'ออมสิน' เร่งทนาย! ลุยฟ้องครูเบี้ยวหนี้

23 July 2018








ปัญหาหนี้ครูยังไม่จบ! หลังเกิดหนังสือเวียน กระตุ้นทนายความเร่งฟ้องคดีที่ค้าง 2-3 ราย จากการผิดนัดชำระหนี้ ... 'ชาติชาย' ลั่น! ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ว่าอาชีพใด ๆ มิเช่นนั้น จะมีความผิดฐานเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยัน! เป็นเพียงครูกลุ่มน้อย 99.9% มีประวัติชำระหนี้ดี

จากปัญหาหนี้สินครูจนเกิด 'ปฏิญญามหาสารคาม' ที่ครูจำนวนหนึ่งออกมาแสดงเจตนารมณ์ที่จะหยุดชำระหนี้ให้กับธนาคารออมสินอย่างไม่มีกำหนด โดยจะเริ่มจากเดือน ส.ค. ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ออกมาระบุว่า หากลูกหนี้ครูรายใดมีปัญหา ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย แม้ว่ากระทรวงการคลังไม่ต้องการดำเนินการเช่นนี้ก็ตาม เพราะการฟ้องร้องข้าราชการครูจะทำให้ครูเสียสภาพการเป็นข้าราชการ




จนกระทั่งล่าสุด ปรากฏหนังสือเวียนจากธนาคารออมสินให้กับกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสำนักงาน ธนาคารออมสินทั่วประเทศ ให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาตามขั้นตอนของธนาคาร โดยแบ่งการดำเนินการลูกหนี้เป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกหนี้ที่มีการทวงถามและบอกเลิกสัญญา ให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีให้แล้วเสร็จในเดือน ก.ค. ส่วนลูกหนี้ที่ยังยกเลิกสัญญาเงินกู้ ให้เร่งยกเลิกสัญญาและฟ้องคดีให้แล้วเสร็จในเดือน ส.ค.




นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หนังสือเวียนที่ออกไป ส่งถึงทนายความให้เร่งดำเนินคดีที่ค้างจากโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) แรก ๆ เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการมา มีครูที่เข้าร่วมโครงการกว่า 4 แสนรายนั้น ที่มีปัญหาจริงประมาณ 3-4 พันราย วงเงินประมาณ 3-4 พันล้านบาท ที่ได้ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านั้น ไม่เกี่ยวกับปฏิญญาในครั้งนี้ เพราะในจำนวนครูที่ออกมาเรียกร้องนั้น เพียง 0.01% เท่านั้น ขณะที่ ครู 99.99% ทั่วประเทศ ก็ยังมีการผ่อนชำระดี

ทั้งนี้ ธนาคารดำเนินการฟ้องร้องลูกหนี้ตามขั้นตอนปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอาชีพใด อย่างถ้าค้างเกิน 1 วัน ก็จะมีข้อความเตือน เกิน 90 วัน จะมีหนังสือเตือน และหากเกิน 180 วัน ก็จะมียื่นฟ้องตามขั้นตอนปกติ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งธนาคารต้องการให้ครูมาเจรจาประนอมหนี้กับทางธนาคาร ทั้งที่ผ่อนไม่ไหวและยังผ่อนได้ แต่ต้องการลดภาระการผ่อนลงก็สามารถทำได้

 

ชาติชาย พยุหนาวีชัย
ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน



เพราะที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดให้มีโครงการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเงินกู้ ช.พ.ค. มาตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมี 2 ส่วน คือ ปรับโครงสร้างหนี้ กรณีที่เป็นหนี้เสียไปแล้ว หรือ ปรับตารางการผ่อนชำระให้ หากเห็นว่ามีภาระมากเกินไป ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีครูเข้ามายื่นที่ออมสินแล้ว 3-4 หมื่นราย คิดเป็น 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา มียอดชำระเข้ามาจากที่เคยสูงสุด 5 แสนล้านบาท เหลือ 433,000 ราย คิดเป็นวงเงินกู้ 406,000 ล้านบาท โดยมีหนี้เสีย 4,079 ราย คิดเป็น 0.94% ของลูกหนี้ทั้งหมดเท่านั้น

นอกจากนั้น ออมสินยังร่วมสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีที่ลูกหนี้ที่มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกัน 12 เดือน ก็จะได้ส่วนลดดอกเบี้ยอีก 0.5-1% ซึ่งมีครูที่ได้รับการลดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายลดลงปีละ 5,000-10,000 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการมากกว่า 12 ปี มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมากถึงกว่า 700,000 ราย วงเงินกู้รวมกว่า 700,000 ล้านบาท บ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่า โครงการนี้ดีมาก เพราะมีครูเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก




"ครูกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องเป็นคนกลุ่มน้อยของครูทั่วประเทศ ที่มี 9 แสนคน ที่ไม่รักษาวินัยการชำระหนี้ ซึ่งผมคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้นั้น สังคมจะเป็นผู้ตัดสินการกระทำเอง โดยทางตามขั้นตอนแล้ว หากครูเบี้ยวไม่ชำระหนี้ ก็จะถูกฟ้องร้องตามกฎหมายและอาจถึงขั้นล้มละลาย"

ทั้งนี้ โครงการเงินกู้ ช.พ.ค. เกิดขึ้นเพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ช.พ.ค. เพื่อชำระหนี้และนำเงินไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและบุคคลในครอบครัว การศึกษา รักษาพยาบาล และใช้จ่ายกรณีจำเป็นอื่น ๆ อีกทั้งช่วงปี 2547-2548 มีปัญหาหนี้นอกระบบมาก รัฐบาลได้พยายามแก้ไขทั้งระบบ รวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มครู ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญของประเทศ ที่เคยกู้หนี้นอกระบบ เสียดอกเบี้ยเดือนละ 10-20% ธนาคารออมสินได้ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ให้เลือกผ่อนชำระได้นาน




ซึ่งในส่วนของการคิดดอกเบี้ยตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า การให้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ทั้งธนาคารพาณิชย์ นอนแบงก์ หรือ ธนาคารออมสิน สามารถคิดดอกเบี้ยได้ถึง 15-28% ต่อปี แต่เงินกู้โครงการนี้คิดเพียง 5-6% ต่อปีเท่านั้น และผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,385 วันที่ 22-25 ก.ค. 2561 หน้า 01+15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
'ออมสิน' แจงส่งหนังสือถึงสำนักงานทนายความ "ติดตามงานปกติ" ไม่เกี่ยว 'ปฏิญญามหาสารคาม' ย้ำ! พร้อมแก้ไข-ประนอมหนี้ครู
ที่นี่ไม่มีความลับ : ขยะใต้พรมบนการคิด “ชักดาบหนี้ครู”




ฐานเศรษฐกิจ หนี้ครู ออมสิน เบี้ยวหนี้ ครู หนี ทนาย Thansettakij ครูเบี้ยวหนี้