แนะตามรอย 'มังกร' มุ่ง ตอ.กลาง-แอฟริกา

3 August 2018








เอกชนฟันธงสงครามการค้า 'จีน' เหนือ 'สหรัฐฯ' ... "สี จิ้นผิง" วางหมากรุกหนักขยายการค้าตะวันออกกลาง-แอฟริกา-รัสเซีย ชดเชยตลาดสหรัฐฯ สรท. แนะรัฐเลียน "โมเดลพญามังกร" สู้ศึก คาดฟัดกันยาวถึงสิ้นปี

สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่แลกหมัดขึ้นภาษีตอบโต้กันไปแล้วในล็อตแรก คิดเป็นมูลค่าฝ่ายละ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังจะต่อด้วยล็อตที่ 2 อีกฝ่าย 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะสหรัฐฯ ต่อยก 2 ทันที เตรียมขึ้นภาษีสินค้าจีนอีกกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านจีนเตรียมตอบโต้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ส่อเค้ายืดเยื้อและยังไร้วี่แววที่จะประนีประนอมกันนั้น

 

ชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการ
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)



นายชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้วิเคราะห์ว่า สงครามการค้าครั้งนี้มองว่า จีนน่าจะเป็นผู้ชนะ เพราะเวลานี้จีนคุมทั้งซัพพลายเชน คุมทั้งโลจิสติกส์ของการค้าโลกเอาไว้แล้ว ผ่านสายการเดินเรือของจีน และเส้นทางสายไหมใหม่ (OBOR) สินค้าจีนมีขายในห้าง/ร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐฯ ขณะที่ สินค้าที่สหรัฐฯ ส่งไปจำหน่ายในจีนน้อยกว่าที่สินค้าจีนส่งไปสหรัฐฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนมาก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ของจีน ยังดำเนินยุทธศาสตร์ทางการค้า การลงทุน ที่ชาญฉลาด เร่งขยายการค้า การลงทุนไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งการตั้งห้างดราก้อนมาร์ต เพื่อใช้เป็นจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าของจีน (D/C) ในตะวันออกกลาง โดยตั้งแล้วที่รัฐดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ใน 2 เฟส โดยแต่ละเฟสจะมีคลังเก็บสินค้าด้วย นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังมีความร่วมมือกับผู้ปกครองรัฐของยูเออี เพิ่มเที่ยวบินจากจีนไปยูเออีเป็น 100 ไฟลต์ต่อสัปดาห์ เพื่อขยายการค้า การท่องเที่ยวระหว่างกัน ขณะที่ ในการจัดงานดูไบ เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของยูเออีและตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้ช่วงก่อนปี 2020 จะมีเมกะโปรเจ็กต์เกิดขึ้นในดูไบจำนวนมาก ทางผู้นำจีนก็ได้ไปทำความตกลงกับดูไบเรื่องรับเหมาก่อสร้างเอาไว้หมดแล้ว

 

ประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง"



"จีนหันไปพึ่งตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดแอฟริกาที่เขาไปสร้างอิทธิพล ให้ทุน และสร้างงานในแอฟริกาเอาไว้จำนวนมาก อีกด้านหนึ่งก็ไปสร้างไชน่าทาวน์ในหลายประเทศ เพื่อนำเข้าสินค้าจีนไปจำหน่าย พูดง่าย ๆ ตอนนี้ตลาดแอฟริกาเสร็จเขาหมดแล้ว อีกตลาดหนึ่งที่จีนขยายสินค้าเข้าไปมาก คือ รัสเซีย จะเห็นว่ามีสินค้าจีนเยอะมาก ถ้าให้วิเคราะห์มองว่า เกมนี้จีนชนะสหรัฐฯ"

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลและผู้ประกอบการไทยต้องเร่งดำเนินการเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้า โดยส่วนหนึ่งอาจเลียนโมเดลของจีน เช่น การเข้าไปตั้งไทยมาร์ต หรือ ศูนย์จำหน่ายและกระจายสินค้าไทย โดยที่มีศักยภาพ คือ ดูไบและกาตาร์ เพื่อเพิ่มการค้ากับตะวันออกกลาง การกระตุ้นการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟที) ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วกับประเทศคู่ค้า (รวม 12 ฉบับ) ให้มากขึ้น และเร่งเจรจาเอฟทีเออีกหลายฉบับที่ยังค้างอยู่ เช่น ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในภูมิภาค (RCEP) และการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกฉบับใหม่ (CPTPP) และวางแผนเจรจาเอฟทีเอกับอังกฤษ และสหภาพยุโรป รวมถึงการแสวงหาช่องทางโอกาสในการส่งออกชุดกีฬาเพิ่มในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพ เหมือนอย่างชุดกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในการแข่งขันฟุตบอลโลก (เวิลด์คัพ) ที่รัสเซีย ที่เพิ่งจบลงไป เป็นต้น

 

กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธาน สรท.



ด้าน น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธาน สรท. กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปีนี้ ยังมั่นใจจะขยายตัวมากกว่า 8% จากโมเมนตัมการส่งออกช่วง 6 เดือนแรก ขยายตัวสูงถึง 11% ซึ่งผลกระทบในเชิงบวกและลบจากสงครามการค้า คงเห็นผลชัดเจนในปีหน้า เพราะการขึ้นภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ-จีน ถือว่าเพิ่งเริ่มต้น ทั้งนี้ คงต้องรอดูกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะคำนวณการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ใหม่ จากผลกระทบสงครามการค้าหรือไม่ จากเบื้องต้นไม่รวมปัจจัยสงครามการค้าไอเอ็มเอฟประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2561 จะขยายตัวได้ที่ 3.9%

ขณะที่ นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ รองประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ครั้งนี้ หากทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่มีใครยอมใคร จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกในภาพรวม รวมถึงการส่งออกของไทยที่จะชะลอตัวลงแน่นอน ตัวอย่างสินค้าโทรศัพท์มือถือที่จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกที่สำคัญของโลก และไทยเป็นห่วงโซ่หนึ่งที่ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้จีน หากการส่งออกโทรศัพท์มือถือของจีนไปตลาดใหญ่ คือ สหรัฐฯ ลดลง ไทยก็จะได้รับผลกระทบด้วย ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก 10% รวมกว่า 6,000 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มองว่า ในล็อตนี้จะมีสินค้าไทยได้รับผลกระทบเชิงลบมากกว่าเชิงบวก


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,388 วันที่ 2-4 ส.ค. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
พาณิชย์ชี้ไทยได้ประโยชน์จากสงครามการค้าจีน-สหรัฐขึ้นภาษีระหว่างกัน
ผวาจีนสวมสิทธิ์ไทยส่งออก หนีผลกระทบสงครามการค้า-สรท.จับตา 4 กลุ่มเสี่ยง




รัสเซีย จีน สหรัฐอเมริกา ฐานเศรษฐกิจ สี จิ้นผิง สรท. ตะวันออกกลาง แอฟริกา การค้า สงครามการค้า มังกร Thansettakij ตลาดสหรัฐฯ