บิวตี้ 2 แสนล้านเดือด! ยี่ห้อดังเปิดเกมชิงแชร์ ดันยอดในประเทศ-ตปท.

23 July 2018








ชี้ทิศตลาดเครื่องสำอาง 2 แสนล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังยังโต 7-8% เหตุผู้ประกอบการหน้าใหม่แห่ลงทุนเพิ่ม ขณะที่ แบรนด์ดังจ่อขยายตลาดจับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน พร้อมปูพรมเจาะรุกเข้าแดนมังกร

ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีก็ว่าได้ เมื่อตลาดเครื่องสำอางโดยรวมที่มีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาทของไทย มีการเติบโตถดถอย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการผลิตเครื่องสำอาง-อาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน ร้อนถึง อย. ที่ต้องเร่งออกมาตรการป้องกัน , สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ฯลฯ แต่ผู้ประกอบการต่างเชื่อมั่นว่า ครึ่งปีหลังจะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นและกลับมาสดใส มีการเติบโตได้ 7-8% จึงเดินหน้าทำตลาด เพื่อกระตุ้นบรรยากาศให้คึกคัก

 

©chemicoplus.com



นำเข้าวัตถุดิบเด้งรับทุนใหม่
นายประสพ พลากรกิตติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคมีโก้ อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่นฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางได้รับผลกระทบจากกรณีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐาน ทำให้จำนวนลูกค้าของบริษัทลดลงมาบ้าง จากความเข้มงวดในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งส่งผลโดยตรงผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขณะที่ แบรนด์ใหญ่ยังคงมีการทำตลาดและพัฒนาสูตรใหม่ ๆ เพื่อป้อนตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง และจากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทเชื่อว่า สถานการณ์ในตลาดเครื่องสำอางไทยจะเริ่มคลี่คลายและสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงนี้




ทั้งนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว บริษัทได้ใช้งบลงทุน 350 ล้านบาท ในการก่อตั้งศูนย์สุขภาพและความงามสากล แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการเติบโตการให้คำปรึกษาด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารและเสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน และเครื่องมือเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ขณะเดียวกันยังเป็นการรองรับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่อยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองผ่านจุดแข็งของบริษัท มีในเรื่องการให้คำปรึกษาการเริ่มต้นธุรกิจ การให้ความรู้ การร่วมกันพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์กว่า 1,000 สูตรต่อปี รวมถึงการแนะนำผู้รับจ้างผลิต ซึ่งในปีนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นในการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งอี-คอมเมิร์ซ และโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตลาดต่างประเทศถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นส่วนในการเติบโตของบริษัท ภายหลังบริษัทได้มีการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี 8 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา อินเดีย รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ระหว่างในประเทศและต่างประเทศอยู่ที่ 50:50

 

©chemicoplus.com



ทั้งนี้ ตลาดวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม มีอัตราเติบโตเฉลี่ยราว 10% ต่อปี โดยปีที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 6 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าตลาดเครื่องสำอางและความงามในประเทศไทย ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท


บิวตี้บุฟเฟ่ต์รุกหนักไทย-เทศ
ด้าน นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ร้านค้าปลีกแบรนด์บิวตี้ บุฟเฟ่ต์, บิวตี้ คอทเทจ, บิวตี้ มาร์เก็ต กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมใช้งบประมาณการลงทุน 70-80 ล้านบาท ในการขยายสาขาร้านในเครือเพิ่ม 20 แห่ง หรือเฉลี่ยการลงทุนราว 2 ล้านบาทต่อ 1 แห่ง โดยจะโฟกัสการขยายสาขาของร้านค้าปลีกแบรนด์ บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ มากที่สุด จากปัจจุบันที่แบรนด์บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ มีจำนวนสาขา 264 แห่ง, บิวตี้ คอทเทจ 80 แห่ง และบิวตี้ มาร์เก็ต 9 แห่ง

 

©beautycommunity.co.th



ล่าสุด ยังได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์บิวตี้ คอทเทจ (Beauty Cottage) ในชื่อ "Beauty Cottage LUXURY Series" ใน 7 กลุ่มสินค้า 14 รายการ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในระดับพรีเมียมแมส ไม่ว่าจะเป็น แป้งฝุ่น ลิปสติก แป้งผสมรองพื้น เป็นต้น โดยวางจำหน่ายในระดับราคาตั้งแต่ 300-550 บาท ก่อนจะเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 คอลเลกชัน ตลอดทั้งปี โดยวางเป้าหมายยอดขายในกลุ่มของ Beauty Cottage LUXURY Series ในสิ้นปี 2562 ไว้ที่ 100 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนในการปรับคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ทั้ง 3 แบรนด์ ในช่วงไตรมาส 3 นี้ สู่รูปแบบไลฟ์สไตล์ บูติก เพื่อรองรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์มากขึ้น จากเดิมที่รูปแบบของร้านเป็นวาไรตีบุฟเฟ่ต์และมีความเป็นเรโทรเป็นหลัก เบื้องต้น อยู่ระหว่างการมองหาร้านเดิมที่มีศักยภาพในการปรับคอนเซ็ปต์ดังกล่าว โดยจะทำเป็นแฟล็กชิพ สโตร์ ขึ้นมาเป็นโมเดลต้นแบบเสียก่อน ด้านตลาดต่างประเทศ ปีนี้บริษัทจะโฟกัสการทำตลาดไปยังประเทศจีน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยเบื้องต้น ได้เข้าไปวางจำหน่ายใน 5 เว็บไซต์ชื่อดังของจีน อาทิ Tmall, JD.com, VIPShop.com เป็นต้น ก่อนจะขยายเพิ่มอีก 3 เว็บไซต์ในเร็ว ๆ นี้

 

©beautybuffetshop.com



อย่างไรก็ตาม บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 15-16% จากปีที่ผ่านมา หรือปิดรายได้ที่ 4,290 ล้านบาท และในปี 2563 จะมีรายได้ 7,000 ล้านบาท ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2565


SSUP ดันคิวท์เพรสบุกจีน
นายวิเชียร ศักดิ์พรทรัพย์ ประธานกรรมการ เอสเอสยูพี กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดสินค้าด้านความงามให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทำกลยุทธ์ด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์สินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศจีน โดยเน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่มาท่องเที่ยวประเทศไทย ซื้อสินค้ากลับไป ล่าสุด ได้ร่วมมือกับคอนวี่ดอทคอม ซึ่งถือเป็นอี-คอมเมิร์ซ ด้านความงามชั้นนำและมีประสบการณ์การทำธุรกิจอยู่ในประเทศจีน ในการนำสินค้าในเครือเข้าไปจัดจำหน่ายผ่านคอนวี่ดอทคอมเป็นครั้งแรกกับแบรนด์ ‘คิวท์เพรส’ โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ในการนำสินค้าเข้าไปจัดจำหน่ายในประเทศจีน โดยให้คอนวี่เป็นตัวแทนในการดำเนินการ ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามของผู้บริโภคชาวจีน ยกระดับและสร้างโอกาสการเติบโตของแบรนด์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจด้านความงามอย่างมั่นคง


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,385 วันที่ 22-25 ก.ค. 2561 หน้า 36+35

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ดึง 220 แบรนด์ รุกความงาม! 'บิวตี้เจมส์' ปั้นรายได้ใหม่ เจาะวัยรุ่น-คนทำงาน
“อาร์เอส” ทุ่ม 100 ล้านมุ่ง R&D บุกหนักกลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้




 


จีน ลงทุน ฐานเศรษฐกิจ เครื่องสำอาง นักท่องเที่ยวจีน บิวตี้ Thansettakij ยอดขายบิวตี้