ปรากฏการณ์ "จริงเพียงจริง" บนกระดานการเมืองไทย

1 August 2018






การเปิดตัวพรรคหรือกลุ่มการเมืองต่างๆในช่วงที่ผ่านมาเพื่อเสนอตัวให้สังคมรับรู้ก่อนที่น่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าตามคำมั่นสัญญาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคสช.นั้น

ยามนี้พรรคเเละกลุ่มการเมืองเริ่มเดินสายเเละเเสดงบทบาททางการเมืองเพื่อให้ชื่อเเละนโยบายพรรคติดหูติดตาประชาชนให้มากที่สุด

สองฟากฝั่งที่มีสีสันบนเวทีการเมืองคงไม่พ้น พรรคเพื่อไทยเเละว่าที่พรรคพลังประชารัฐ
ส่วนพรรคหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆนั้น เเน่นอนเเล้วว่า น่าจะเป็นองค์ประกอบที่เติมเต็มให้เป็นเสียงข้างมากในรัฐสภาในการเลือกตัวนายกฯคนใหม่ที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

หากลองไล่เรียง "เเรงดูด" นั้นยามนี้ย่อมไม่พ้น "พลังประชารัฐ"เเละกลุ่มสามมิตรที่เเรงดีไม่มีตกซึ่งตอนนี้เดินเครื่องดูดคนการเมืองเต็มสูบโดยเฉพาะการย้ายขั้วมาจากพรรคเพื่อไทย

มีการประเมินว่าหากพลังประชารัฐได้ "ส.ส.ยี่สิบเสียง" จากการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้ในมือ ถือว่าประสบความสำเร็จขั้นสูงเเล้ว

เเต่จริงเพียงจริงนั้น..เมื่อทุกพรรคลงสนามเเล้ว "เเรงหนุน กระเเสเเละกระสุน" จะเเผ่วหรือไม่นั้น "น่าพินิจ"

เพราะเมื่อดูปฏิกริยาของ "นายใหญ่ ณ ลอนดอน" ที่เย้ยฟ้าท้าดินมาเสมอๆนั้น...ย่อมมิอาจนิ่งเฉยไปได้

ประสบการณ์ของ "ทักษิณ ชินวัตร" บนถนนการเมืองตั้งเเต่เซ้งพรรคพลังธรรม มาจนถึงยุค "คิดใหม่ ทำใหม่" จวบจนถึงวันล้มรัฐบาลไทยรักไทย การก่อเกิดพรรคพลังประชาชนจนเเปรสภาพมาเป็นพรรคเพื่อไทยยามนี้....

พรรคในอาณัติของทักษิณยังปักธง "อันดับหนึ่ง" บนสนามเลือกตั้ง "สามวาระรวด" เเม้จะมีปัจจัยการเมืองเเทรกซ้อนในช่วงกว่าสิบปีมานี้หลายเรื่องก็ตาม(รัฐประหารสองครั้ง ม็อบการเมืองขับไล่รัฐบาล(พันธมิตรฯ,นปช.เเละกปปส.) การย้ายขั้วการเมืองในช่วงเลือกนายกฯคนใหม่เเทน "สมัคร สุนทรเวช" การดำเนินคดีกับคนใกล้ชิดทักษิณ)

สมัคร สุนทรเวช


“กติกาเเบบไหนเขียนมาเลย ขออย่าเดียวอย่าเล่นนอกกติกา”

หนึ่งในวรรคทองที่นายใหญ่มักจะพูดเสมอๆยามที่คนในพรรคไปพบพาน

เเม้จะมีภาพข่าวอดีตส.ส.หลายก๊วนไปต้อนรับ "บิ๊กตู่" ยามออกเดินสายในภูธร เเต่ทักษิณ "หาใส่ใจไม่" เเถมยังไล่ส่งด้วยวลีว่า

“ใครที่อยากออกจากพรรคไป มีสองประการ ประการที่หนึ่ง คือไปเก็บสตางค์แล้วเลิกเล่นการเมือง เพราะพวกนี้หน้าโง่จ่ายแพง เก็บสตางค์ไปพักผ่อนซะ อีกประเภทหนึ่งคือว่ามั่นใจในตัวเอง ลืมไปว่าคะแนนตัวเองสู้คะแนนพรรคไม่ได้มาโดยตลอด มาเที่ยวนี้ได้เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาแทนบ้าง เดี๋ยว จ.เลย จ.นครราชสีมา ต้องเอาคนรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาแทน ดีมากเลย
…ผมเป็นพวก "ไมค์ ภิรมย์พร"….ไปดีเถอะนะพี่ขออวยพร”

เเละอีกภาพข่าวล่าสุดคือการกลับลำขออภัย "ทักษิณ" เเถมเเฉกลับ "ขบวนการล้มทักษิณ" จากลีลาของ "นคร มาฉิม" อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์เเละชาติพัฒนา ที่น่าจะเเน่นอนเเล้วว่า เลือกตั้งสมัยหน้า "นคร"สวมเสื้อ "เพื่อไทย" เเน่เเท้

ท่วงทำนองของ "นคร" สร้างเเรงกระเพื่อมเพิ่มความร้อนเเรงทางการเมืองอีกระดับเพราะฝ่ายที่ถูกพาดพิงออกมาปะทะ "นคร" หลากวาระ

อีกหนึ่งวาระที่มิควรมองข้ามคือ "ปัจจัย" ทางการเมืองที่จะอัดฉีดไปให้ "ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย" นั้น ท่อน้ำเลี้ยงนี้น่าจะ "ติดขัด"กว่าท่อน้ำเลี้ยงของขั้วอื่นๆ ย้อนไปเมื่อปี 2544 ปัจจัยทางการเมืองมีการใช้จ่ายในตัวเลข "หลายพันล้าน"

โดยเจ้าของพรรคจะเจรจากับหัวหน้ามุ้งหรือต่อสายตรงกับคนการเมืองนั้นๆเองว่า “ต้องการเท่าใด”
ว่ากันว่า...ราคาย้ายค่ายของผู้สมัครส.ส.อยู่ที่”ชื่อเสียงเเละโอกาสที่จะชนะ” โดยไทยรักไทยในช่วงนั้นมีการทำโพลล์เป็นระยะ เเต่ปัจจัยที่จะใช้ยิงในช่วงหาเสียงนั้น “พรรคจะดูเเลเอง”(ป้องกันการรั่วไหล)


นคร มาฉิม



เมื่อเกมการเมืองวันนี้เป็นเเบบนี้ การจ่ายปัจจัยในมุมทักษิณ น่าจะกระทำที่เท่าที่ "จำเป็น" เเละเลือกที่จะยิงให้ตรงเป้าที่สุด(เลี่ยงการถูกจับกุม) เเละเกมวันนี้อาจทำให้การใช้ปัจจัยบนหน้าตักทักษิณ"ใช้จ่ายน้อยกว่าที่คาดไว้"

“มีการตั้งธงเเล้วว่า พรรคเพื่อไทยเเม้ชนะเลือกตั้ง เเต่ไม่น่าจะมีสิทธิตั้งรัฐบาล เพราะสัญญาณหลายอย่างทางการเมืองมันล็อกไว้เเล้ว”


เเกนนำพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งระบุ

เเละมุมที่ลึกลงไปกว่านั้นคือ รอยปริร้าวในพรรคเพื่อไทย โดยอดีตส.ส.นกเเล(ผู้สมัครส.ส.สมัยเเรกที่ลงเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักไทยเเละชนะเลือกตั้ง) ระบุว่า “ตอนนี้ในพรรคยังไม่ลงรอย เห็นง่ายๆ การเลือกตัวหัวหน้าพรรค วันนี้เเบ่งสองขั้วคือ ขั้วหนึ่งหนุนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อีกขั้วหนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตรงนี้เมื่อไม่ลงตัวก็วุ่น นโยบายก็ไม่ชัด

อดีตส.ส.หลายคนหวั่นใจ เพราะรู้ว่าเลือกตั้งเเล้วไม่รู้ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เพราะกติกาค่อนข้างเข้มงวด เเละทุกสายตาจ้องมาที่พรรคเพื่อไทย ขยับอะไรก็มีโอกาสพลาด อดคิดไม่ได้ว่า อดีตนายกฯทักษิณที่ออกมาให้ข่าว จะเข้าข่ายเเทรกเเซงการทำงานของพรรคหรือไม่


ยอมรับว่า นโยบายเดิมของพรรคยังใช้ได้ดีในหลายพื้นที่ เเต่ความจริงนั้นหากคู่เเข่งงัดคดีของเเกนนำพรรคมาหาเสียงหรือกล่าวลอยๆเพียงว่า หนี้จำนำข้าวจะเอาอะไรไปชดใช้ หรือสองอดีตนายกฯหายไปไหนทำไมไม่ช่วยลูกพรรค พูดกันเเค่นี้เเล้วเราจะเอาอะไรมาเเก้ต่าง”


สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์



อดีตส.ส.นกเเลคนนี้ระบุถึงความขัดเเย้งในพื้นที่ของว่าที่ผู้สมัครส.ส.ที่ตอนนี้เริ่มปะทุเเล้วว่า”เมื่อรู้ว่าอดีตส.ส.บางคนจะย้ายเพราะปัจจัยหลายอย่าง (คดีความ หนี้สิน เเละการดูเเลในช่วงก่อนเเละหลังเลือกตั้ง)

ความไม่ลงรอยในการทาบตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.จากผู้ใหญ่ในพรรคที่บางเขตไปทับเส้นกันเอง หรือทาบคนที่ไม่ถูกกันในพื้นที่มาร่วมพรรค "จนไม่พอใจกัน"

ส่วน "พลังดูด" โดยเฉพาะจากขั้วพลังประชารัฐนั้น อดีตส.ส.นกเเลคนนี้ระบุว่า

สมชาย วงศ์สวัสดิ์


"อดีตส.ส.เพื่อไทยบางคนมีการคุยกับคีย์เเมนตัวจริงของพรรคนี้เเล้วเเละชัดว่าย้ายเเน่ เพราะหลายปัจจัยเอื้อให้ต้องย้าย พูดตรงๆบางคนบอกกันว่าอยู่กับเพื่อไทยต่อ งานเข้าวันไหนไม่รู้ กรณีอดีตรมว.เเละรมช.พาณิชย์(บุญทรง เตริยาภิรมย์เเละภูมิ สาระผล)ยังอยู่คุกเลย เเล้วพวกเราล่ะ"

บางช่วงบางตอนจากอดีตคนเคยรัก "นายใหญ่" สะท้อนความเป็นไปในมุมที่ใครบางคนอาจมองไม่เห็น...

เเต่มันคือปรากฏการณ์ "จริงเพียงจริง" บนกระดานการเมืองไทยวันนี้เเละวันหน้า...

| โดย : เร้นกาย ไร้เงา 
| ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ 


พรรคเพื่อไทย การเมืองไทย ทักษิณ ชินวัตร พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยรักไทย คิดใหม่ ทำใหม่ นคร มาฉิม