แผนปล่อยน้ำ 53 เขื่อน! การันตีไม่ท่วมเมืองซ้ำรอยปี 54 - ชู "แก่งกระจานโมเดล"

8 August 2018








เอกซเรย์เขื่อนทั่วประเทศ พบ 53 เขื่อนกลาง-ใหญ่น้ำเกิน 100% ต้องเร่งระบาย ล่าสุด พ่นพิษ 25 จังหวัด นาข้าวเสียหายกว่า 5 แสนไร่ ธุรกิจผวาเตรียมพร้อมรับมือ ท่องเที่ยวยอดจองพักวูบ - 'สหพัฒน์' จ่อใช้เครื่องบินขนส่งสินค้าจำเป็น

จากมหาอุทกภัยปี 2554 ที่ตามหลอนคนไทย ล่าสุด น้ำล้นสปิลเวย์ (ทางน้ำล้น) ของเขื่อนแก่งกระจาน ไหลเข้าท่วมตัวเมืองเพชรบุรี ขณะที่ อีกหลายเขื่อนทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางในหลายพื้นที่ของประเทศ มีน้ำเก็บกักต้นฤดูฝนมาก ต้องเร่งระบายน้ำ สร้างความวิตกแก่ประชาชนทั่วประเทศถึงผลกระทบภัยน้ำท่วมที่จะตามมา ตั้งคำถามภาครัฐจะเอาอยู่หรือไม่


 

สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)



มั่นใจปีนี้จัดการน้ำได้
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"
 ว่า ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 7 ส.ค. 2561 จากการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ (เขื่อน) ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ทั่วประเทศ 447 แห่ง มีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่มีปริมาตรน้ำเก็บกักเกิน 100% ของความจุ ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ขณะที่ มีเขื่อนขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำเกิน 100% ของความจุ รวม 51 เขื่อน แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 47 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง

อย่างไรก็ดี แผนรับมือน้ำปีนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแล สทนช. ได้มีแผนการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ล่าสุด ได้มีการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เพื่อบริหารอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายแห่งที่มีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ จึงมั่นใจว่า ปีนี้จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้และเอาอยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก โดยจะใช้ "โมเดลเขื่อนแก่งกระจาน" เป็นตัวอย่างในการระบายน้ำ

 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี



ขณะที่ ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยสถานการณ์ผลกระทบด้านการเกษตรและการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ช่วงภัย วันที่ 12 ก.ค. 2561 ถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 7 ส.ค. 2561 จำนวน 25 จังหวัด แบ่งเป็น ด้านพืช 21 จังหวัด เกษตรกร 9.16 หมื่นราย พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 5.89 แสนไร่ แบ่งเป็น ข้าว 5.36 แสนไร่ พืชไร่ 4.82 หมื่นไร่ และพืชสวนและอื่น ๆ 4,962 ไร่

ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ บ่อปลา/บ่อกุ้ง/ปู/หอย 2,975 บ่อ รวมพื้นที่ 1,421 ไร่ กระชัง 36 กระชัง รวมพื้นที่ 324 ตร.ม. ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 4,458 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 24,711 ตัว




พายุจ่อเข้าอีกปลาย ส.ค.
ขณะที่ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนปีนี้คาดจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่ พายุในช่วงนี้ไม่มี แต่ให้จับตาพายุ คาดว่าจะเข้าปลายเดือน ส.ค. หรือ ต้นเดือน ก.ย. อาจจะก่อตัวเข้ามา ทำให้เกิดฝนตกหนักได้ในช่วงนั้น

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องลงไปดูรายละเอียดแต่ละเขื่อนที่มีเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งเป็นเทคนิคที่มากกว่าสปิลเวย์ของเขื่อนอีก เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า แม้จะเกิดแผ่นดินไหว เขื่อนก็จะยังรับได้




ตื่นน้ำท่วม! บุ๊กกิ้งวันแม่หด
นายอุดม ศรีมหาโชตะ กรรมการสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงการจัดการของภาครัฐปีนี้ พบว่า รับมือได้ดีกว่าที่ผ่านมา

"ถ้าน้ำไม่ท่วมถนนเพชรเกษม การเดินทางไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมถนน ทางผู้ประกอบการโรงแรมจะมีการแจ้งลูกค้าให้ทราบว่า ไม่สามารถเดินทางได้ ลูกค้าอาจจะขอคืนเงิน หรือ เลื่อนการเข้าพักออกไปก่อนได้"

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ได้ส่งผลในแง่ของจิตวิทยา ทำให้เกิดการชะลอการจองห้องพักช่วงหยุดยาววันแม่ วันที่ 12 สิงหาคม โดยปกติโรงแรมชะอำ หัวหิน จะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 80-90% แต่ปัจจุบัน อยู่ที่ 60-70% ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่น หรือ อยู่บ้านแทน ส่วนที่จองห้องพักไว้แล้ว อาจกังวลใจตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปก่อน




สทน. เกาะติดพื้นที่เสี่ยง
ด้าน นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เผยว่า นักท่องเที่ยวคนไทยหายแน่นอน เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซัน ฝนตกบรรยากาศไม่น่าเที่ยว ซึ่งปกติช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจะหายไป 20-30% อยู่แล้ว ขณะที่ บุ๊กกิ้งใหม่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเริ่มลังเลรอดูสถานการณ์หรือไม่ก็ย้ายไปเที่ยวที่อื่น เช่น พัทยา ระยอง และเชื่อว่าจะกระทบช่วงสั้น ๆ หากฝนไม่ตกมาซ้ำเติม

ส่วนการท่องเที่ยวทางน้ำ ล่องแก่ง ล่องแพ ขณะนี้ ผู้ประกอบการได้ยุติการบริการ เพราะเป็นช่วงหน้าฝนน้ำมาก โดยดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ได้มีการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งแหล่งท่องเที่ยว รีสอร์ต ริมแม่น้ำโขง ริมเขื่อนแก่งกระจาน เมืองกาญจน์ ตาก ฯลฯ ต้องยอมรับว่า ปีนี้น้ำมาเร็วและมากกว่าทุกปี ทั้งยังให้สมาชิกในจังหวัดต่าง ๆ ช่วยแจ้งเตือนสถานการณ์จริง เพราะน้ำจะท่วมเป็นจุด ๆ ไม่ใช่เหมารวมทั้งจังหวัด อย่างที่มีการนำเสนอข่าว เช่น เพชรบุรี รีสอร์ตท้ายเขื่อน ได้รับผลกระทบ แต่ยังเดินทางไปพักที่ชะอำ หัวหิน ได้




ไทเกอร์ฯ จ่อบินขนสินค้า
นายวิเชียร กันตถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ โลจิสติคส์ จำกัด ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า แต่อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมวางแผนรองรับ ได้แก่ กรณีเกิดน้ำท่วมรถบรรทุกเล็กไม่สามารถสัญจรได้ จะเปลี่ยนใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่แทน ส่วนกรณีเส้นทางขนส่งถูกตัดขาด รถขนส่งวิ่งไม่ได้ เช่น เส้นทางภาคใต้ ก็จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินในการขนส่งแทน

"บริษัทเตรียมพร้อม เช่น หาก จ.เพชรบุรี เกิดน้ำท่วมรถเล็กขนส่งไม่ได้ จะเปลี่ยนไปใช้รถใหญ่แทน ขณะที่ ร้านค้าต่าง ๆ ปิดให้บริการการขนส่งจะถูกส่งคืนกลับไปยังซัพพลายเออร์และหากน้ำท่วมหนัก เส้นทางทั้งทางตรงและอ้อมถูกตัดขาด จะใช้การขนส่งทางเครื่องบินไปยังศูนย์ในจังหวัดใกล้เคียงและปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งใหม่ แต่จะเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเป็นหลัก"


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,390 วันที่ 9-11 ส.ค. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
วีระศักดิ์สั่ง3 หน่วยงานเฝ้าน้ำท่วมเมืองเพชรอาจเกิดกับนักท่องเที่ยว
ปภ. เปิด 50 จังหวัด "เสี่ยงน้ำท่วมขัง" รับมือถึง 9 ส.ค. นี้




ท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ น้ำท่วม สหพัฒน์ เครื่องบิน เขื่อน นาข้าว ธุรกิจ ระบายน้ำ ขนส่งสินค้า เอกซเรย์ ปล่อยน้ำ แก่งกระจาน Thansettakij จองห้องพัก แก่งกระจานโมเดล