อยู่กับปัจจุบัน : โมเดล ‘ถ้ำหลวง’ โอกาสการท่องเที่ยวยั่งยืน!?!?

19 July 2018






 


“ถํ้าหลวงขุนนํ้านางนอน” วันนี้ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลัง “สื่อ” ต่างประเทศหลายสำนัก เสนอข่าวและถ่ายทอดสด ภารกิจ “กู้ชีวิต 13 หมูป่าฯ” อย่างต่อเนื่อง กระทั่งทุกคนรอดปลอดภัยออกจากถํ้าได้ในที่สุด

ในวันที่สถานที่แห่งนี้ ถูกบันทึกว่า ณ ที่นี้ เกิดเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ระดับโลก รวมทั้งยังเป็น “กระแส” ให้มนุษยชาติทั่วโลก ต่างจดจำและให้ความสนใจเเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิบัติการ “ค้นหา-กู้ภัย-ส่งกลับ” ทีมหมูป่าตลอด 17 วันที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่มีผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศ ทั้งพี่น้องคนไทยและชาวต่างประเทศได้เดินทางไปที่ “ถํ้าหลวงขุนนํ้านางนอน” เพื่อเข้าร่วมภารกิจการช่วยชีวิต 13 หมูป่าฯที่ติดอยู่ในถํ้าอย่างมืดฟ้ามัวดิน กล่าวคือ เกือบทุกคนที่เข้าร่วมภารกิจ เป็นจิตอาสาที่ไม่สนใจผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นทีมขุดเจาะนํ้าบาดาล ทีมสูบนํ้าที่เรียกตัวเองว่า “ท่อสูบนํ้าซิ่ง” เพื่อสู้กับนํ้าฝนที่ตกลงมาไม่ให้ไหลเข้าถํ้า ทีมเก็บกู้รังนกลิบง (จ.ตรัง) ทีมนักปีนเขา (จ.พังงา) ที่ร่วมด้วยช่วยกันสำรวจโพรงถํ้าในกรณีที่จะต้องเจาะบริเวณที่ 13 หมูป่าฯติดอยู่ในถํ้าหลวงฯ ทีมกู้ภัย(มูลนิธิร่วมกตัญญู-อื่นๆ) อาสาสมัคร จิตอาสาที่มาช่วยเป็น “กองหนุน” ด้านต่างๆ

นอกจากนั้น ก็ยังมี “หน่วยซีล” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดำนํ้าจากกองทัพเรือ และนักดำนํ้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการดำนํ้าในถํ้าจากนานาชาติ อาทิ อังกฤษ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ฯลฯ ก็ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วย

ส่วนหน่วยงาน “ภาครัฐ” ที่เข้าร่วม ก็ประกอบไปด้วย ทหาร ตำรวจและพลเรือนนับพันคน... ที่ช่วงแรกก็เกิดความสับสนในการปฏิบัติ “หน้างาน” ที่ไม่รู้ใคร?เป็นใคร เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีใจ“จิตอาสา” เดินทางมุ่งหน้าไป “ถํ้าหลวงฯ” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจประวัติศาสตร์
ก่อนจะมีการรวมศูนย์เป็น ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ หรือมีชื่อย่อว่า ศอร.ที่มี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าฯ เชียงราย เป็น “ผู้บัญชาการ” ทำหน้าที่ “บริหาร-จัดการ” ในการปฏิบัติภารกิจกู้ชีวิต 13 หมูป่าทั้งหมด

มาถึงวันนี้ เมื่อปฏิบัติการ “ค้นหา-กู้ภัย-ส่งกลับ” ทีมหมูป่า ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ โดยน้องๆ ทุกคนรอดปลอดภัยออก จากถํ้า และล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการประกาศปิด ศอร.อย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เรื่องราวต่างๆ ของ “ถํ้าหลวงขุนนํ้านางนอน” จะจบอยู่แค่นี้

เพราะการปฏิบัติภารกิจตลอด 17 วันที่ผ่านมานั้น นอกจากจะดังกระฉ่อนไปทั่วโลกแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความยากลำบากของการ “กู้ภัย” ในท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายความสามารถของมนุษย์ เฉพาะอย่างยิ่งการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนที่มาร่วมด้วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ

เมื่อ “รัฐบาล-คสช.” มีธงหรือนโยบาย จะต่อยอดโมเดล “ถํ้าหลวงขุนเขานางนอน” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ก็ควรที่จะมีการศึกษาและมีแผนงานที่ชัดเจน ที่สำคัญ คืออย่าปล่อยให้ภาพประวัติศาสตร์ที่ทุกคนจดจำ หายวับไปกับกาลเวลา...

...เฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง ควรเตรียมแผนและแนวคิดว่า จะฟื้นฟูถํ้าหลวงฯอย่างไร? ให้คงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด รวมทั้งพิจารณาสร้าง “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักท่องเที่ยวที่ไปเข้าชม และอย่าให้มีแต่ถํ้าเปล่าๆ โปรดเก็บเครื่องสูบนํ้า ท่อระบายนํ้า และชุดมนุษย์กบบางส่วน ไว้ที่นั่นด้วย

เก็บกล่องอาหารที่ลอยเข้าไปให้ “13 หมูป่า” ในถํ้า เก็บจดหมายที่ทุกคนเขียน รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ขุดเจาะนํ้า ถังออกซิเจน ผ้าห่มที่นำไปให้เด็กๆ รถจักรยาน รองเท้า เก็บ... เก็บ...เก็บ... สิ่งของต่างๆ มากมาย  ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้ให้ครบทุกอย่าง
 
|คอลัมน์ : อยู่กับปัจจุบัน 
|โดย : พงษ์ศักดิ์ ศรีสด
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 14 ฉบับ 3383 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค.2561