ทางออกนอกตำรา : AIS ช่างกล้าหาญ ตุ๋น "คสช.-กสทช." เปื่อยสนิท

4 August 2018






คํ่าวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ในฐานะที่ผมติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับตลาดหุ้น ตลาดทุน รู้สึกตื่นเต้น ยินดีกับคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ที่มี กานต์ ตระกูลฮุน เป็นประธานกรรมการ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่สามารถทำกำไรในงวดครึ่งแรกของปี 2561 ได้ถล่มทลายถึง 16,042 ล้านบาท เติบโตจากรอบเดียวกันของปีก่อน 6.7%

คณะกรรมการ จึงประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 3.78 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 29 สิงหาคมนี้ การจ่ายปันผลในอัตรานี้ถือว่าสูงมาก จึงเป็นเรื่องน่ายินดีกับผู้ถือหุ้นทั้งไทยและเทศกว่า 54,000 ราย ที่ถือหุ้นในบริษัทนี้อยู่กว่า 2,973 ล้านหุ้น

ผมติดตามบริษัทนี้มาตลอดนับตั้งแต่ “คุณทักษิณ ชินวัตร กับลูกๆ อันได้แก่ พ่อโอ๊ค พานทองแท้-เอม พินทองทา-อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เล่นแร่แปรธาตุขายหุ้นแบบพิสดารพันลึกออกไปให้กับ “แอมเพิลริช” อันฉาวโฉ่ ณ เกาะเคย์แมน ก่อนจะขายออกไปอีกทอดให้ “บริษัท ซีด้า โฮลดิ้งฯ บริษัท กุหลาบแก้วฯ” และบริษัทในเครือทั้งทางตรงและทางอ้อมของกลุ่มเทมาเสก และ/หรือ สิงเทล ของสิงคโปร์ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้สัก “อีแปะ” อย่าว่าแต่เป็นเงินบาทเลย ทั้งๆ ที่ขายนอกตลาด ต้องบอกว่าบริษัทนี้เขาปันผลกันจริงๆ จังๆ เรียกว่าได้มาเท่าใดจ่ายคืนผู้ถือหุ้นที่สิงคโปร์จนหมด

บรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่และรายย่อยอื่นๆ ของ AIS คงจะยิ้มแก้มปริ เพราะบริษัทมือถือรายนี้รักษาคำพูดยิ่งนัก

เดิมที ทาง AIS น่าจะเป็น 1 ใน 10 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ประกาศปันผลให้ผู้ถือหุ้น 100% ทำกำไรสุทธิในแต่ละปีได้เท่าใด ปันผลให้ผู้ถือหุ้นโลด....ต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี

เพิ่งจะมาปรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นไม่ตํ่ากว่า 70% ของกำไรสุทธิ เมื่อไม่นานมานี้เอง 2-3 ปีนี่แหละ

เมื่อไปไล่เลียงการปันผลดูจะเห็นอะไรหลายอย่าง ปี 2560 ปันผล 2 ครั้ง งวดมิ.ย. 60 จ่าย 3.51 บาท/หุ้น พองวดสิ้น ธ.ค. 60 จ่ายอีก 3.57 บาท/หุ้น รวม 7.08 บาท ปี 2559 งวดมิ.ย.จ่ายปันผลหุ้นละ 5.79 บาท งวดธ.ค.จ่ายปันผลให้ 4.29 บาทรวมปีนั้นปันผลไป 10.06 บาท ปี 2558 งวดมิ.ย.จ่ายปันผล 6.50 บาท พองวดธ.ค.จ่ายปันผลอีก 6.49 บาทปี 2558 จ่ายปันผลหุ้นละ 12.99 บาท

ถ้าจะพิจารณากันว่าแต่ละปีจ่ายเท่าใดก็ง่ายแล้วละครับ เอาจำนวนหุ้นทั้งหมด 2,973 ล้านหุ้น คูณด้วยจำนวนปันผลในแต่ละปีแต่ละงวดก็เห็นว่า คืนกลับผู้ถือหุ้นเท่าใด...อย่างครึ่งปีนี้จ่ายปันผลไปตก 11,237 ล้านบาท

ใครได้เท่าใดก็ลองพิจารณาตามสัดส่วนนี้

1. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือ 1,202,712,000 หุ้น 40%

2. SINGTEL STRATEGIC INVESTMENTS PTE LTD. ถือ 693,359,000 หุ้น 23%

3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือ 168,215,532 หุ้น 5.6%

4. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED ถือ 141,557,153 หุ้น 4.7%

5. สำนักงานประกันสังคมถือ 78,755,100 หุ้น 2.6%


ส่วนที่เหลืออีก 36.2% คิดเป็น 45,000-53,000 ราย เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย ผมถึงบอกว่า ดีใจและตื่นเต้นไปกับผู้ถือหุ้นและผู้บริหารของ AIS ที่มีฝีมือการทำกำไรในธุรกิจยิ่งนัก...

หลายคนสงสัยว่ากำไรมือถือมาจากไหน “สมชัย คนโตตัวเล็ก” ซีอีโอ AIS แจกแจงชัดว่า รายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อน เป็นผลมาจากทั้งบริการอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ และธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยปัจจุบัน AIS มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 54% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย

ขณะที่การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 8.9 GB ต่อเดือน จาก 4.7 GB ต่อเดือน ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 623,400 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อน จากการผสมผสานบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เน็ตบ้าน และคอนเทนต์เข้าด้วยกัน

รายได้อื่นๆ มาจากการที่ AIS ได้รวบรวมทั้งพรีเมียมคอนเทนต์ คอนเสิร์ต และฟรีทีวีกว่า 100 ช่อง เพื่อส่งมอบความบันเทิงและข่าวสาร ผ่านทางแอพพลิเคชัน AIS PLAY และ AIS PLAYBOX ตลอด 24 ชั่วโมง

สมชัยบอกว่า เมื่อผนวกกับการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เติบโตขึ้นส่งผลให้ AIS มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 16,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% และมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 8,005 ล้านบาท จึงตั้งงบลงทุนสำหรับปีนี้ไว้ 25,000 ล้านบาท

ผมไปดูรายได้ของ AIS พบว่าปี 2559 มีรายได้ถึง 152,717 ล้านบาท กำไร 30,666 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้ 158,477 ล้านบาท มีกำไร 30,077 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับกลุ่มค่ายทรูของ “ตระกูลเจียรวนนท์” พบว่า ปี 2559 กลุ่มทรูมีรายได้ 131,157 ล้านบาท แต่ขาดทุน 2,814 ล้านบาท พอปี 2560 กลุ่มทรูมีรายได้ 147,602 ล้านบาท กำไร 2,322 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาจากการปันผลปี 2559 AIS จ่ายปันผลออกไปให้ผู้ถือหุ้น 30,651 ล้านบาท ปี 2560 AIS จ่ายปันผลผู้ถือหุ้น 21,108 ล้านบาท 2 ปี จ่ายปันผลไป 51,759 ล้านบาท….. Hooyah!! “ฮูย่า” ปรบมือดังๆ สิครับ
ผมจึงงงจนบัดนี้ว่า กำไรดี๊ดีขนาดนี้แล้วทำไม “กานต์-สมชัย” รวมถึง “ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย” ประธานกรรมการตรวจสอบจึงปล่อยให้ ผู้บริหารบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น บริษัทในเครือแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไปร่วมกันลงนามในหนังสือฉบับเดียวกันกับผู้บริหารของ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ ทียูซี บริษัทในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น และผู้บริหารบริษัท ดีแทคฯ ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นในย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จากเดิมต้องจ่ายงวดที่ 4 เป็นงวดสุดท้ายในปี 2563 จำนวน 60,218 ล้านบาท และ 59,574 ล้านบาท ตามลำดับ มาเป็นทยอยจ่ายออกไปอีก 5 งวด จนถึงปี 2567 โดยคิดดอกเบี้ยจากการจ่ายช้าแค่ 1.5% โดยอ้างว่าผู้ประกอบการประสบปัญหาการขาดทุน

หนังสือฉบับนั้น เลขาธิการ ซึ่งก็คือ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันลงนาม รับไปในวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2560 และแทงเรื่องไปยัง กสทช. ณ ซอยสายลม เมื่อเดือนธันวาคม 2560 เพื่อขอความเห็นในการประกอบการพิจารณา เรื่องการขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 MHz ก่อนที่ทางผู้ใหญ่กสทช.จะแอ่นอกมาผลักดันเรื่องนี้กันหนักหน่วง เพื่อเลื่อนการจ่ายเงินค่างวดจากการประมูล

ดีนะที่พวกนักข่าวอย่างพวกผมรวมพลังช่วยกัน “ตีมือ ตีปาก ช่วยกันดึงเนื้อออกจากปากเสือ”ไว้ได้ ไม่เช่นนั้น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานเลขาธิการ คสช. ตลอดจนกรรมการ กสทช. และ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ ผู้เสนอเรื่องและผลักดัน คงถูก AIS ตุ๋นจนเปื่อย เน่าสนิทแน่นอน

ว่าแต่ว่าถึงตอนนี้ คนเหล่านี้  “ตาแจ้ง” แล้วหรือยัง....ใครก็ได้ช่วยบอกที..


| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3389 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 5-8 ส.ค.2561


AIS ทางออกนอกตำรา บากบั่น บุญเลิศ