หลวงพระบางความละมุนของกลิ่นแห่งความสุข

11 August 2018






ทันทีที่ก้มมองผ่านหน้าต่างของอากาศยานลำโตมองเห็นลำนํ้าขนาดใหญ่สีนํ้าตาลแดงโอบล้อมไปด้วยขุนเขาเขียวชอุ่ม มีหลังคาสีนํ้าตาลจากบ้านไม้และบ้านปูนของชาวบ้านกระจายตัวอยู่ประปราย ทำให้แทบจะรับรู้ในทันทีว่าวินาทีแห่งความสงบเงียบที่รอคอยในดินแดนที่การเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษก็ทำให้เราผ่านประตูแห่งกาลเวลา จากเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบมาสู่เมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งศิลปวัฒนธรรม สีสันของการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ราวกับหยุดเวลาไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน ภาพที่ปรากฏค่อยๆ คลี่ความทรงจำที่แสนสุขผ่านลมหายใจที่นี่ ที่ “หลวงพระบาง”

ในฤดูกาลที่สายฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า นับเป็นช่วงเวลาที่หลวงพระบางเป็นหน้ากระดาษบันทึกความงดงามจากธรรมชาติไว้ได้สมบูรณ์สูงสุด แม้ว่าความเจริญจากกลุ่มทุน รวมถึงความหลากหลายของนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาสู่เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ยูโทเปีย” เมืองในอุดมคติ หรือเมืองแชงกรีลาแห่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวบนโลกสีนํ้าเงินใบนี้ การร่วมปกป้องความบริสุทธิ์ดุจสายนํ้าแรกผุดจากยอดเขาด้วยการขึ้นทะเบียนให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ทำให้ทุกแนวทางการพัฒนาที่เกิดขึ้นบนที่ราบเล็กๆ ท่ามกลางกำแพงป่าไม้อันเขียวขจีนี้ ผ่านกระบวนการคิดเพื่อร่วมรักษาลมหายใจของหลวงพระบางให้ทรงเสน่ห์ยาวนานที่สุด



ไม่ว่าจะเดินทางมาที่นี่กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จะผ่านไปสักกี่ปี สภาพของเขตเมืองอนุรักษ์ ตึกรามบ้านช่อง รวมถึงตึกเก่าต่างๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสและจีนยังคงสภาพดี แตกต่างไปแค่การปรับแต่งให้กับเทรนด์ความชื่นชอบของยุคสมัย
ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง “หลวงพระบาง” ต่างชื่นชอบความเรียบง่าย การได้เสพรูป รส กลิ่น เสียง ที่เป็นตัวตนของเมืองหลวงพระบางอย่างแท้จริง ทำให้ตัวเร่งเรื่องความเจริญต่างๆ ไม่สามารถฝ่าเกราะที่เรียกว่า “ศิลปวัฒนธรรม” เข้ามายังเมืองแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็วนัก



เสียงกระดิ่งจากจักรยานของนักท่องเที่ยวที่พากันลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กๆ ไปยังแลนด์มาร์กของหลวงพระบาง เริ่มตั้งแต่ “วัดเชียงทอง” สุดยอดความงามทางสถาปัตยกรรมของช่างหลวงพระบาง  ความลงตัวของการจัดวางพื้นที่
และมุมมอง พระอุโบสถหลังคามุงกระเบื้องดินขอซ้อนเล่นระดับถึง 3 ชั้น ต่อด้วยปีกนกอีกสามตับ ลาดลงมาเกือบจรดพื้นดิน ความวิจิตรที่แทรกอยู่ในทุกรายละเอียดตั้งแต่ เสา ชายคา ลวดลายบนผนัง นำสายตาทุกชีวิตที่เข้ามาสัมผัสให้สะกดอยู่ที่ความงามของสกุลช่างล้านช้าง ห่างไปไม่ถึง 20 ก้าวคือหอพระไตรปิฎกหลังน้อยผนังด้านนอกทอสีชมพูแดง ประดับด้วยกระจกสีภาพเรื่องราวในนิทานชาดก มีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดโล่งไว้ให้นักเดินทางได้สร้างสรรค์ภาพถ่ายร่วมกับฉากที่แสนงดงามนี้เก็บไว้ในความทรงจำ



 

ถัดออกไปอีกไม่ใกล้ไม่ไกลระยะปั่นจักรยานเรียกเหงื่อคือที่ตั้ง “พระราชวังเดิมของเจ้ามหาชีวิต” ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลลาวได้จัดเป็นพิพิธภัณฑสถานและเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อจากเมืองเชียงดง-เชียงทอง สู่ชื่อ “หลวงพระบาง” ที่โด่งดังไปทั่วโลก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้นอกจากได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ สปป.ลาว และเมืองหลวงพระบางผ่านภาพประวัติศาสตร์แล้ว ที่นี่ยังจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในราชสำนัก เครื่องทรง รวมถึงห้องบรรทมของเจ้ามหาชีวิตและพระมเหสีอีกด้วย ออกจากพิพิธภัณฑสถานพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยเตรียมหย่อนตัวแตะลงบนเส้นขอบฟ้า

จุดที่นักเดินทางต่างมาเฝ้าคอยเพื่อชมภาพพระอาทิตย์อัสดงที่งดงามที่สุดก็คือที่  “วัดพระธาตุพูสี” เจดีย์ทรงดอกบัวสี่เหลี่ยม ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ สูงเด่นเป็นสง่าบนเนินเขาใจกลางเมือง ตลอดบันไดทางขึ้นทั้ง 328 ขั้น คือดอกจำปาลาว หรือดอกลีลาวดีหลากสีสัน ส่งกลิ่นหอมชวนให้หยิบขึ้นมาทัดผมเป็นเพื่อนนั่งชมความงามจากแสงสุดท้ายของวันเสียไม่ได้



น้อยคนนักที่มาหลวงพระบางแล้วจะตื่นนอนหลัง 6 โมงเช้า เพราะการออกมาเฝ้ารอริมถนนพร้อมกับกระติ๊บข้าวเหนียวใบโตในชุดผ้าถุงยาว ห่มด้วยสไบผ้าฝ้ายเนื้อนิ่ม คือการตักบาตรที่ทำให้หัวใจสัมผัสถึงความหมดจด โปร่งสบายแบบที่ไม่เคยได้รู้สึกมานานแสนนาน ไม่รวมรอยยิ้มที่ได้รับจากเด็กตัวน้อยที่หอบกล่องกระดาษใบโตมารอรับแบ่งของใส่บาตรจากพระ ธรรมเนียมแห่งการแบ่งปันสัจธรรมที่ทำให้ผู้ให้สัมผัสถึงการทำบุญและการให้ทานไปพร้อมๆ กัน

ก่อนกลับไปพักที่โรงแรม กลิ่นอาหารจากตลาดเช้าเย้ายวนให้ทุกคนที่มาเยือนต้องแวะไปทานขนมหวานโบราณสักกระทง หรือกาแฟร้อนๆ สักแก้ว บางทีก็เพลิดเพลินไปกับบทสนทนาระหว่างโต๊ะจนล่วงเลยไปจนถึงเกือบเที่ยงวัน หลวงพระบางคืออีกหนึ่งที่ที่จะทำให้คุณลืมติดตามความเคลื่อนไหวของโลกผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่กลับเห็นภาพของความคิด และความต้องการของตนเองชัดขึ้นแบบไม่เคยมีมาก่อน

ก่อนฝนจะลาหาย ก่อนสายลมหนาวจะมาเยือน ลองแวะไปที่หลวงพระบางสัก 2 - 3 วัน คุณจะคิดถึงที่นี่ทุกๆ ครั้งที่คุณคิดถึงการอยู่กับตนเองอย่างแน่นอน

หน้า 28 ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,391 (852) วันที่ 12 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561



หลวงพระบาง