6ปี ‘อินทัช’ ปั้นสตาร์ตอัพ

6 August 2018






อัดงบร่วมทุน433ล้าน-เดินหน้าโครงการ‘อินเว้นท์’

ป็นเพราะนโยบายของรัฐบาล วางยุทธศาสตร์ประเทศ ไทย สู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งโครงการสตาร์ต อัพ เป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการ ไล่เลียงตั้งแต่ สถาบันการเงิน และกลุ่มทุนสื่อสาร ให้ความสำคัญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ บริษัท อินทัช โฮล ดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดโครงการ “อินเว้นท์” เพื่อลงทุนกับสตาร์ตอัพสายพันธุ์ใหม่ ว่ากันว่าร่วมลงทุนไปทั้งหมดแล้ว 14 บริษัท
วีวีอาร์ฯ รายล่าสุด

นายเอนก  พนาอภิชน  รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการอินเว้นท์ขอแจ้งการเข้าลงทุนในบริษัท วีวีอาร์เอเซีย จำกัด ผลิตและพัฒนาคอนเทนต์ในรูปแบบ virtual reality บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเลต และอุปกรณ์อื่นๆ และจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท ซินโนส จำกัด โดยการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของวีวีอาร์เอเซีย คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 10 ล้านบาท โดยบริษัทชำระค่าตอบแทนเป็นหุ้นสามัญทั้งหมดในซินโนส จำนวน 6,001 หุ้น คิดเป็น 16.67% ของทุนซินโนสให้แก่วีวีอาร์เอเซีย
กอล์ฟดิกก์เสริมภาพลักษณ์


ขณะที่นายภูริชช์ อักษรทับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด ให้บริการจองสนามกอล์ฟผ่าแอพพลิเคชันภายใต้ชื่อ “GolfDigg” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภายหลังจากโครงการอินเว้นท์ ของ บริษัท อินทัชโฮล ดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาร่วมทุน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยอินเว้นท์ ได้สนับสนุนเงินลงทุน 25 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นกับพาร์ตเนอร์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งได้ เอไอเอส เป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับเซเรเนด ดังนั้นจำนวนสมาชิกจากเดิมมีเพียง 1-2 หมื่นราย เพิ่มเป็น 6 หมื่นราย

สำหรับด้านบริหารจัดการ “กอล์ฟดิกก์” ทำหน้าที่บริหารแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ อินเว้นท์ ทำหน้าที่แนะ นำพาร์ตเนอร์ และให้รายงานผลการดำเนินการทุกไตรมาสเท่านั้น ปัจจุบันสนามกอล์ฟในประเทศไทยมีจำนวน 100-200 สนาม ยอดจองอยู่ที่ 50 รายในแต่ละวันเป้าหมายต้องการเพิ่มเป็น 100 รายต่อวัน

“ตอนนี้เราได้ขยายฐานไปยังลูกค้าจากต่างประ เทศโดยติดต่อบริษัทตัวแทนในประเทศไทยเพื่อมาใช้บริการ เพราะบริษัทได้ทำ การ ตลาดชูจุดขายด้วยการจองเวลาออกรอบผ่านสมาร์ทโฟนภายใต้คอนเซ็ปต์ book today  play tomorrow หรือการจอง วันนี้ ออกรอบวันพรุ่งนี้”
6 ปีลงทุน 433 ล้าน

ขณะที่ อินทัช ได้ชี้แจงผลประกอบการไตร มาส 2/2561 โดยในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา อินทัช ได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 433 ล้านบาท สําหรับการลงทุนในบริษัทร่วมลงทุนภายใต้โครงการอินเว้นท์จำนวน 14 บริษัทโดยมี 2 บริษัทนั่นคือคอมพิวเตอร์โลจีและชอปสปอท ที่อินเว้นท์ ได้ออกจากการร่วมลงทุนไปแล้วทําให้มีมูลค่าเงินลงทุนในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นจากเงินลงทุนตั้งต้นมาอยู่ที่ 647 ล้านบาท โดยแบ่ง เป็นมูลค่าเงินลงทุนที่ยังไม่ได้รับรู้รายได้อันเกิดจากมูลค่าบริษัทภายใต้โครงการที่เพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงจํานวน 584 ล้านบาท และมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจากการรับรู้แล้วจํานวน 63 ล้านบาท
งบลงทุน 200ล.ต่อปี

ทั้งนี้ อินทัชยังมีบริษัทภายใต้โครงการ หลายบริษัท อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงทุน และพร้อมจะเปิดตัวในปี 2561 นี้ ภายใต้งบประมาณการลงทุนที่ 200 ล้านบาทต่อปี



..............................................................................................................

รายงาน | หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,390 ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2561


สตาร์ตอัพ อินทัช