบบต่างๆ เพื่อความเป็นเอกภาพ สำหรับเตรียมการรับมือ และแก้ไขปัญหา ทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง เราต้องพิจารณาไปด้วยกันนะครับ พร้อมๆ กัน ทั้งนี้ เราไม่อาจพร่องน้ำ หรือ ผลักดันมวลน้ำลงทะเลจนหมด หรือมากเกินไป โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า หากฝนขาดช่วง ฝนตกนอกเขื่อน เราก็อาจจะเกิดปัญหาภัยแล้ง แทนอุทกภัยนะครับ เราต้องคำนวณการเก็บกักน้ำ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำทุกมิติโดยเฉพาะภาคการผลิตที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ และน้ำกินน้ำใช้น้ำบริโภคในชีวิตประจำวันนะครับ ของพวกเราทุกคนอีกด้วย ประกอบกับการพยากรณ์ลมฟ้าอากาศเราต้องติดตามตลอดนะครับ เพื่อจะบริหารจัดการได้เหมาะสม



3 ปีที่ผ่านมา เราถือว่าบริหารได้ดีนะครับ จากท่วมมาก เคยท่วมมากก็เหลือเป็นท่วมน้อย จากท่วมนาน เป็นท่วมไม่นานนะครับ คือเราต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อนมากที่สุดนะครับ เราพยายามทำให้เต็มที่ ทำอย่างไรพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนน้อยที่สุด ปัจจุบัน สถานการณ์น้ำ ภาคเหนือและภาคกลาง ที่เชื่อมโยงกัน “ไม่มีปัญหา” ด้วยหลากหลายมาตรการ เช่น การกำหนดให้พื้นที่ 12 ทุ่ง พื้นที่ภาคกลาง สำหรับรองรับน้ำ เป็น “แก้มลิง” ที่สามารถส่งเสริมให้ทำประมงเป็นอาชีพเสริม ทดแทนการทำนาได้ นะครับ ในช่วงที่มีอุทกภัย หรือน้ำมาก

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ “เริ่มคลี่คลาย” นะครับ ด้วยระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง แต่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร นะครับ ก็ยังมีวิกฤตอยู่ ต้องเร่งระบายออกในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าระบายมากเกินไป ก็ไหลท่วม ประชาชนก็เดือดร้อนมาก ต้องมีเวลาในการเตรียมตัวนะครับ การอพยพ การเคลื่อนย้าย คน สัตว์ พืช ต่างๆ เหล่านี้ มีมาตรการทุกมาตรการ ที่จะต้องเป็นแผนเผชิญเหตุ ในการเข้าสู่ขั้นตอน การป้องกัน การฟื้นฟู การเยียวยา ต่อไปนะครับ เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และชาวเกษตรกร ให้ได้



ส่วนภาคตะวันตกนั้น การบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำ เขื่อนแก่งกระจาน - เขื่อนวชิราลงกรณ์ ปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงนะครับ ระดับน้ำสูง เราคงต้องเฝ้าติดตาม แล้วก็เตรียมปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุ ซึ่งมีประชาชนเกี่ยวข้องในทางปฏิบัติด้วยนะครับ เราต้องมีการเร่งระบายน้ำลงทะเล ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนด้วยนะครับ และใช้ข้อมูลทางสถิติที่ผ่านๆ มาเป็นพื้นฐานในการพร่องน้ำ

ในช่วงที่ผ่านมานั้น ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นนะครับ เราก็ได้มีการพร่องน้ำล่วงหน้าแล้ว ถึง 42% นะครับ โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน แต่เมื่อปริมาณฝนตกมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝนตกมาถึง กว่า 100 มิลลิเมตร ลงมาวันเดียวนะครับ เพิ่มปริมาณน้ำจนน้ำเต็มเขื่อน นั่นแหละครับคือสถานการณ์ ของธรรมชาติของเรา ซึ่งเราหยุดธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสมนะครับ อาจจะต้องมีการท่วมบ้าง เพราะการระบายน้ำก็ต้องมากขึ้น ถ้าปริมาณน้ำเติมเข้ามาอีกนะครับ อันนี้ คือสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจในข้อเท็จจริงนะครับ ไม่อย่างนั้น ถ้าทุกคนบอกเดือดร้อนหมด แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ยังไงก็มีปัญหา เราทำอย่างไรจะลดความเดือดร้อนให้มากที่สุด แล้วทำอย่างไรจะฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด ก็ต้องดูแลทั้งเกษตรกร ทั้งทำไร่ทำนา ชาวประมงนะครับ เรื่องบ้านช่องอะไรต่างๆ ก็ต้องดูหมดนะครับ รัฐบาลก็มีมาตรการอย่างนี้อยู่แล้ว เรามีประสบการณ์มามากมายนะครับ จากน้ำท่วมปี 54 วันนี้เราก็ต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้นะครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วเรื่องหลักการในการนะครับ มีการบริหารที่เป็นเอกภาพนะครับ เป็นองค์รวม แล้วให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน



วันนี้เราก็ได้เสริมคันกั้นน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งนะครับ แต่ก็ขึ้นกับปริมาณน้ำที่จะต้องลงมาอีก เราก็ต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ และมีการขุดลอกท้ายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี รวมทั้ง เร่งขุดคลองระบายน้ำ D9 เพื่อให้น้ำระบายได้เร็วขึ้นนะครับ วันนี้ก็สามารถระบายน้ำไปได้ระดับหนึ่งนะครับ ก็ยังมี 1 หรือ 2 เส้น ถ้าทำได้ เราก็จะสามารถพร่องน้ำได้มากกว่านี้นะครับ โดยที่ไม่ผ่านบ้านเรือนประชาชนมากนักนะครับ แล้วน้ำก็ไม่สูงจนเกินไป ที่จะเอ่อล้นท่วมอะไรต่างๆ อย่างเช่นวันนี้ ก็ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินด้วยนะครับ ในเรื่องของการสร้างเขื่อน สร้างแก้มลิง หรือทางระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลอีกด้วยนะครับ ทุกภาคจำเป็นต้องสร้างเพิ่มนะครับ เพื่อจะระบายน้ำ หรือพร่องน้ำจากภาคตะวันตก ตะวันออก ไปให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะลงทะเล หรือเป็นเส้นทางอื่นๆ ที่ไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมือง เข้าพื้นที่เศรษฐกิจ โรงพยาบาล การสัญจรไปมา ถนนหนทาง ต้องมีทางเบี่ยงทั้งหมดนะครับ วันนี้เราทำได้ระดับหนึ่งจากการบริหารจัดการน้ำ จาก 4 ปี ของเรา บางอันยังทำได้ไม่สมบูรณ์ บางอันยังทำไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณา หรือการทำประชาพิจารณ์นะครับ บางทีก็ติดอยู่ไม่กี่ราย ติดอยู่ระยะทางไม่เท่าไร ขณะเดียวกัน อีกเกือบ 50 กิโล ทำไปแล้วขาดอยู่ 3- 4 กิโลต้นๆ อะไรทำนองนี้ ถ้าทำต่อไม่ได้ ก็ไปไม่ได้

ปัจจุบันเราได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤตนะครับ ในเรื่องน้ำนะครับ เพื่อบูรณาการข้อมูล การคาดการณ์สถานการณ์น้ำ สำหรับจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการตามช่วงเวลา เพื่อจะรองรับทุกระดับของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบให้ชัดเจน อาทิ การเตรียมการช่วยเหลือ การเคลื่อนย้ายประชาชน บางทีท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องมีการตัดสินใจเองด้วยนะครับ ก่อนที่น้ำจะมา แล้วก็กว่าที่หน่วยงานจากภายนอก หรือหน่วยงานระดับบนจะลงมาช่วยได้ทันนะครับ ก็เสียหายไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องดูให้ละเอียดนะครับ ทุกคนก็ต้องช่วยดูแลประชาชน และไปกับรัฐบาลด้วย แล้วเร่งระบายน้ำ เราก็มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำนะครับ เราก็มีจำนวนมากพอสมควร วันนี้ก็ทยอยใช้ดำเนินการไปแล้ว ที่เพชรบุรีนะครับ เราก็เตรียมพร้อมที่เหลือไว้ ในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วยนะครับ ในครั้งที่แล้วนี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเราก็เอาไปใช้ด้วยนะครับ การระบายน้ำสู่แม่น้ำโขง ทั้งนี้ก็เพื่อจะเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า น้ำที่ออกทะเล วันนี้ก็ต้องไปดูระดับน้ำในทะเลด้วย มีน้ำขึ้น น้ำลง วันหนึ่ง 2 ช่วง



เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูด้วย ไม่ใช่ว่ารอจนกระทั่งน้ำขึ้น แล้วระบายตอนนั้นก็ไม่ได้ ช่วงไหนที่น้ำทะเลไม่หนุน อาจจะมีการระบายมากหน่อย อาจมีผลกระทบมากสักนิดหนึ่ง เหล่านี้ต้องทำความเข้าใจให้ได้นะครับ การเตรียมพร้อมยานพาหนะขนย้ายเครื่องจักรกล - รถขุดตัก ประจำในพื้นที่ ให้พร้อมที่จะขุดเปิดทางน้ำได้ทันที ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ไปกระทบต่อเขตเมืองมากนักนะครับ การหน่วงน้ำเหนือเขื่อน การเร่งระบายน้ำหน้าเขื่อน ท้ายน้ำนะครับ แล้วเราจะต้องดูจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลตามที่ผมกล่าวไปแล้วเพื่อจะตัดเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย -ฝั่งขวา การผันเข้าคลองระบาย D9 นะครับที่ผมพูดถึง ที่เพชรบุรีนะครับ เรื่องการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือผมพูดไปแล้ว แผนเผชิญเหตุต่างๆ แล้วถ้าหากว่าในช่วงต่อไปนี้ วันที่ 10 ไปแล้ว ถึงวันที่ 15 มีฝนเติมเข้ามาอีก มีมรสุมลูกใหม่เข้ามา

วันนี้รอบบ้านเราโดนหมด ทุกประเทศเลยนะครับ เราก็ช่วยเหลือไปทุกประเทศนั่นแหละ เราก็เดือดร้อนไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ให้นึกเสมอว่า เรายังเบากว่าเขานะครับ เราก็เป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง นะครับ ที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ บรรพบุรุษของเราได้เลือกพื้นที่ของเราได้เหมาะสม ในการทำการเกษตร แต่อย่างไรก็ตามเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บ้าง เป็นพื้นที่เป็นพื้นราบเยอะ เมื่อฝนตกมากมาก ก็อยู่ที่เราจะบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์นะครับ และให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด มีสมมติฐานที่ตั้งไว้ การเคลื่อนย้ายเตรียมการไว้ล่วงหน้านะครับ ขอเตือนไว้ทุกพื้นที่นะครับโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้วเดิม มีจากภัยธรรมชาติ ฝนตกหนัก แผ่นดินถล่ม ถ้าเราหลีกเลี่ยงได้นะครับ ก็ต้องอพยพออกไปก่อน ไม่ต้องรอใครเขามาสั่ง

ตัวเองก็รู้ตัวเองอยู่แล้ว ถ้าใครอยู่ใกล้เขา ดูซิครับว่าน้ำเยอะแค่ไหน ถ้าตก 3 วัน 3 คืน แล้วยังไม่ย้าย แล้วอยู่ใกล้เขา โอกาสพร้อมที่จะได้รับบาดเจ็บสูญเสียนะครับ เราต้องป้องกันตัวเอง ได้ก่อนนะครับ แล้วรัฐบาลก็จะบริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นทางจรดปลายทาง ให้ได้ ทั้งก่อน - ระหว่าง - หลัง การเกิดสาธารณภัยต่างๆ นะครับ การแจ้งเตือนภัยของทางราชการ และ การสื่อสารกับพี่น้องประชาชน จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง



ในเรื่องนี้ก็ขอให้ดูแลในเรื่องประปา ในเรื่องน้ำใช้บริโภคนะครับบางทีน้ำท่วมระบบประปาเสียหายใช้ไม่ได้ ไฟฟ้าก็ใช้ไม่ได้ บางครั้งต้องมีการเตรียมการเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเทียนไข ตะเกียง ตะเกียงน้ำมัน อะไรเหล่านี้ แต่ต้องระวังเรื่องอัคคีภัยด้วย ก็ขอให้มีการเตรียมพร้อมของประชาชนไปด้วย และการติดต่อสื่อสารในช่วงที่การสื่อสารขาดเช่น โทรศัพท์ใช้ไม่ได้จะทำอย่างไร หอกระจายข่าวใช้ไม่ได้ จะทำอย่างไร ท่านต้องเตรียมการของท่าน การเตรียมออกข่าวแจ้งทางวิทยุปรกติ AM FM ก็ต้องเตรียมการให้พร้อมว่าจะใช้ได้อย่างไร การเตรียมการอพยพคน ใครจะเฝ้าบ้าน ใครจะไปอยู่ในพื้นที่ที่เตรียมการให้ไปพักพิงอยู่ท่านต้องแยกแยะเหล่านี้ให้ออก เราจึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ขอให้ฟังทางราชการกำหนดอย่างใกล้ชิดด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่ผมได้ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี นั้นก็ทราบว่ามีการรายงานข่าวอาจจะ"เกินความเป็นจริง"อาจจะโดยความตั้งใจ ไม่ตั้งใจ เข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจเช่น การระบายน้ำผ่าน spill-way จนเกิดความตื่นตระหนก จนเกิดมโนภาพที่น่ากลัวจนหลายคณะทัวร์ยกเลิกที่พัก และการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ชายหาดชะอำ - หัวหิน จนเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ประชาชนก็ไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มีกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายในพื้นที่ ถ้าบอกทั้งจังหวัด มันก็เดือดร้อนทั้งจังหวัด แต่มันเป็นบางพื้นที่เท่านั้นเอง ท่านก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าตรงไหนมันท่วม ตรงไหนมันเสี่ยง ตรงไหนที่ไม่มีฝน หรือยังปรกติอยู่ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้ไป และได้เพิ่มอาชีพรายได้ให้กับเขา ท่านทำลายเศรษฐกิจเขาไม่ได้ ชาวเพชรบุรีเขาฝากมา แล้วรวมความถึงจังหวัดอื่นๆด้วย เพราะเราคงต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวของชุมชน การท่องเที่ยวในประเทศ ท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่นะครับขอให้ความมั่นใจ ในการบริหารจัดการของภาครัฐด้วย หน้านี้เรารู้อยู่แล้ว หน้าฝน เป็นช่วงโลว์ของท่านอยู่แล้ว ท่านอย่าทำให้ทุกอย่างมันโลว์ไปกว่าเดิมเลย ก็ขอร้องสื่อทุกสื่อด้วย ช่วยแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องด้วย นะครับ ผมไม่ได้ตำหนิ เพียงแต่แนะนำให้ทราบว่าควรจะทำอย่างไร “



น้ำท่วม บริหารจัดการน้ำ เขื่อนน้ำอูน ศาสตร์พระราชา น้ำแล้ง เขื่อนแก่งกระจาน