WD ยึดไทย "ฮับฮาร์ดดิสก์โลก" !! ปิดโรงงานในมาเลย์ - บีโอไอการันตีมาแน่

29 July 2018








ยักษ์ "เวสเทิร์น ดิจิตอล" ปิดโรงงานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่มาเลเซีย ย้ายไลน์ผลิตทั้งหมดมาไทย ยกเว้น โรงงาน SSD ที่ปีนัง วงในชี้! WD เชื่อมั่นประเทศสูง จะทำให้ศักยภาพส่งออกครองแชมป์ด้านมูลค่า บีโอไอยันมาแน่! ใช้เป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์สร้างฐานใหญ่ขึ้น

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีของหน่วยเก็บข้อมูล หรือ หน่วยเก็บความจำ ที่เรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (Hard Disk Drive : HDD) จานแม่เหล็กหัวอ่านถูกพัฒนามาเป็น Solid State Drive หรือ SSD ที่มีความทันสมัย ประหยัดไฟ คล่องตัว และสะดวกในการใช้งานมากกว่า ทำให้ตลาดเริ่มขานรับมากขึ้น จนล่าสุด ราคาเริ่มเอื้อต่อผู้บริโภคและสามารถเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด HDD ในตลาดโลกได้แล้วบางส่วน โดยเฉพาะการเข้าสู่ตลาดขนาดความจุที่ 1 เทราไบต์ ที่มีความต้องการใช้เปลี่ยนไปอยู่ที่กลุ่ม SSD คาดว่าขณะนี้เข้าไปชิงตลาด HDD ได้แล้ว ในสัดส่วนมากกว่า 30%




แหล่งข่าวจากวงการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รายใหญ่ของโลก อย่าง บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอเรชั่น สัญชาติอเมริกัน กลับมาวางยุทธศาสตร์การผลิตใหม่อีกครั้ง โดยประกาศปิดโรงงานผลิต HDD ที่กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีแรงงานจำนวน 10,000 คน มีขนาดกำลังผลิตประมาณ 35% ของกำลังผลิตทั้งหมด จากที่ปัจจุบันมีโรงงานผลิต HDD ในมาเลเซียและในไทย ไม่รวมโรงงานผลิต SDD ที่ปีนัง มาเลเซีย โดยจะทำการย้ายไลน์ผลิตทั้งหมดในส่วน HDD มายังประเทศไทยในปลายปี 2562 เพื่อรวมเป็นฐานการผลิตเดียวกัน ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จากปัจจุบัน มีโรงงานผลิตอยู่ที่บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี และที่ จ.ปราจีนบุรี ทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิต HDD ขนาดใหญ่ที่สุดของโลกยิ่งขึ้น


ขยายเพิ่มเพราะเชื่อมั่นไทย
การตัดสินใจปิดโรงงานผลิตที่มาเลเซียและย้ายมายังประเทศไทยครั้งนี้ เกิดจากที่กลุ่ม WD มีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย และเป็นการตอบสนองความยืดหยุ่นของตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยมองว่า แม้เทคโนโลยี SSD กำลังเติบโต แต่ตลาด HDD ก็ยังไม่หายไป ยังคงมีบทบาทมากในคลาวด์ สตอเรจ (Cloud Storage) หรือในดาต้า สตอเรจ (Data Storage) สำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ในวิดีโอ กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสูง หรือ ฐานเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้ในสำนักงาน ที่ต้องการหน่วยเก็บความจำที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยตลาด HDD จะยังเติบโตในเชิงความจุที่ระดับเกิน 10 เทราไบต์ขึ้นไป ส่วนการจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุที่ 1 เทราไบต์ ตลาดจะโฟกัสมาที่ SSD แทน เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ มีคุณสมบัติเป็นตัวบันทึกข้อมูล หรือ ไอซี ที่ใช้ประกอบอยู่ในมือถือ โน๊ตบุ๊ก แทบเล็ต หรือ อุปกรณ์เคลื่อนที่พกพาสะดวก ด้วยขนาดความจุที่น้อยกว่า HDD

"มองว่า ทั้ง SSD และ HDD ยังเป็นพระเอกอยู่ เพราะมีบทบาทและลักษณะความนิยมในการใช้ที่แตกต่างกัน เพียงแต่ SSD เป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ราคายังแพงกว่า 7-8 เท่าตัว"




แหล่งข่าวในวงการอิเล็กทรอนิกส์อีกราย กล่าวว่า SSD แม้จะมีความจุน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้มีราคาสูงเกือบ 10 เท่า ยกตัวอย่างเช่น ความจุที่ 1 เทราไบต์ ราคา HDD จะอยู่ที่ 2,000-3,000 บาทต่อ 1 เทราไบต์ เทียบกับความจุเท่ากันของ SSD ราคาจะอยู่ที่กว่า 10,000 บาทต่อ 1 เทราไบต์


ส่วนแบ่งตลาดสูงต่อเนื่อง
ปัจจุบัน การผลิต HDD ในตลาดโลก จะมีกำลังผลิตรวมราว 400 ล้านชิ้นต่อปี หรือประมาณ 100 ล้านชิ้นต่อไตรมาส มาจากผู้ผลิต 3 รายใหญ่ในตลาดโลก คือ WD , ซีเกท และโตชิบา ในจำนวนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดของ WD จำนวน 44% ซีเกทมีสัดส่วนตลาด 39% มีฐานผลิตในไทยและจีน และที่เหลือเป็นสัดส่วนของโตชิบา 17%

"ภายในปลายปี 2562 เป็นต้นไป จะทำให้ศักยภาพการส่งออกของ WD ในไทย ยังครองความเป็นเบอร์ 1 ในแง่มูลค่าการส่งออกของไทย โดยฐานส่งออกจะเพิ่มขึ้นทันที หลังโยกไลน์ผลิตจากมาเลเซียเข้ามาแล้ว"




ด้าน สื่อต่างประเทศ สำนักข่าว The Register จากประเทศอังกฤษ รายงานก่อนหน้านี้ว่า WD ย้ายฐานการผลิต HDD มารวมอยู่ในประเทศไทย หลังจากที่เทคโนโลยีเปลี่ยน โดย SSD ที่มีความนิยมสูงขึ้น ทำให้โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ต้องปิดตัวลง ขณะที่ ในมาเลเซียยังมีโรงงานประกอบและวิจัย SSD อยู่ที่ปีนัง และกำลังมีแผนจะเปิดโรงงานผลิต SSD แห่งใหม่ด้วย จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ยักษ์ WD กำลังผันตัวไปสู่เทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค


BOI ยันมาแน่! ยึดไทยฐานใหญ่
ต่อเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้รับการเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ก่อนหน้านี้ผู้บริหารจาก บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ WD ในประเทศไทย ได้มาหารือกับบีโอไอที่จะย้ายฐานการผลิตจากมาเลเซียมายังประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ รวมกับฐานเดิมที่มีอยู่แล้วในไทยให้ใหญ่ขึ้น ตามนโยบายของบริษัทแม่ที่วางแผนไว้ โดยคาดว่าจะเริ่มมีการย้ายฐานมาในเร็ว ๆ นี้




สำหรับบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ WD ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุดถึง 28,000 คน ที่ผ่านมาร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลไทยในการส่งเสริมและร่วมพัฒนาบุคลากรด้านไอที ที่มีความเชี่ยวชาญสูงเพื่อป้อนอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ โดยมีฐานการผลิต HDD และชิ้นส่วนรวมจำนวน 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทำหน้าที่ผลิต Slider/HGA Headstack (ชุดหัวอ่าน/เขียน) และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ส่วนโรงงานแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี โดยทำหน้าที่ผลิต Headstack (ชุดหัวอ่าน/เขียน) และชิ้นส่วนประกอบสำคัญของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และโรงงานแห่งที่ 3 ตั้งอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,387 วันที่ 29 ก.ค. - 1 ส.ค. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ซัมซุงยกระดับฮาร์ดดิสก์แบบพกพา
เวสเทิร์นฯเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ใหม่




ฐานเศรษฐกิจ มาเลเซีย บีโอไอ WD ฮาร์ดดิสก์ Thansettakij โรงงาน WD โรงงานฮาร์ดดิสก์