"นอมินี" แล้วไง...ถามใจ "บิ๊กตู่"

31 July 2018








การเรียกคืนความเชื่อมั่นตลาดทัวร์จีนให้ฟื้นมาโดยเร็ว หลังเหตุการเรือล่มภูเก็ตครั้งนี้ ไม่ง่ายนัก เพราะก่อนหน้านั้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีน มาเที่ยวเมืองไทย แล้วมีปัญหาติดอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุทางรถ จมน้ำ ถูกไกด์ไล่ลงจากรถ บังคับซื้อของ หากซื้อไม่เข้าเป้าไกด์ก็ไม่ให้กุญแจห้องพัก เป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นกับตลาดทัวร์จีน

กระทั่งสถานฑูตจีนในไทยรับมือไม่ไหวและดึงองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจีน (ซีเอ็นทีเอ) เข้ามาจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยไทยเมื่อไม่นานมานี้  ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้ดูแลคนจีนที่เดินทางมาไทยไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวเมืองจีนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในแวดวงทัวร์จีน

สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจีนเป็นหว่งในสวัสดิภาพคนของเขามาก แต่ก็มีบทลงโทษแบบไม่ไว้หน้าเช่นกันหากพบคนจีนมาเที่ยวต่างประเทศแล้วกระทำความผิด ทำพฤติกรรมให้ประเทศขายหน้า  เช่นกรณีนักท่องเที่ยวจีนเอาถ้วยมาม่า ร้อน ๆ สาดใส่แอร์โฮลเต็ลสายการบินหนี่ง จึงถูกลงโทษถึงขั้นห้ามนักท่องเที่ยวรายนั้นเดินทางออกนอกประเทศ

เรือล่มคนจีนตายเกลื่อนทะเล 47 รายเป็นเรื่องสะเทือนใจชาวจีน ยิ่งได้ยินคำพูดจากระดับนำประเทศของไทยว่า “คนจีนทำกันเอง”  ไม่ต่างกับการสาดน้ำมันใส่กองไฟ ซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงไปอีก  ยอดบุ๊กกิ้งห้องพักภูเก็ตวูบทันที โชเชี่ยลจีนแชร์เรื่องนี้กันว่อน  และเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อความรู้สึก
ฟากผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยจึงต่างดาหน้า ร้องให้รัฐบาลไทย  เอาจริงเอาจัง กับเรื่อง ความปลอดภัยเสียที ทั้งยกให้เป็น “วาระแห่งชาติ”  วางมาตราเข้มข้น ทั้งก่อนและหลังได้ใบอนุญาติประกอบการ เพื่อความไม่ประมาท และถึงขั้นเสนอให้มาตรา44  เพื่อหวังใช้อำนาจเบ็ตเสร็จเข้าไปสั่งการโดยตรงในเรื่องความปลอดภัย  รวมถึงการเข้ามาแก้ปัญหา “นอมินี” อย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่านี่คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว

หลังประเทศไทยปล่อยปะละเลยกันมานาน  ปล่อยให้ “นอมินี “ครองเมือง และแปลงสภาพจากสวมบัตรประชาชนคนไทย มาเป็นนั่งสั่งการอยู่ต่างประเทศจ้างคนไทยเป็น “นอมินี” กันโจ่งครึ่ม

แต่เหตุไฉนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ทำการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2558 จำนวน 2,136 ราย  แต่พิลึกกลับพบว่าเข้าข่ายแค่ 34 ราย  สะท้อนว่านอมินีไม่มีหรือว่า “เนียน” จนหาไม่เจอ   ซึ่งสันนิฐานเป็นอื่นไม่ได้  นอกเสียจากต้องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ รู้เห็นเป็นใจ เป็นกุนซือเปิดช่องทางเลี่ยงกฎหมาย  ทำให้รอดแก่การถูกจับกุม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล”



ทำไม ? นอมินี จึงมุ่งไปที่ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทัวร์จีน ก็เพราะจีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่สุดสำหรับประเทศไทย ปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยว  9.8 ล้านคน ปีนี้ก็คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคน คนจีนใช้จ่ายเฉลี่ยหัวละ 50,000 กว่าบาทต่อคนต่อทริป (ตัวเลขจากททท.)  ตัวเลขกลม ๆ ก็ตกในราวปีละ 5 แสนล้านบาทที่คนจีนมาใช้จ่ายในเมืองไทย  แน่นอนว่าเม็ดก้อนโตย่อมทำให้เกิดธุรกิจนอกรีด ตามมา

ก่อนหน้านั้นปัญหาทัวร์ขายต่ำกว่าทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ตลาดจีนระบาดหนัก “บิ๊กโจ๊ก- พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล” ก็ออกโรงไล่ปราบลุยยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด เป็นข่าวคึกโครม เพราะเข้าข่ายกม. “อั่งยี่” ซึ่งคนจีนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก จึงทำให้ตลาดจีนระส่ำหนัก ช่วงปลายปี 2558

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์



ครั้งนี้ “วีระศักดิ์  โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ สื่อจีนว่าหลังจากช่วยเหลือเยี่ยวยานักท่องเที่ยวจีนที่ประสบเหตุเรือล่มส่งกลับประเทศเรียบร้อยแล้ว จากนี้จะต้องหาสาเหตุเรือล่มและนำคนผิดมาลงโทษ ตามกฎหมาย ซี่งอาจจะ “เจ็บปวด” อยู่บ้าง ก็ต้องยอม

เท่ากับว่ารัฐบาล คสช. จะเปิดศึก ท้ารบ เชือดนอมินี อีกรอบ ซึ่งคงกระทบกับตัวเลขนักท่องเที่ยวตลาดจีนแน่  ฉะนั้นรัฐก็ควรมีมาตราการรองรับ ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรมเหมือนครั้งที่แล้ว

|โดย พริกกะเหรียง
|ฐานเศรษฐกิจออนไลน์



ทัวร์จีน นอมินี