'วิชิต' ฟันธง! 3 ปี 'หยวน' ผงาดโลก

20 July 2018








ไทยพาณิชย์เปิดสาขาแบงก์ที่เซี่ยงไฮ้รับอนาคตศูนย์กลางเงินหยวน ... 'วิชิต' ชี้! จับตา 3 ปี จีนเปิดทางให้เป็นอีกสกุลเงินกลางซื้อขายของโลก ย้ำ! เครือข่ายแบงก์พร้อมเชื่อมโยงจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ฐานเศรษฐกิจ" ในโอกาสที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดสาขาที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้
ย้ำ! เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อรับอนาคตการเป็นศูนย์กลางเงินหยวน โดยไทยพาณิชย์พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจให้เกิดการค้าการลงทุนที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย




โดยจีนวันนี้มีนโยบายเปิดเสรีธุรกิจการเงินอย่างเป็นรูปธรรมจริง ๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน เหมือนอเมริกามีนิวยอร์ก จีนก็จะมีเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเรามาตอนนี้เหมาะที่สุด ไม่ได้มาช้า แต่มาทันเวลาที่เขาเปิดร้านพอดี ถ้ามาก่อนยังไม่เปิดร้านก็เข้าไม่ได้

ที่ผ่านมา การเปิดออฟฟิศเปิดได้ แต่เรื่องสาขาหรือใบอนุญาตเป็นเรื่องยากมาก แต่กรณีของไทยพาณิชย์ปีเดียวได้เลย นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบาย Belt & Road ของประธานาธิบดี 'สี จิ้นผิง' ที่จะเกิดมีการติดต่อค้าขายทางการค้าระหว่างประเทศจีนกับเพื่อนบ้าน



ประกอบกับ ธนาคารไทยพาณิชย์เองก็ได้รับรางวัลเป็น The Best Belt & Road Bank 2 ปีซ้อน ขณะเดียวกัน ลูกค้าไทยเราเองอีกหน่อยจะค้าขายกับจีนเพิ่มขึ้นแน่นอน มีแต่เพิ่ม ไม่มีลด ดูจากแนวโน้ม 2 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าไทยมีตัวเลขการค้าเพิ่ม ทั้งปริมาณและจำนวน และประเทศไทยเองก็อยู่ในยุทธศาสตร์ที่เขาอยากสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย การมาเปิดสาขาแบงก์ไทยพาณิชย์ที่เซี่ยงไฮ้จึงสอดคล้องทุกอย่าง


ฮ่องกงกับเซี่ยงไฮ้ที่ไหนมีอนาคตเป็นศูนย์กลางการเงินมากกว่า
สอดคล้องกันมากกว่าจะบอกว่าอันไหนสำคัญกว่า เซี่ยงไฮ้เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะวันหนึ่งในอีก 3-4 ปี ผมเชื่อว่า จีนจะยอมเปิดให้เงินเหรินหมินบี (RMB) หรือ เงินหยวน เป็นเงินกลางที่ใช้ซื้อขายกันระหว่างประเทศ และเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศได้ จัดเป็นคู่แข่งสำคัญของดอลลาร์สหรัฐฯ และศูนย์กลางเงินหยวน ถ้าอยู่ที่ฮ่องกงไม่ถูก ต้องอยู่ที่เซี่ยงไฮ้

 

©moerschy



เศรษฐกิจจีนเวลานี้ขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของโลกแล้ว และเติบโตปีละ 6.5% ขณะที่ ตะวันตกโตปีละ 2% วันหนึ่งจีนก็ต้องขึ้นเป็นเบอร์ 1


เมื่อไหร่หยวนขึ้นเบอร์ 1
จริง ๆ ประเทศจีนมีจุดที่เรียกว่า เป็นหลักไมล์สำคัญ เดิมวางเป้าหมายปี 2020 ปีสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ซึ่งก็ค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้วนะ อีกอัน คือ เมดอินไชน่า 2025 ทั้ง 2 เรื่องนี้ ที่จะตัดสินว่านโยบายหลักของจีนจะออกมาเป็นผลขนาดไหน แต่มันมีเวลาให้แล้วว่า ในอีก 7 ปีนี้ ที่จีนจะเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี การค้า การเดินทาง ทุกอย่างกำลังประกาศศักยภาพของจีน เราเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ไกลและมีการค้ากันอยู่แล้ว ทำไมจะไม่ถือว่านี่เป็นโอกาสล่ะ

 

©GDJ



ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศรับเงินหยวน หรือ เหรินหมินบี้ ของจีน เข้าร่วมในตะกร้าเงินของ IMF ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 ถือเป็นทุนสำรองได้เหมือนอีก 4 สกุลเดิม คือ เงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐฯ เยนของญี่ปุ่น ยูโรและปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ ส่วนการค้าจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย (ไม่นับรวมอาเซียน 9 ประเทศ) ในปี 2560 มีมูลค่ารวม 7.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 16% ที่ไทยค้ากับทั่วโลก ขณะที่ อาเซียนค้ากับจีนเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2560 มาอยู่ที่ 5.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 13.8% สูงสุดในบรรดาคู่ค้าหลักรายอื่นของจีน


เป้าหมายการเปิดสาขาไทยพาณิชย์ที่เซี่ยงไฮ้
เราเน้นที่เรื่อง Belt & Road ถ้ามาทำในจีนแล้วมาเพื่อค้าขายกับจีน คิดว่าเราไม่ได้มีข้อได้เปรียบ แต่ข้อได้เปรียบของเรา คือ สอดคล้องกับนโยบายที่เขาต้องการจะทำการค้าขายกับไทย หรือ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเรามีเครือข่ายอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ก็ตาม เราเองก็ต้องไปอยู่ที่นั่น

 

©hectorgalarza



เรื่องของ Belt & Road เรื่องของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก เป็นจุดสำคัญของจีน รวมถึงยุโรป ถ้าเขาจะไปก็ต้องผ่านไทย ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นเรื่องที่วินวิน เพราะว่าเขาก็ต้องการเรา เราก็ต้องการเขา เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ ใครก็ตามที่ไม่เคยสนใจประเทศจีน หันมาสนใจได้แล้ว วันหนึ่งเขาจะมา ยุคนี้ศตวรรษนี้เป็นศตวรรษของประเทศจีนแล้ว


ประเมินสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างไร
ยอมรับว่า ประเมินไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ ตอนที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า จะขึ้นภาษีเพื่อกีดกันทางการค้าเมื่อต้นปีนี้ ก็ยังมีความเข้าใจกันแพร่หลายเลยว่า เป็นการพูดไปทางการเมือง เพื่อจะเอาคะแนนการเมือง คิดว่าเป็นแค่สงครามน้ำลาย เพราะมันไม่มีใครได้ ไม่ใช่วินวิน แต่แพ้ทั้งคู่ ฉะนั้น เขาคงไม่ทำอย่างนั้น

 

โดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา



แต่มาวันนี้มันไปไกล จนคนก็ตอบไม่ได้ว่าจะลงจากเวทีได้อย่างไร เมื่อมันขึ้นไปชกกันแล้ว ผมต้องยอมรับว่า ผมก็ไม่ทราบ ไม่ใช่เฉพาะกับจีนหรือกับเพื่อนบ้านเม็กซิโก แคนาดาก็ไม่รู้จะลงอย่างไร คือ ถ้ามองในแง่ของนักธุรกิจ หากรบกันนะ เสียหน้าหน่อยไม่ว่า ขอให้มีกำไร แต่ในด้านการเมืองระหว่างประเทศเรื่องเสียหน้ามันใหญ่ไปหน่อย


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,384 วันที่ 19-21 ก.ค. 2561 หน้า 01+15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เงินบาทขยับแข็งค่า 33.13 บาทต่อดอลลาร์ฯจับตาเงินหยวนของจีน
ธุรกิจแดนมังกรฉลุย กสิกรไทย ฟุ้ง!  2 เดือน ปล่อยกู้พุ่ง 3.7 พันล้านหยวน




ฐานเศรษฐกิจ หยวน ธนาคาร วิชิต สุรพงษ์ชัย ไทยพาณิชย์ แบงก์ เซี่ยงไฮ้ Thansettakij สกุลเงิน