แห่เปิดโชว์รูมเทรนด์ใหม่ ยึดทำเลทองเน้นขาย-เปิดประสบการณ์ลูกค้า

21 July 2018








-20 ก.ค.61- ค่ายรถยนต์ ปรับแผนรับเทรนด์ผู้บริโภคยุค 4.0 “มิตซูบิชิ” “บีเอ็มดับเบิลยู” ทยอยเปิดโชว์รูมขนาดเล็กแบบ 1S เน้นขายและสร้างการรับรู้แบรนด์ในย่านธุรกิจการค้า ส่วน “โตโยต้า” ดัน 8 ดีลเลอร์อรหันต์ปรับภาพลักษณ์สู่ ALIVE SPACE ขณะที่ “เฟอร์รารี่” ทำคอนเซ็ปต์สโตร์เคลื่อนที่บุกห้างหรู
ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ เริ่มขยับตัวตามสภาพสังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยบริษัทแม่ผสานใจดีลเลอร์ปรับรูปแบบการขายผ่านโชว์รูมรูปแบบใหม่ พร้อมพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้ากลุ่มเป้าหมายการติดตาม และการเข้าหาผู้บริโภคในพื้นที่ใหม่ๆ ตลอดจนเปิดโชว์รูมแบบ 1S-Sale และโรดโชว์ที่เน้นทั้งการขายและสร้างการรับรู้ของแบรนด์

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์พยายามโน้มน้าวให้ดีลเลอร์ ปรับรูปแบบของโชว์รูม-ศูนย์บริการ ตาม Corporate Identity (CI) ของบริษัทให้ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา (ลงทุนปรับใหญ่ครั้งหนึ่งก็อยู่ได้อย่างน้อยๆ 10 ปี) ซึ่งภาพการปรับโฉมครั้งใหญ่ในช่วง 1-2 ปีหลัง เริ่มเห็นชัดเจนกับ“มาสด้า” ที่ถือเป็นดาวรุ่งยอดขายเติบโตต่อเนื่องทุกปี

 

โดย Mazda Corporate Identity นี้ยังรวมถึงการพัฒนารูปแบบการให้บริการภายในโชว์รูมใหม่ ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว 62 แห่ง และจะครบทั้ง 134 แห่งทั่วประเทศภายในไตรมาสแรกปีหน้า ไม่นับรวมโชว์รูม-ศูนย์บริการที่เตรียมเปิดใหม่อีก 6 แห่งในปีนี้

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การบริหารธุรกิจในลักษณะ Distribution Business โดยมีผู้จำหน่ายเป็นผู้ขายและให้การบริการตรงกับลูกค้า ทำให้บริษัทและผู้จำหน่ายสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเป็นหนึ่งเดียว หรือ One Mazda

“กลยุทธ์ด้านการขาย คือสิ่งสำคัญที่จะส่งผลทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย การที่มาสด้าจะพัฒนาในด้านการขาย อันดับแรก คือ ต้องหากลุ่มลูกค้าให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โดยสถานที่ที่จะพบลูกค้าได้นั้นนอกจากที่โชว์รูมแล้ว คือการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ หรือการออกงานอีเวนต์ตามสถานที่ต่างๆ  รวมทั้งกิจกรรมบนสื่อออนไลน์ด้วย” นายชาญชัย กล่าวสรุป

ทั้งนี้ ถ้าเป็นโชว์รูมขนาดกลางของมาสด้า ดีลเลอร์อาจจะต้องใช้เงินลงทุนเพื่อปรับการตกแต่งตาม CI ใหม่ ประมาณ 10 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นการสร้างโชว์รูมใหม่ทั้งหมดอาจจะต้องใช้เงินกว่า 500 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน)



ขณะที่ค่ายใหญ่ “โตโยต้า” จับเทรนด์ผู้บริโภคยุค 4.0 เปิดโชว์รูมแนวคิดใหม่ ALIVE SPACE นำร่องโดยดีลเลอร์ใหญ่ 8 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ไล่ตั้งแต่ โตโยต้า บัสส์ สาขารามอินทรา,โตโยต้า ทีบีเอ็น สาขาบางนา,โตโยต้า กรุงไทย สาขารามอินทรา,โตโยต้า  เจริญไทยมอเตอร์ เซลล์ สาขาศรีนครินทร์, โตโยต้า นครธน สาขาเทพารักษ์,โตโยต้า เมืองนนท์ สาขาติวานนท์ และโตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขารามคำแหง

โดยโชว์รูม  ALIVE SPACE ออกแบบโชว์รูม -ศูนย์บริการให้มีบรรยากาศที่ทันสมัย บริเวณพื้นที่รับรองลูกค้ายังออกแบบให้เป็น co-working space เพิ่มความสะดวกสบาย และพร้อมนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงตามต้องการ  ซึ่งในอนาคตโตโยต้ามีแผนขยับขยายโชว์รูมรูปแบบใหม่ ออกไปตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดเช่นกัน

ด้านมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีแผนพัฒนาโชว์รูม-ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 200 แห่งอย่างต่อเนื่อง แต่แผนงานใหม่คือดึงดีลเลอร์ ที่มีศักยภาพให้มาเปิดโชว์รูมแบบ 1S-Sale หรือเน้นขายอย่างเดียวในย่านใจกลางเมือง หรือศูนย์กลางธุรกิจใหม่ เพราะถ้าลงทุนเปิดโชว์รูม-ศูนย์บริการเต็มรูปแบบอาจจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล

โดยโชว์รูม 1S ที่อยู่บนทำเลทองนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะช่วยออกค่าเช่าสถานที่ให้ 50% เป็นเวลา 3 ปี  ล่าสุดช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เปิดไปแล้วหนึ่งแห่งดำเนินงานโดยดีลเลอร์ “มิตซูบิชิ ออโตเวิร์ค” ตั้งอยู่ที่อาคารไซเบอร์เวิลด์ (CW Tower) ถนนรัชดาภิเษก และมีแผนเปิดโชว์รูมรูปแบบใหม่อีก 2-3 แห่งภายในปีนี้

ส่วนค่ายรถหรูที่นำร่องเปิดโชว์รูมแบบ 1S อย่างบีเอ็ม ดับเบิลยู ทยอยเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง นำโดยเมกะดีลเลอร์ “มิลเลนเนียมออโต้”ที่ประเดิมก่อนในห้างสยามพารากอน เซ็นทรัล จังหวัดสุราษฎ์ธานี และไอคอนสยาม มิกซ์ยูสระดับหรูย่านเจริญนคร เตรียมเปิดให้บริการภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังมีของดีลเลอร์ “อมรเพรสทีจ” ที่ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ“บาเซโลน่า มอเตอร์” ที่เชียงรายอีก 1 แห่ง

อย่างไรก็ตามนอกจากโชว์รูมรูปแบบใหม่แล้วทุกค่ายรถยนต์ยังจำเป็นต้องทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้ารวมถึงการออกโรดโชว์เข้าไปหาฐานลูกค้าใหม่ๆ แต่ที่สร้างความแปลกใหม่ให้วงการคือ “เฟอร์รารี่”แบรนด์ซูเปอร์คาร์จากอิตาลีที่เปิดคอนเซ็ปต์ สโตร์เปรียบเสมือนมินิโชว์รูมเคลื่อนที่ สามารถจะย้ายไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป



นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า “คาซา เฟอร์รารี่” (Casa Ferrari) เป็นโชว์รูมย่อส่วนของเฟอร์รารี่ เปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทยที่โซนควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็ม ควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 18-24 กรกฎาคมนี้

สำหรับบรรยากาศภายในคาซา เฟอร์รารี่ ถูกตกแต่งให้มีความเรียบหรู สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นลักชัวรีซูเปอร์คาร์ โดดเด่นด้วยสีแดงเพลิงอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ โดยพื้นที่ตรงกลางเป็นโซนสำหรับรับรองแขก ขนาบด้วยโซนจัดแสดงรถเฟอร์รารี่ 2 รุ่น ได้แก่ เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน  (Portofino) รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว และเฟอร์รารี่รุ่น จีทีซี4 ลุซโซ ที (GTC4 Lusso T) รถสปอร์ตแบบแกรนด์ทัวริ่ง ซึ่งเหล่าผู้ชื่นชอบเฟอร์รารี่จะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมทดลองขับรถเฟอร์รารี่รุ่น 488 สไปเดอร์  (488 Spider)  ได้ภายในงาน

“เราต้องการให้แบรนด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนเมืองมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วไปได้สัมผัสรถเฟอร์รารี่อย่างใกล้ชิด โดยเลือกเปิดตัวครั้งแรกที่ศูนย์การค้าเอ็ม
ควอเทียร์ แหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีแผนจะนำคอนเซ็ปต์โชว์รูมจำลองรูปแบบใหม่นี้ ไปจัดแสดงในสถานที่ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ความเป็นแบรนด์เฟอร์รารี่ รวมถึงในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วย” นางนันทมาลี กล่าว

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,385 วันที่ 22 - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561