บอร์ด"สตารทีจิก พร็อพเพอร์ตี้"อนุมัติเพิ่มทุนลงทุนร.ร.ในภูมิภาคอาเซียน2 แห่ง

18 July 2018






บอร์ด ‘สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ฯ’ ผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT อนุมัติการเพิ่มทุนผ่านการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่เกิน 415 ล้านหน่วยและการกู้ยืมเงินประมาณ 62.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 2,081 ล้านบาท) เพื่อนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินประเภทโรงแรมที่มีศักยภาพในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย ดันขนาดกองโตขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมชงผู้ถือหน่วยอนุมัติในการประชุม EGM 14 ส.ค.นี้



นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ที่บริหารโดยมืออาชีพ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ หรือ SHREIT มีมติเห็นชอบให้ SHREIT เพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่เพิ่มเติมไม่เกิน 415 ล้านหน่วย และการกู้ยืมเงินประมาณ 62.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,081 ล้านบาท) รองรับแผนขยายการลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติมจำนวน 2 แห่ง



จากเดิมที่กองทรัสต์ SHREIT ได้ลงทุนในทรัพย์สินโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรม Capri by Fraser ในประเทศเวียดนาม ที่เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว และโรงแรม IBIS Saigon South ในประเทศเวียดนาม ที่อยู่ในระดับ 3 ดาว

การเพิ่มทุนในครั้งนี้ กองทรัสต์ SHREIT จะนำเงินเข้าไปลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มโรงแรม ได้แก่ การลงทุนในสิทธิการเช่าโครงการโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว ที่มีจำนวนห้องพักรวม 398 ห้อง และบ้านพักวิลล่าจำนวน 17 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและห้องประชุมจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการประชุมสัมนาระดับนานาชาติ (MICE) และการลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว มีห้องพักรวม 532 ห้อง โดยโรงแรมตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับ Kuala Lumpur City Centre (KLCC)



ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกัวลาลัมเปอร์ โดยภายหลังจากกองทรัสต์เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะส่งผลให้ขนาดมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์โตขึ้นจากเดิมที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เป็นที่ขนาดกว่า 10,000 ล้านบาท และทำให้กอง SHREIT กลายเป็นกอง REIT ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ เทียบกับกอง REIT ที่Listed อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT ได้เชิญผู้ถือหน่วยทรัสต์เข้าร่วมประชุมวิสามัญเพื่ออนุมัติแผนการเพิ่มหน่วยลงทุนเพิ่มเติมและการกู้ยืมเงิน พร้อมอนุมัติการเข้าลงทุนในทรัพย์สินของโรงแรมอีก 2 แห่ง ในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมบอง วิวองท์ โรงแรมตะวันนา สีลม



“การเพิ่มทุนกองทรัสต์ SHREIT ในครั้งนี้ เรามีเป้าหมายจะเข้าไปลงทุนในทรัพย์สินโรงแรมที่มีศักยภาพที่ดีในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติมอีก 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยคาดว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่กองทรัสต์และผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของการจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละประเทศ และประเภทกลุ่มลูกค้า รวมถึงเป็นการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้ อันจะก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่กองทรัสต์ SHREIT และผู้ถือหน่วยทรัสต์ต่อไป ” นายปธาน กล่าว



มาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน โรงแรม สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ฯ กองทรัสต์ SHREIT