ฐานโซไซตี : รัฐเร่งสร้างผลงาน ช่วยเกษตรกร-อุ้มคนจน หวังคะแนนนิยม?

22 July 2018






โค้งสุดท้ายของ “รัฐบาล คสช.” ก่อนนำไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ที่คาดว่าจะมีขึ้นต้นหรือกลางปีหน้า เป็นธรรมดาที่จะเห็นรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาหรือฝากผลงานให้ “เข้าตา” ประชาชน ยิ่งหากเป็นรัฐบาลที่อยากกลับเข้ามาบริหารประเทศอีกรอบด้วยแล้ว ก็ต้องทำผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเข้าไว้ เพื่อที่จะได้รับ“ความนิยม” จากประชาชนในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับเข้ามาเป็น “ผู้นำรัฐบาล” อีกครั้ง และถูกมองว่าเป็นพรรคของ “รัฐบาล คสช.” ดังนั้น หากรัฐบาลสร้างผลงานไว้มากเท่าไหร่ “คะแนนนิยม” ก็จะไปตกกับ “พรรคพลังประชารัฐ” มากขึ้นเท่านั้น

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์



ช่วงนี้จึงเริ่มเห็นโครงการต่างๆ ที่ออกมาเพื่อเป็นการเอาใจกลุ่มต่างๆอาทิ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ซึ่งเปิดเผยในระหว่างไปกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา “ทิศทางหุ้นครึ่งปีหลัง ฟุบหรือไปต่อ” จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ว่า เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสิ้นเดือนนี้ ในการออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นที่จะครบกำหนดใน 2-3 ปีนี้ โดยรัฐบาลจะช่วยเรื่องอัตราดอกเบี้ย 2-3% ให้สิทธิกับเกษตรกรที่สมัครใจ และเป็นลูกหนี้ที่ดีที่มีเพดานหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ 2-3 ล้านราย มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปภาคเกษตร เพื่อต้องการให้มีการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร ส่วนรายละเอียดของโครงการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.จะรับไปดำเนินการต่อไป

ฉัตรชัย ศิริไล



นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่ง ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ออกมาระบุว่า ธอส.ได้รับมอบนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ที่จะมอบให้กับประชาชนสิ้นปีนี้ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการในการรวบรวมบ้านราคาตํ่ากว่า 1 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเฟสแรกจำนวน 1 แสนหน่วย ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) พิจารณาได้ในเดือนสิงหาคม เพื่อให้เริ่มอนุมัติสินเชื่อได้ในปลายปีนี้หรือต้นปี 2562 ทั้งนี้ ผู้จัดการ ธอส.บอกว่า ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยราคาตํ่ากว่า 1 ล้านบาท โดยจะช่วยเหลือใน 3 กลุ่มคือ ผู้มีรายได้น้อย ผู้เริ่มต้นครอบครัว และผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังศึกษาอัตราดอกเบี้ยและรวบรวมบ้านเบื้องต้นที่หารือกับผู้ประกอบการ 2-3 รายมีที่อยู่อาศัยราว3หมื่นยูนิต โดย 1 หมื่นยูนิตพร้อมอยู่อาศัยในปีนี้แล้ว ที่เหลือจะก่อสร้างเพิ่มในปี 2562
หันไปดูเรื่องของ “เจ้าจำปี” ที่เตรียมจัดหาเครื่องบินลำใหม่ตามแผนปี 2561-2565 จำนวน 23 ลำ เห็นว่ายังเป็นเพียงแค่อยู่ในขั้นตอนที่จะนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อส่งต่อ ครม.พิจารณาต่อไปเท่านั้น แต่บรรดาขาประจำที่ชอบแสดงบทบาทอวดรู้ยิ่งกว่าพหูสูต ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาตามโลกโซเชียล ทำให้ อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ต้องออกมาระบุแบบหัวเสียว่า “การบินไทยเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ใช้งบประมาณของภาครัฐซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนมาใช้ในการจัดซื้อเครื่องบินแต่อย่างใด และที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจก็ไม่ได้พึ่งพางบประมาณของรัฐ อีกทั้งรัฐบาลไม่เคยจัดสรรงบประมาณประจำปีให้การบินไทยแต่อย่างใด และขณะนี้บริษัทก็อยู่ระหว่างการหารือกับที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อพิจารณาการจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับสถานะของบริษัท ในการจัดหาเครื่องบินลำใหม่ตามแผน” ชัดเจนๆๆๆ!

ลองคิดดูว่าผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สักคันเพื่อนั่งไปโน่นนี่นั่น ก็ยังเล็งหารถที่มีสภาพใหม่ๆ คงไม่มีใครที่อยากจะนั่งรถคันเน่าๆ เบาะก็ฉีกขาด ประตูแทบหลุดที่วิ่งกันอยู่เต็มท้องถนนแถมจอดเสียรถติดยาวเป็นพืดและยังต้องจ่ายตามราคามิเตอร์เท่ากัน เฉกเช่นเดียวกันในโลกของการดำเนิน “ธุรกิจแอร์ไลน์” ที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน การจัดหาเครื่องบินใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าที่มีอายุการใช้งานมากว่า 20 ปีและถึงเวลาต้องปลดระวางออกจากฝูงบิน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เครื่องบินถือเป็นสินค้าและเครื่องไม้เครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญของการบินไทย และการเลือกวางสินค้าที่ลงตัวในเส้นทางต่างๆ ที่เหมาะสมกับเวลาที่ใช้ทำการบิน จะมีผลต่อการทำเงินทำกำไรในธุรกิจการบิน สอดคล้องกับการออกแบบการบริการในเที่ยวบินโดยมีบรรดา “นางฟ้า-แอร์สจวร์ต” เป็นคนคอยส่งมอบรอยยิ้มเพื่อเพิ่มเสน่ห์ไทยและความประทับใจ แต่การสั่งซื้อเครื่องบินของ “ผู้บริหารระดับสูง” ควรอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและกลยุทธ์ที่สำคัญของเครื่องแต่ละแบบ ไม่เช่นนั้นก็จะไปจอดกองกันไว้ที่ “สนามบินอู่ตะเภา” จนเป็นสุสานและบทสรุปของ ป.ป.ช.ที่เผยออกมา

ปิดท้าย วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคมนี้ เวลา 05.00 น. บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าฯ สระบุรี และ วิโรจน์ คัมภีระ ประธานชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นประธานร่วมเปิดงานวิ่งเพื่อการกุศล “ซีพีเอฟ รัน ฟอร์ ชาริตี้  2018: ชีวีรื่นรมย์ วิ่งชมสามหลั่น นมัสการพระพุทธฉาย กราบไหว้พระหยก ครั้งที่ 2” นำชาวสระบุรีวิ่งเพื่อสุขภาพ และร่วมสมทบทุนแก่กาชาดจังหวัดและร.พ.พระพุทธบาท ณ วัดพระพุทธฉาย อ.เมือง จ.สระบุรี

| คอลัมน์ : ฐานโซไซตี
| โดย...ว.เชิงดอย
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 4 ฉบับ 3385 ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ค.2561


เกษตรกร ประชารัฐ อุ้มคนจน พรรคพลังประชารัฐ พลังดูด