เตือนรับสึนามิการค้าโลก สิ้นสิงหา! สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีสินค้าจีนอีก 2 แสนล้าน

19 July 2018






สหรัฐฯ ยังขู่ไม่เลิก สิ้นสิงหาคมนี้เตรียมประกาศรายชื่อสินค้าจีนที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่ม 10% ระลอกใหม่คิดเป็นมูลค่ารวมกันถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งอาจจะครอบคลุมสินค้าจีนจำนวนกว่าครึ่งที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ขณะที่จีนลั่นขอสู้ยิบตา โดยคาดว่ามาตรการของจีนที่จะใช้ตอบโต้สหรัฐฯในครั้งนี้จะครอบคลุม มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีอากร (Non-Tariff Barriers หรือ NTBs) ที่พุ่งเป้าไปยังธุรกิจด้านบริการและการลงทุนของสหรัฐฯ ที่เข้าไปขยายตลาดอยู่ในประเทศจีนเวลานี้
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) เปิดฉากต้นสัปดาห์นี้ (10 ก.ค.) ด้วยการประกาศว่ากำลังพิจารณาจัดทำรายการสินค้าของจีนที่จะถูกสหรัฐฯเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% คิดเป็นมูลค่ารวมกัน 200,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากที่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้เสร็จสิ้นลงในวันที่ 31 สิงหาคม 2561

เล็งเป้าเกือบครึ่งของสินค้า

สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประกาศแผนจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนระลอกใหม่ล่าสุดนี้ จะครอบคลุมหลากประเภทสินค้า ซึ่งรวมไปถึงเครื่องนุ่งห่ม ชิ้นส่วนประกอบในโทรทัศน์  ตู้เย็น เครื่องดูดฝุ่น ที่ปัดนํ้าฝน ชุดช้อนส้อมที่เป็นเครื่องเงิน และสินค้าไฮเทคอื่นๆ แต่ไม่รวมโทรศัพท์มือถือ โดย นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า สหรัฐฯไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการเดินหน้าจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายจีนไม่ได้แก้ไขสิ่งที่เป็นความทุกข์ร้อนของสหรัฐฯเลย นั่นก็คือเรื่องพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการใช้อำนาจบีบบังคับเพื่อล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทอเมริกัน
“ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯได้พยายามกระตุ้นเตือนฝ่ายจีนด้วยความอดทน ว่าจีนจะต้องหยุดพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม เปิดตลาด และปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่จีนไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองเลย มันเป็นพฤติกรรมที่ทำให้อนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐฯตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอันตราย และแทนที่จะตระหนักถึงความกังวลนี้ จีนกลับเริ่มมาตรการตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ นับเป็นพฤติกรรมที่ไร้ความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง”

สหรัฐฯรัวหมัด 1-2-3

ทั้งนี้ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก ได้เริ่มขึ้นรอบแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 25% คิดเป็นมูลค่ารวม 34,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะตามมาด้วยสินค้ากลุ่มที่ 2 มูลค่าอีก 16,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากนั้น  ทำให้จีนโต้กลับด้วยมาตรการลักษณะเดียวกันในทันที ซึ่งกระทบสินค้าส่งออกที่สำคัญของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง เนื้อสุกร หรือกระทั่งรถยนต์ ข่าวการตอบโต้กันไปมาระลอกใหม่ล่าสุดนี้ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั้งในฝั่งตะวันออกและตะวันตกปรับตัวลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นเล็กน้อย สวนทางกับเงินหยวนที่ยิ่งอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

“นี่คือการข่มขู่แบบอันธพาลที่เรารับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ และยังเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกับจีนในการปกป้องระบบการค้าโลกที่เป็นไปโดยเสรีและเป็นพหุภาคี โดยจีนเองจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ)
มาตรการทางภาษีมีข้อจำกัด

นักวิเคราะห์กล่าวว่า จีนไม่มีทางเลือกมากนักในการตอบโต้สหรัฐฯให้ทัดเทียมกันแบบหมัดต่อหมัดด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า เนื่องจากในปีที่ผ่านมา (2560) จีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯคิดเป็นมูลค่าเพียง 130,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าสินค้าที่สหรัฐฯนำเข้าจากจีนในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นถ้าจะเทียบกันในแง่มูลค่าของมาตรการขึ้นภาษี  ฝ่ายจีนก็จะไม่สามารถ “เอาคืน” สหรัฐฯในแง่มูลค่าอย่างทัดเทียมได้เลย  จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากถูกสหรัฐฯบีบหนักขึ้นด้วยการเพิ่มรายการสินค้าที่จะต้องถูกเก็บภาษีในอัตราสูง จีนอาจจะหันไปใช้มาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่กำแพงภาษี หรือ NBTs (Non-Tariff Barriers) แทน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆนี้ ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่ส่งออกสินค้าไปยังจีน ทั้งกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร รถยนต์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ได้ออกมาระบุว่า สินค้าถูกศุลกากรจีนกักไว้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มมากขึ้น แต่ศุลกากรจีนก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่า การตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าทางการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศแต่อย่างใด
นายเคนเน็ธ จาเร็ตต์ ประธานหอการค้าอเมริกันในนครเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การตอบโต้กันในระลอกที่2 (หลังจากรอบแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา) จะทำให้ธุรกิจของสหรัฐฯบางส่วนได้รับผลกระทบจากการตกเป็นเป้าโดยตรงของการตอบโต้จากฝ่ายจีน ซึ่งอาจเกิดขึ้นในรูปของการดำเนินงานที่ช้าลงหรือถูกดึงเวลาอย่างตั้งใจจากหน่วยงานของจีน

นักวิเคราะห์บางส่วนกล่าวว่า จากประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อครั้งจีนทำสงครามการค้าโต้ตอบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทำให้เชื่อได้ว่าจีนยังคงมีอาวุธรูปแบบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ตอบโต้สหรัฐฯอีกมาก หากกระสุนที่เป็นมาตรการภาษีหมดลงแล้ว  อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าที่ขยายวงกว้างในแง่ประเภทสินค้าและวิธีการ รวมทั้งระยะเวลาที่ยืดเยื้อ จะส่งผลเสียหายทางเศรษฐกิจต่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งยังจะส่งผลชะลอหรือทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมหดตัวอีกด้วย โดยผลการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายกระโจนเข้าสู่สงครามการค้าอย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจส่งผลทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงได้มากถึง 0.4%

|บทความ : เตือนรับสึนามิการค้าโลก สิ้นสิงหา! สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีสินค้าจีนอีก 2 แสนล้าน
|โดย : โต๊ะข่าวต่างประเทศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 10 ฉบับ 3383 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค.2561


จีน สหรัฐฯ สงครามการค้า สงครามการค้าสหรัฐ-จีน trade war