เบเกอรี่แผงลอยกระอัก! "พิษไขมันทรานส์" ทำเจ๊ง

25 July 2018








ไขมันทรานส์พ่นพิษ 'เบเกอรี่แผงลอย' กระอัก! ลูกค้ายอดหาย ขายหด เหลือทิ้งขาดทุนยับ วอนรัฐหาทางออกใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน จ่อปรับราคา ด้าน อย. ชี้! ฝ่าฝืนโทษหนัก จำคุกสูงสุด 2 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท

ผลกระทบจาก 'ไขมันทรานส์' ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และลามลงไปถึงผู้ประกอบการขนาดเล็ก ร้านขายขนมปังนม เนยตามตลาดนัด ต่อเรื่องนี้ นางสุวดี (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของร้านขายขนมปังเนย นม ตลาดนัดย่านบางกะปิ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากมีข่าวเรื่องไขมันทรานส์ที่ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ โรคต่าง ๆ มากมาย ส่งผลให้ลูกค้าส่วนใหญ่ตระหนกและลดการซื้อลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าประจำก็เลือกซื้อน้อยลง ทำให้ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ยอดขายลดลง มีสินค้าเหลือต้องทิ้งและขาดทุน โดยคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนี้อีกระยะหนึ่งและคาดว่าจะกลับมาขายได้เช่นเดิม เมื่อกระแสลดลง และจะมีการหารือกับเจ้าของโรงงาน เพื่อให้ปรับเปลี่ยนสูตรไม่ใช้ไขมันทรานส์อีกต่อไป

 

©Free-Photos



"เราไม่ได้ผลิตขนมปังเอง เป็นการซื้อมาขายไป เมื่อบอกว่า ไขมันทรานส์มีโทษทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เราก็ต้องยอมรับ อีกทั้งลูกค้าส่วนใหญ่รับรู้และลดการซื้อลง ย่อมส่งผลกระทบต่อการขาย รัฐบาลออกมาบอกเช่นนี้ก็ต้องบอกด้วยว่า แล้วพ่อค้าแม่ค้าจะต้องทำอย่างไร จะใช้อะไรมาทดแทนได้ หรือ อะไรที่ใช้แล้วไม่เกิดโทษ เพราะเท่าที่คุยกับเจ้าของร้านขนมปัง เขาก็บอกว่าจะเปลี่ยนไปใช้เนยสดแทน ซึ่งแน่นอนว่า 'ต้นทุนสูงขึ้น' จะมาขายราคา 20-30 บาท คงไม่ได้แล้ว แต่หากขายแพงไป ลูกค้าไม่ซื้อ ก็ขายไม่ได้อยู่ดี"

ด้าน น.ส.สุรีพรณ์ กันหาชัย เจ้าของร้านโดนัต NK ตลาดนัดย่านแจ้งวัฒนะ กล่าวว่า เมื่อประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ไขมันทรานส์ ทางร้านก็ยกเลิกการใช้เนยเทียม เพราะเราทำโดนัตเอง ตอนนี้จึงต้องหยุดทำไปก่อน และกำลังหาข้อมูลว่าจะใช้อะไรมาแทนเนยเทียมได้ คงต้องคุยกับร้านขายส่งวัตถุดิบก่อน ส่วนลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งออร์เดอร์เข้ามา ก็มีถามว่า ยังใช้อยู่มั้ย เราก็แจ้งลูกค้าไป หากลูกค้ารับได้ ก็สั่งทำตามออร์เดอร์ แต่หากลูกค้าไม่มีระยะยาว อาจต้องเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นแทน

 

©D-Best Bakery



ขณะที่ น.ส.บัณฑวรรณ ธีระจารุวรรณ เจ้าของร้าน D-Best ย่านตลาดท่าน้ำ ปากเกร็ด กล่าวว่า ทางร้านรับรู้มาระยะหนึ่งแล้วว่าจะมีการห้ามใช้ไขมันทรานส์ทุกชนิด จึงได้เตรียมพร้อม ด้วยการหาวิธีใหม่ ๆ สูตรใหม่ ๆ ที่ไม่ใช้ไขมันทรานส์ โดยเริ่มศึกษามาได้ 2 ปี โดยที่ร้านทำขนมและขายอุปกรณ์ทำขนม ซึ่งตัววัตถุดิบที่ต้องเพ่งเล็งมากสุด คือ เนยเทียม ซึ่งในวงการเบเกอรี่ไม่นิยมใช้ ยกเว้น เบเกอรี่ตลาดล่าง ขณะที่ มาการีน ในปัจจุบันมีราคาไม่แตกต่างจากเนยสดเท่าใดนัก ร้านค้าส่วนใหญ่จึงหันมาใช้เนยสดแทน พร้อมโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ารับรู้ เมื่อมีการประกาศยกเลิกจึงไม่ส่งผลต่อยอดขาย

อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากปรับเปลี่ยนสูตร โดยหันไปใช้วัตถุดิบใหม่ที่ไม่มีไขมันทรานส์ ราคาสินค้าจะปรับขึ้น 10-20% จากปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ย ครัวซองต์เล็ก 10 บาท/ชิ้น , ครัวซองต์ใหญ่ 15 บาท/ชิ้น , ขนมปังไส้ต่าง ๆ 20-25 บาท/ชิ้น , คัพเค้ก 15-30 บาท/ถ้วย , ขนมปังสอดไส้ 40 บาท/แถว , มาม่อน 20 บาท/ชิ้น , โดนัตเนยสด 10-15 บาท/ชิ้น หรือ 40 บาท/กล่อง เป็นต้น

 

พินิจ พัวพันธ์ กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด
ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน แบรนด์ 'มะลิ'



นายพินิจ พัวพันธ์ กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน แบรนด์ 'มะลิ' กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการในบางราย คล้ายกับตอนที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นภาษีน้ำตาล ซึ่งในรายที่มีการใช้ไขมันทรานส์ก็จะต้องมีการปรับตัวและปรับต้นทุน ซึ่งมองว่า ผู้ประกอบการที่มีการปรับตัวนั้น แน่นอนว่า ต้นทุนย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนจะสูงขึ้นมากน้อยขนาดไหนนั้น ไม่สามารถประเมินได้

"ในส่วนของผลกระทบที่จะเกิดกับธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไขมันทรานส์ โดยส่วนตัวไม่ได้มองว่าจะกระทบกับรายเล็กหรือรายใหญ่ แต่มองว่า ในธุรกิจไหนหรืออุตสาหกรรมใด มีการใช้ปริมาณที่มากกว่าก็จะกระทบต้นทุนให้สูงขึ้นตามไปด้วย"


 

อิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด
ผู้ผลิตและจำหน่ายนมข้นหวาน 'พาเลซ'



ขณะที่ นายอิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายนมข้นหวาน 'พาเลซ' กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะกระทบในตลาดแมส หรือ เบเกอรี่ ของทอด ที่นิยมจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปหรือตามตลาดนัดมากกว่า เนื่องจากในกลุ่มดังกล่าวมีการใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์อยู่มาก เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ส่วนจะกระทบต่อต้นทุนมากน้อยเพียงใด ไม่สามารถประเมินได้

น.พ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องไขมันทรานส์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562 นั้น หากตรวจพบว่า ยังมีการใช้ไขมันทรานส์จะมีบทลงโทษทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,385 วันที่ 22-25 ก.ค. 2561 หน้า 01+15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“โบว์ เบเกอรี่” ขยายตลาดสู่สตาร์บัคส์ ชูผลิตภัณฑ์หลากหลายโกยยอดขาย 240 ล้านบาท
หอมมนต์เบเกอรี่ฉีกตลาดรุกปั้นแฟรนไชส์ตลาดนัด




ฐานเศรษฐกิจ ไขมันทรานส์ ขาดทุน เบเกอรี่ ลูกค้า วัตถุดิบ Thansettakij แผงลอย