"บิ๊กตู่”ขอคนไทยเข้าระบบภาษีนำงบประมาณพัฒนาบ้านเมือง

1 August 2018






"บิ๊กตู่”ขอคนไทยเข้าระบบภาษีนำงบประมาณพัฒนาบ้านเมือง แขวะ”จำนำข้าว”ไม่ใช่นึกตั้งราคาก็ตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอิมแพ็ค เมืองทองธานีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวตอนหนึ่ง ในช่วงที่เป็นประธานเปิดโครงการประชารัฐสวัสดิการกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากว่า วันนี้ร้านค้าประชารัฐ หลายคนกังวลเรื่องระบบภาษี วันนี้ได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะกลัวสรรพากรไปตรวจสอบ ถามว่าทำไมต้องกลัว ถ้ากลัวแบบนี้จะเข้าระบบอะไรไม่ได้ แล้วจะพัฒนาตัวเองไปได้อย่างไร ให้จดทะเบียนเข้าระบบภาษีก็ไม่เอา กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้รังแก ถามว่าที่ผ่านมา รังแกรัฐบาลหรือไม่ มีรายได้หลายล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่เสียภาษี



การเสียภาษีจริงๆแล้วไม่กี่บาท ทำไมไม่ช่วยกันเสียสละตรงนี้ รัฐบาลไม่สามารถที่จะไปเพิ่มหรือกำหนดภาษีได้ในเวลานี้มันทำยาก เพราะหลายอย่างยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ จะต้องสร้างความเข้มแข็งด้วยกฎหมายและระบบก่อน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและมีช่องทางมีโอกาส ในการเข้ามาค้าขาย ขณะเดียวกันทุกคนต้องตอบแทนประเทศ ด้วยการเข้าสู่ระบบภาษี ถ้ามีรายได้ไม่ถึง 300,000 บาทต่อปี ก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่ข้าราชการก็ต้องเสียภาษี ตนก็เสียภาษีมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ก็ยังเสียอยู่ ถ้ารายได้เราเกินกว่าที่กำหนดไว้ก็ต้องเสียภาษี ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ



นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวว่า ถ้าทุกคนต้องการสาธารณูปโภคและความเป็นอยู่ที่ดีแต่กลับไม่อยากเสียภาษี แบบนี้หลักคิดผิด สิ่งที่ตนพูดต้องการจะสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและประเทศ วันนี้เราอยู่ในช่วงโอกาสบ้านเมืองสงบสุข ซึ่งสงบสุขมา4ปีแล้ว ลืมไปหรือยัง ถ้าบ้านเมืองสงบเราก็สามารถทำอะไรต่างๆ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองได้ และสิ่งที่รัฐบาลทำก็ต้องใช้เงินใช้ทองในการลงทุน ถ้าเราสามารถคืนตรงนี้ได้ ก็จะสามารถนำเงินกลับมาให้ตรงอื่น ซึ่งยังมีอีกหลายอาชีพอิสระอีกมากมายที่มีรายได้ต่ำ รัฐบาลต้องดูแล หากทุกคนเข้าสู่ระบบ ปฏิบัติตามกฎหมาย เราก็จะสามารถดูแลจัดสรรงบประมาณลงไปได้
วันนี้การค้าการลงทุนต่างๆของประเทศ ดีขึ้น เพราะเขามีความเชื่อมั่นในรัฐบาลนี้ไม่ต้องรอรัฐบาลหน้า ต่างประเทศยินดีที่จะมาลงทุนทำการค้าในประเทศมากขึ้น วันหน้าถ้าเราเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น มันก็ต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าเรามาล้มกันตอนนี้ มันจะไปกันไม่ได้ แล้วคิดว่าจะเริ่มต้นใหม่เมื่อไหร่ วันนี้เราเริ่มต้นมา4ปี หลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเราแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียว เช่น การช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า สิ่งเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องโฆษณาหรือเล่าอะไรมากมายมันเป็นเรื่องจริง ตนไปทุกประเทศ พวกเขาชื่นชมประเทศไทย เพราะแสดงความเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นเอกภาพของเรา   นั่นคือความภาคภูมิใจเราของ แล้วทำไมเราไม่ทำให้คนของเราเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ในการที่จะเดินหน้าสานฝันของพวกเรา ไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะเป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เคยมีใครพูดแบบนี้ไหม กลับไปคิดทบทวนดูหรือจะแค่รอฟังว่า จะให้นู้นจะให้นี่ ขอถามว่ายั่งยืนหรือไม่


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเราโทษว่าคนรวย ทำไมถึงรวยกันมากอย่าลืมว่าเรามีการค้าแบบทุนเสรี ก็เป็นทั้งโลกประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ผูกขาด เป็นไปตามกลไกการค้าเสรีของโลก เราจะต้องเข้มแข็งสู้กับพวกเขาให้ได้ ไม่ใช่หยุดตัวเองแล้วรอการช่วยเหลือตลอดเวลา จนไม่มีวันที่จะลืมตา อ้าปากตัวเองได้ แล้วก็โทษกันมันก็ไปไม่ได้ ประเทศต้องไปด้วยคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย และขอบอกว่ารัฐบาลไม่ได้เอาภาษีแวตมาใช้ เพราะส่วนใหญ่ เป็นภาษีคืนสู่ท้องถิ่น เพราะเราตัดสินใจแล้วว่าจะมีท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นเก็บภาษีได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท แต่ต้องใช้ประมาณ 300,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลก็ต้องนำงบกลางจากภาษีส่วนอื่นไปเติมอีก 260,000 ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนร่วมมือ สร้างความเข้มแข็งและอดทน มันจะดีขึ้นมาเอง
"ถ้ามัวแต่บ่นและเรียกร้องกันมาก เสร็จแล้วก็จะมีคนมาให้ท่าน แล้วมันก็ผิด พอผิดมาก็เดือดร้อน ก็ต้องหยุด หลายอย่างเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะเคยมีคนให้อะไรท่านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขายสินค้าเกษตร มันให้อย่างนั้นไม่ได้ วันนี้รัฐบาลให้ก็ต้องดูในเรื่องของกติกา กฎหมายว่าอย่างไร ราคาการรับจำนำข้าวยุ้งฉางเป็นอย่างไร 3 ปีเฉลี่ยอย่างไรถึงจะตั้งราคาได้ ไม่ใช่นึกจะตั้งอะไรก็ตั้งออกมา มันผิดไปทั้งหมดและผิดกลไกการค้าโลกด้วย สิ่งเหล่านั้นเราพอใจแต่ประเทศชาติเสียหาย ผมไม่อาจไปกล่าวอ้างใคร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะว่ามา ตั้งแต่ผมเข้ามายังไม่เคยสั่งให้ลงโทษใคร แม้ผมจะมีอำนาจมากก็ตาม ผมเพียงแต่ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าไม่ทำก็ลงโทษ ซึ่งต้องมีหลักฐานทางกฎหมายให้ความเป็นธรรม ให้มีการสู้คดี ใครไม่สู้ก็แล้วไป กฎหมายเป็นอย่างนี้ รัฐบาลระมัดระวังทุกอย่าง



จึงอยากฝากไปถึงนักการเมือง พรรคการเมืองต้องระมัดระวังการหาเสียงในอนาคต วันนี้ผมไม่ได้มาพูดการเมือง แต่พูดถึงประเทศที่จะอยู่อย่างไรในอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อลูกหลานของเรา ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เข้มแข็งก็จะเดือดร้อนไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็จะล้มลงมาทั้งหมด เหมือนประชาธิปไตยเรา ล้มโอนเอนไปโอนเอนมาอยู่อย่างนี้ เราก็ตั้งมันให้ตรงเท่านั้นเอง สร้างให้มันเข้มแข็งขึ้น นั่นคือประชาธิปไตยไทยเรา เราจะต้องดูแลคนของเรา

ถ้าเรามองประชาธิปไตยเหมือนโลกตะวันตกทั้งหมด ที่เห็นเขาดี ต้องไม่ลืมว่ากว่าเขาจะมีวันนี้ ต้องเจออะไรมาบ้าง อาจจะเจอยิ่งกว่าเรา มีการสู้รบ แต่วันนี้เขาไม่มีเพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา จึงลดความขัดแย้งให้มากที่สุด แต่ของเราพยายามจะสร้างกันไปเถอะ เรายังไม่เคยเจอชะตากรรมแบบนั้น สู้รบสงครามกลางเมืองตายเป็นล้านๆคน เราไม่เคยเจอ เราไม่ต้องไปรบกับใคร และไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เรามีความสุขมาโดยตลอด รัฐบาลจึงต้องทำอะไรให้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่าให้ถึงเวลาที่จะต้องมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแล้วถึงจะมาร่วมมือร่วมใจกัน มันไม่ใช่ มันต้องร่วมมือกันในยามสงบสุขแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าไปไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวต่อว่า หลายคนอ้างผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลสั่งโน้นสั่งนี้ ตนถามจะสั่งได้อย่างไร ตนเป็นนายกฯยังไม่สั่งให้กระทรวงไหนเก็บเงินมาให้ มันสั่งได้เหรอ มันสั่งไม่ได้ อย่าไปเชื่อ ใครจะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น จะเพื่อนตน จะสนิทสนม จะใครก็ไม่รู้หรือแม้แต่คนในครอบครัวตนก็ไม่ได้ มาขออะไรพิเศษไม่ได้ เพราะเรากำลังทำให้ประเทศและประชาชนของเรา ดังนั้นเราจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร ขอให้เชื่อมั่น ส่วนการปฏิรูปไม่ใช่ทำวันนี้พรุ่งนี้เสร็จ แค่เรื่องกฎหมายก็ต้องใช้เวลา เพราะการปฏิรูปต้องมีเรื่องกฎหมาย มีบริหารจัดการ มีกลไกเพิ่มเติมในการทำงาน มีคณะทำงานหลายคณะ อย่าให้ใครมาบิดเบือนว่า 4 ปีไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย ถ้าไม่ทำจะเกิดโครงการเหล่านี้ได้ไหม ทุกอย่างต้องใช้เวลา



“ถ้าทุกคนฟังที่ตนพูดบ้างจะรู้ว่ามีอะไรดีขึ้น ถ้าไปฟังแต่เรื่องขัดแย้งก็จะเป็นแบบเดิมๆ วันนี้คนที่ต้องรู้หมดทุกเรื่องคือผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องรู้เหมือนที่นายกฯรู้ เพราะเป็นกลไกรัฐบาลที่ต้องไปขับเคลื่อนเปรียบเสมือนเป็นนายกฯของจังหวัด สามารถเรียกประชุมสั่งการตามนโยบายได้ และให้ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่อยู่ในพื้นที่จังหวัด อย่าถือเป็นคนของใคร ให้ถือเป็นคนของประชาชน แล้วรายงานมายังรัฐบาลอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 31 ส.ค.เสนอขอโครงการรถไฟ สายเด่นชัย-แพร่ เป็นประวัติศาสตร์ 117 ปี เส้นทางนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ”
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการร้านค้าต่างๆจากผู้ลิตสินค้าชุมชนในโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ พร้อมได้ชิมผลไม้ที่นำมาจำหน่าย ในขณะที่บ้างร้านค้าพยายามจะมอบของให้กับนายกฯแต่นายกฯกล่าวว่า "ไม่ได้ ต้องจ่ายเงิน เพราะคนอย่างนายกฯไม่กินของฟรี”



กรมสรรพากร ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้านค้าประชารัฐ เศรษฐกิจฐานราก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบภาษี โครงการประชารัฐสวัสดิการ