"บิ๊กตู่" คัมแบ็กนายกฯรอบ2 ไม่ไกลเกินจริง!!!

30 July 2018






 

นอกเหนือจากสาระหลักในการอัดฉีดงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร) ในการประชุมครม.สัญจร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังมีสีสันที่เป็นไฮไลต์ในการประชุมแทบทุกครั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอท็อปของตำบลชีทวน เมืองดอกบัว พลันมีเสียงตะโกนจากชาวบ้าน “พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ” ดังลั่นเป็นระยะๆ ทำเอา “ลุงตู่” หัวใจพองโตก่อนจะ ตะโกนตอบชาวบ้านเสียงดัง

“ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย” เสียงจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่วันนี้ชัดเจนเป็นลำดับกับอนาคตทางการเมืองที่ถูกขีดเส้นไว้แล้ว

อยากได้“บิ๊กตู่”เป็นนายกฯ


นายไพบูลย์ นิติตะวัน


 “ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกฯ อีกสมัย จะต้องมีประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก ผมสำรวจมาพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอันดับ 1”

เป็นเสียงจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป  ที่ประกาศตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน”

เมื่อย้อนดูผลการสำรวจของนิด้าโพลทั้ง 3 ครั้ง จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 1,257 คนทั่วประเทศ พบว่า การสำรวจครั้งแรกระหว่างวันที่ 15-16 มีนาคม 2561 พบว่าอันดับ 1 เป็น พล.อ.ประยุทธ์ 38.64% ตามด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย 13.04% และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 12.24% ขณะที่ผลสำรวจครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2561 พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีความนิยมอันดับ 1 32.24% อันดับ 2 ยังเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ 17.44%  และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ 14.24%

และการสำรวจครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พบว่า อันดับแรก ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ 31.26% รอง ลงมา เป็นคุณหญิงสุดารัตน์ 14.96% และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ 10.50%
จากผลสำรวจดังกล่าวพบสิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าประชาชนต้องการพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากให้ “พรรคเพื่อไทย” เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์

“บิ๊กตู่”เปิดตัวเร็วตกเป็นเป้า

ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และอาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) มองปรากฏการณ์จริงกับผลการสำรวจความเห็นของนิด้าโพล ในประเด็นประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกฯ ว่า ปรากฏการณ์จริงมันไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างที่เราเข้าใจ ถ้าผลนิด้าโพลออกมาอย่างนี้ก็เป็นเหมือน “เซเลบธรรมดา” เหมือนภาพของคนดังที่ตกเป็นข่าว ชอบเพราะเป็นข่าวเยอะ เป็นเรื่องของความโด่งดัง แต่ถ้าเป็นลักษณะการเมือง เช่น อยากให้เป็นนายกฯ หรือไม่ อยากให้บริหารประเทศแค่ไหน ต้องวัดอีกแบบ

อดีตเลขานุการของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังระบุอีกว่า ผลโพลล์ที่ออกมายังไม่สะท้อนความจริง ต้องมีการพิสูจน์โดยเฉพาะคนเหล่านี้ได้รับความนิยมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักปกครอง มาดูแลประเทศในระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้ประกาศตัวเองว่าจะทำการเมือง ไม่ได้ประกาศตัวเองว่าอยู่ในพรรคการเมือง จัดเป็นคนละประเภทกับคุณหญิงสุดารัตน์ และคุณอภิสิทธิ์ ที่เป็นนักการเมืองพันธุ์แท้
 “ตอนนี้ชัดแล้วว่าคนที่จะมาเป็นนายกฯ ไม่มีใคร นอก จาก พล.อ.ประยุทธ์ แต่ที่เล่นตัวในลักษณะนี้ได้ เพราะรู้ว่าอยู่เหนือคู่แข่งทั้งปวง ไม่ใช่ประเภทนักการเมือง แต่เป็นผู้ที่ถูกตั้งใจว่าให้ปกครองประเทศ ต้องลอยลมมาแน่ๆ ไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้งด้วยซํ้า เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้และกฎหมายลูกรองรับอำนาจให้สืบต่อ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเด่นชัด เพราะการเมืองไทย ถ้าประกาศตัวเองออกมาก็จะกลายเป็นเป้าโจมตี ต้องหลบเลี่ยงด้วยการไม่ล่อเป้า พล.อ. ประยุทธ์ จึงต้องอยู่อย่างนี้ ซึ่งก็ถูกแล้วเพราะถ้าประกาศตัว จะทำให้เป็นศัตรูกับคนที่ไม่ชอบ นอกจากนั้นจะเด่นชัดว่าเขาต้องแข่งขันให้หนัก จะทำให้เหนื่อย อยู่อย่างนี้ดีกว่า ไปได้เรื่อยๆและสำเร็จได้ง่ายกว่า”

เหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งไม่ยอมเปิดหน้าชัดเจนในเรื่องการเมือง บอกใบ้เพียงว่าความชัดเจนทางการเมืองจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้นั้น ผศ.ทวี มองว่าต้องดูปัจจัยเรื่องพรรค การเมือง ต้องมีการจัดกิจกรรมทางการเมือง ทั้งต้องดูฐานอำนาจต่างๆ เช่น ฐานอำนาจทางกองทัพ โดยเฉพาะตำแหน่งหลักอย่างผู้บัญชาการทหารบก ต้องให้เสร็จภายในเดือนกันยายน หรืออาจจะเร็วกว่านั้นเพื่อความมั่นใจ และการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่จะมีผลต่อการแต่งตั้งส.ว. เพราะส.ว.จะเป็นฐานอำนาจของนายกฯ และเป็นคนที่รัฐบาลไว้ใจได้
เปิดเกมรุกฐานเสียงเสื้อแดง

รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า จากผลโพลล์ที่ออกมาจะสะท้อนว่า ประการแรก คนไทยยอมรับสภาพความสงบของบ้านเมือง แม้เศรษฐกิจจะไม่เติบโตแบบหวือหวา แต่คนตอบโพลล์มองว่าอาจไปได้ ขณะเดียวกันสิ่งที่เราไม่เห็นมันอาจสวิงกลับก็ได้ เช่น ถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดอะไรขึ้น โดยธรรมชาติพื้นฐานมนุษย์อะไรที่ไม่รู้มักจะกลัว ไม่อยากเสี่ยง

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ คะแนนนิยมมาอันดับ 2สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยยังมีฐานเสียงและความนิยมค่อนข้างมาก ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคอีกเรื่องหนึ่งแต่ประมาทเพื่อไทยไม่ได้ เพราะคนยังคิดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่

ส่วนนายอภิสิทธิ์ ภาพเป็นนักวิชาการ เป็นคนเก่ง และฉลาด มีหลักการ มีเหตุมีผล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนไทยต้องการ ส่วนใหญ่คนไทยจะชอบแบบลูกทุ่ง ภาพและบุคลิก นายอภิสิทธิ์ อาจเข้าไม่ถึงคนส่วนใหญ่ ถ้าเป็นอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ต้องทบ ทวนตนเองว่าภาพที่สะท้อนผ่านโพลล์ยังไม่ถึงใจของคนไทย เพราะคนไทยอาจจะชอบเด็ดขาด ถึงลูกถึงคน เหมือนนายกฯ ประยุทธ์

วีระศักดิ์ เครือเทพ


“คุณอภิสิทธิ์ ต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มากๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ยังไม่โดน แต่จะได้เฉพาะกลุ่มคนที่ชอบลุ่มลึก สุขุม แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของสังคม และน่าจะเป็นคนในเมืองหรือคนกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดไม่โดนคนต่างจังหวัดเมื่อพูดถึงประชา- ธิปัตย์เขาจะนึกถึงนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ มากกว่า”

รศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ถ้ามองแนวโน้มในอนาคต โดยดูจากสถานการณ์วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ มีโอกาสเป็นนายกฯ ถ้าอยากจะลงต่อก็ยังเป็นไปได้ แต่ถ้าบอกว่าไม่เอา อาจจะขยับขึ้นตรงไหนอย่างไร ก็อาจจะเปลี่ยนคนเล่น แต่องค์กร คสช.ยังอยู่เพื่อประคองสิ่งที่ทำมาแล้ว ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเล่นไปก่อนเพื่อคสช.และตัวพล.อ.ประยุทธ์เอง

จะเห็นได้ว่าการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้แล้ว ทุกๆ เส้นทางที่ไปลงพื้นที่ จังหวัดที่จะเลือกไปจะเป็นจังหวัดที่มีสีแดงเยอะขึ้นจะเห็นได้ว่าช่วงแรกๆ สีแดงไม่เยอะ แต่ตอนนี้ต้องเปิดเกมรุก ถ้าคสช.ต้องการชนะ สิ่งที่จะตามมาก็คือต้องเจาะฐานเสียงของฝ่ายตรงข้ามให้ได้

วันนี้ ครม.กล้าไปประชุมที่อุบลราชธานี ต่อไปอาจจะขยับรุกคืบไปอีสานบน หรือไฮไลต์ที่เราติดตามดูคือ อุดรธานี และเชียงใหม่ คงต้องมีวันนั้น เพียงแต่จะช้าหรือเร็ว คาดว่าจะเก็บจังหวัดเหล่านั้นไว้ช่วงท้ายใกล้เลือกตั้ง เพราะมันคือเดิมพันวัดดวง ถ้ากล้าไปแสดงว่าเจาะเรียบร้อยแล้ว และเพื่อให้มีความมั่นใจที่จะมีการเลือกตั้ง

“ที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะรัฐบาลลงไม่ได้ เป็นภารกิจทหารต้องลุยให้จบ ดังนั้นต้องวางยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้นขึ้น และต้องเจาะสนามที่ต้องการให้ได้”


ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกตั้ง ครม.สัญจร ลุงตู่ พลังดูด