ชงหั่นภาษี SME! ฟื้นแรงซื้อภูธร

15 July 2018








กูรูแนะรัฐลดเหลื่อมล้ำภาษีเอสเอ็มอี 3 ล้านราย กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค ประเมินฟื้นกำลังซื้อฐานรากต้องใช้เวลา แม้รายได้เกษตรกรดีขึ้น แต่ยังต้องจ่ายหนี้เก่า

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"
 ว่า เศรษฐกิจภาพรวมในปีนี้ฟื้นตัวชัดเจน แต่ยังฟื้นตัวในระดับบน ขณะที่ เศรษฐกิจระดับล่าง ทั้งภาคเกษตรและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว เพราะมีรายได้ดีจากภาคการท่องเที่ยวและเกษตรผลไม้ ส่วนภาคอีสานกับภาคเหนือกำลังซื้อทยอยฟื้นตัว แต่ภาคใต้ราคาสินค้าเกษตรแย่กว่าเดิม โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน




ขณะที่ เอสเอ็มอีจำนวน 3 ล้านราย สร้างงานประมาณ 21 ล้านคน แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำจากมาตรการปรับลดภาษี เช่น กำไรไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปี เสียภาษีในอัตรา 15% หรือ กรณีมีกำไรเกิน 3 แสนบาทต่อปี เสียภาษีที่อัตรา 20% หากแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี เสียภาษีสุทธิในอัตรา 7-8%

"ความเหลื่อมล้ำของการเสียภาษีที่ 20% กับอัตรา 7-8% ยิ่งทำให้เอสเอ็มอีไม่กล้าเข้าระบบบัญชีเดียว โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในภูมิภาค แรงจูงใจเรื่องภาษียังเหลื่อมล้ำ ดังนั้น ผลต่อกำลังซื้อยังฟื้นไม่ได้เต็มที่ หากจะให้เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นก็ต้องดูแลเอสเอ็มอีภาคการค้าและบริการ 1.2 แสนธุรกิจ"

 

สมประวิณ มันประเสริฐ
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา



นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า กำลังซื้อรายภาค ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ยังประคองไปได้ แต่ภาคใต้ยังแย่ ขณะที่ รายได้ภาคเกษตรและราคาบางรายการอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้น ช่วยหนุนกำลังซื้อ อุปสงค์ในประเทศมีสัญญาณเชิงบวก ช่วยสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจให้กระจายตัวมากขึ้น และภาครัฐเตรียมแผนเร่งเบิกจ่ายงบกลางปีเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนการใช้จ่ายระดับเศรษฐกิจฐานราก

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า แม้สัญญาณการฟื้นตัวภาพรวมของเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่คงใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นกำลังซื้อเศรษฐกิจระดับฐานราก เพราะราคาสินค้าเกษตรและรายได้ที่ยังต่ำ ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในคนกลุ่มนี้สูง

 

ยรรยง ไทยเจริญ
รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)



นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปี 2560 อีไอซีเริ่มเห็นสัญญาณการส่งผ่านผลประโยชน์ไปยังตลาดแรงงาน สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่ลดลง ค่าจ้างนอกภาคเกษตรเริ่มฟื้นตัว โดยค่าเฉลี่ยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นราว 4% โดยเฉพาะในสาขาที่มีการใช้แรงงานมาก เช่น ภาคอุตสาหกรรม ค้าส่งค้าปลีก และโรงแรม-ร้านอาหาร ที่เห็นค่าจ้างปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานรากหญ้า

ส่วนรายได้ภาคเกษตรเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือน เม.ย. ถึง มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง รายได้ภาคเกษตรยังมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาที่มีแนวโน้มผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว จึงไม่น่าจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งต่อรายได้เหมือนในช่วงที่ผ่านมา




ส่วนปัจจัยลบสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือ กลุ่มรากหญ้า ยังคงเป็นเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปี 2560 ทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจต้องถูกแบ่งไปชำระหนี้ ส่งผลให้การใช้จ่ายจากกลุ่มรากหญ้าอาจต้องใช้เวลา ซึ่งตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ครัวเรือนมีหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ รายได้ลดลงติดลบ 1% ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ทั้งปีของครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นถึง 12%

จากแนวโน้มดังกล่าว อีไอซี มองว่า ภาครัฐควรสนับสนุนภาคเกษตรผ่านกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิต การเพิ่มมูลค่าเพิ่ม และการช่วยบริหารความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร เช่น การสนับสนุนทั้งด้านความรู้ และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาระบบประกันภัยการเกษตรโดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ เพื่อที่เกษตรกรจะได้จัดการความเสี่ยงด้านการเพาะปลูกได้ดีขึ้นในต้นทุนที่เหมาะสม แต่ควรระมัดระวังการประกันด้านราคาโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดการบิดเบือน




ขณะที่ ความท้าทายในระยะต่อไปที่สำคัญ คือ การแข่งขันทางธุรกิจในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทขนาดใหญ่ ทั้งจากในและต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นไปในลักษณะที่ผู้ชนะจากการแข่งขันจะเป็นผู้กินรวบส่วนแบ่งทางการตลาดส่วนใหญ่ ทำให้ภาคส่วนที่ไม่สามารถปรับตัวได้มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับความยากลำบากได้ ดังนั้น ในยุคนี้ธุรกิจจะอยู่รอดได้คงอาศัยเพียงสภาวะเศรษฐกิจอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ควรให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในการแข่งขัน


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,382 วันที่ 12-14 ก.ค. 2561 หน้า 01+15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
SMEs TALKS | 'ธุรกิจ' ที่ต้องคิดตลอด
อุตฯผนึกสสว.ลุยยกระดับจัดSMEsสัญจรเสริมแกร่ง




ภาษี Sme เกษตรกร ฐานเศรษฐกิจ เอสเอ็มอี เศรษฐกิจภูมิภาค หนี ฐานราก Thansettakij รายได้เกษตรกร ภาษี SME