เร่งฟื้นภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย กู้วิกฤติเรือล่ม

21 July 2018






 

จากกรณีเรือล่มที่จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบทันทีต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีผู้ประสบภัยมากถึง 147 ราย และเสียชีวิตถึง 47 คน จากเหตุเรือล่มในวันดังกล่าว ทั้งยังทำให้เกิดการชะลอตัวในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน  จากยอดการจองห้องพักบนเกาะต่างๆ ของอันดามันและอ่าวไทย ที่มีการยกเลิกไปกว่า 10-20%

เร่งเยียวยานักท่องเที่ยว

ดังนั้นมาตรการจากนี้คือการวางแผนฟื้นฟู และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทยกลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากทันทีที่เกิดเหตุทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งจีนและไทย ต่างเร่งดำเนินการปฏิบัติภารกิจค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือตาม “ระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พ.ศ. 2558”

โดยจากกรณีเรือล่มครั้งนี้ มีการจ่ายเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 30 คน คนละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีกรณีฟื้นฟูจิตใจ ซึ่งมีเอกสารครบพร้อมจ่ายเงินแล้วจำนวน 13 ราย รายละ 2.6 แสนบาท รวมกองทุนฯพร้อมจ่ายเงินแล้ว 30.3 ล้านบาท




ดำเนินคดีนอมินีเรือล่ม

ทั้งสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือ ทางการจีนต้องการให้มีการสืบหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ ทำให้ในขณะนี้ทางตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมมือกับกรมศุลกากร กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ กรมเจ้าท่า ในการเข้าไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกรณีเรือล่ม ได้แก่ บริษัท เลซี แคท ทราเวล จำกัด บริษัททีซี บลู ดรีม จำกัด และเรือเซเนลิก้า

จากการเข้าตรวจสอบธุรกิจทั้ง 11 จุด พบว่าเป็นนอมีนีทั้งหมด และยังมีความเกี่ยวพันกับบริษัททรานลี่ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปแล้วและศาลมีคำสั่งให้ยึดเงิน 200 กว่าล้าน รวมถึงเรือ 35 ลำ โรงแรมบนเกาะ 1 หลัง รถยนต์ 117 คัน ซึ่งจึงจะมีการดำเนินคดีในความผิด หลีกภาษี ความผิดฐานฟอกเงิน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

20%ทัวร์ใหม่เข้าข่ายนอมินี

นอกจากนี้ทางตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังจะมีการเข้าตรวจสอบนอมินีอีกกว่า 11-12 แห่งในภูเก็ตและพังงา เพื่อตรวจสอบในเชิงลึก เพื่อดำเนินคดีกับนอมินีฐานฟอกเงิน ส่วนนายทุนต่างชาติ ที่เป็นฐานก่อเหตุก็จะส่งกลับประเทศ เพื่อเข้มงวดในการแก้ปัญหานอมินี ที่สร้างความเสียหายให้แก่การท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน และส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีอากรเข้ารัฐ

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า จะเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบตั้งแต่การยื่นเอกสารจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท อัตราส่วนผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัท รวมทั้งรายละเอียดของผู้ถือหุ้นและกรรมการว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมและเส้นทางของเงินทุนของบริษัท  ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีบริษัทนำเที่ยวที่เข้าข่ายนอมินี ราว 20% ของยอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ โดยในแต่ละเดือนจะอยู่ที่ราว 5 ราย จากที่เข้ามาขอดำเนินธุรกิจราว 30  ราย จากจำนวนบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องทั้งหมด 1.2 หมื่นราย ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้จับตาดูกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

วาง7ประเด็นกันเหตุซํ้า

อีกทั้งเหตุการณ์นี้ยังกระ ทบต่อภาพลักษณ์ เรื่องความไม่ปลอดภัย ที่ไทยจะต้องมีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่น



นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมหารือกับภาครัฐและเอกชน เรื่อง “ความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางนํ้า ทางถํ้า ภูเขา หน้าผา” เพื่อป้องกันเหตุ มิให้เกิดซํ้าๆ อีก โดยสรุปเบื้องต้นว่าให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดดำเนินการใน 7 เรื่อง

ได้แก่ 1. สำรวจข้อมูลพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยวทางถํ้า ภูเขา นํ้าตก หน้าผาและการเที่ยวทางนํ้า ทางทะเล 2. ให้จังหวัดทำมาตรการการป้องกันและป้องปรามทัวร์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยคำนึงผลกระทบที่ไม่จำเป็นไว้ด้วย 3. ให้จังหวัดจัดทำแผนเผชิญเหตุ การช่วยเหลือหากเกิดเหตุ การยกเลิกการค้นหาจะกระทำได้เมื่อใดโดยผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้าง 4. ให้จังหวัดทำแผนเยียวยาเมื่อมีเหตุเกิดไว้ล่วงหน้า เช่น ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คณะกรรมการประกันภัยของจังหวัดเขียนแผนภูมิไว้ให้เจ้าหน้าที่หน้างานตอบชาวต่างชาติได้



5. ให้สำรวจแผนงบประมาณ ปี 61/62 ที่เกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว 6. ปัญหาอุปสรรค ข้อกฎหมาย ที่ติดขัดของแต่ละหน่วยงาน และ 7. ให้จังหวัดเชียงราย และภูเก็ต นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เหตุการณ์ สรุปบทเรียน โดยให้คณะกรรมการท่องเที่ยวจังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเลขาฯ เชิญประชุมเพื่อหาข้อสรุปดังกล่าว ให้ดำเนินการแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561



เร่งฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต

สำหรับในแง่ของการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) เผยว่า ททท.ได้กำหนดแนวทางในการสร้างความเชื่อมั่น โดยเตรียมเชิญสื่อมวลชนจากประเทศจีนเดินทางมาภูเก็ตเร็วๆ นี้ รวมทั้งการสร้าง ความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่าน ททท. สำนักงานทั้ง 5 แห่งในประเทศจีน อย่างต่อเนื่อง, การจัดกิจกรรมต่างๆ ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูเก็ต ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน นี้ โดย ททท. และผู้ประกอบการท่องเที่ยว/สายการบิน

การจัดกิจกรรม Thailand Golf Travel Mart 2018 วันที่ 23-25 กรกฎาคม นี้ การจัดกิจกรรม “ล่องเรือไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์” วันที่ 27-29 กรกฎาคมนี้
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา, Bangkok Airways: Phuket Half Marathon วันที่ 5 สิงหาคม 2561 และโครงการมหกรรมอาหาร Phuket Tasty Fest วันที่ 1-2 กันยายน 2561 ณ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

ด้านตลาดในประเทศจะจัดกิจกรรม “เที่ยวข้ามภาค” กระตุ้นคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ผ่านการจัดกิจกรรม งาน เทศกาลต่างๆ และการส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมกัน

ทั้งหมดเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และความพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทยกลับคืนอีกครั้ง

รายงาน : ธนวรรณ  วินัยเสถียร

หน้า 22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3384 ระหว่างวันที่ 19 - 21 ก.ค. 2561



#เรือล่มภูเก็ต#ทัวร์จีน#ททท.#ภูเก็ต#ฐานเศรษฐกิจ