อยู่กับปัจจุบัน | "รัฐบาล-คสช." แก้เศรษฐกิจ เกาไม่ถูกที่คัน

14 July 2018








บรรยากาศประเทศในช่วง "เปลี่ยนผ่าน" ผมว่ามันดูพิลึกอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง หรือ สังคม อย่างเรื่องเศรษฐกิจดูเหมือนจะดีด้วยการอัดแคมเปญประชานิยมเพื่อสร้างงาน ... หากแต่เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้นสักกี่มากน้อย ส่งผลให้พี่น้องคนไทยที่ยังอยู่ในวังวน 'พิษเศรษฐกิจ' ร้องจ๊ากไปตาม ๆ กัน

หันไปดูเรื่องการบ้านการเมืองที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ กันคึกคัก และเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่มีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา สอดรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 2562 แต่เมื่อล้วงลึกลงไปจริง ก็มีไม่กี่กลุ่มขั้ว ซ้ำร้ายกว่านั้นยังจับคู่เป็น 'คู่กัด' กันตั้งแต่ปี่กลองการเมืองเพิ่งโหมโรงเสียอีก




ไม่ลงลึกว่า 'คู่กัด' เป็นใคร? บ้างนะครับ เพราะคอการเมืองเขาดูออก แต่ที่น่าสนใจ ก็คือ การเคลื่อนไหวของพรรคเก่าแก่ 'ไทยรักไทย' ที่เปลี่ยนชื่อมาหลายชื่อ และล่าสุด ใช้ชื่อพรรคเพื่อไทย ก็มีเคลื่อนไหวกันแปลก ๆ เริ่มตั้งแต่ 'ป๋าเหนาะ' เสนาะ เทียนทอง เซียนการเมืองชื่อดังและอดีตผู้จัดการหลายรัฐบาล ที่เสนอแนวคิด 'รัฐบาลแห่งชาติ'

ขณะเดียวกัน ก็มีแพลน ๆ ข่าววงในจากพรรคเพื่อไทยด้วยว่า ตระกูล 'ชินวัตร' อาจยุติบทบาทต่าง ๆ ในพรรคเพื่อไทย ก็ฟังหูไว้หูกันนะครับ เพราะการเมืองไทย ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร หรือกระทั่งเป็นกลยุทธ์ "โยนหินถามทาง" ก็อาจเป็ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวกระเส็นกระสายออกมา ว่า พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคอนาคตใหม่ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ...

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ



ถามว่า 'พรรคอนาคตใหม่' เกี่ยวข้องอันใดกับพรรคเพื่อไทย คำตอบก็คือ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' ทายาทไทยซัมมิท เป็นหลานชายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทยนั่นเอง ... จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เฉพาะอย่างยิ่งการรักษาฐานเสียงของ ส.ส. ในพื้นที่!?

"พักยก" เรื่องการเมืองไว้แค่นี้ เนื่องจากอีก 10 เดือน หรือ 300 วันก่อนมีการ 'เลือกตั้ง' เดือน ก.พ. 2562 อะไรต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเยอะ

เช่นเดียวกับละครเรื่องดัง 'บุพเพสันนิวาส' หรือ ละครออเจ้า ที่ทำให้พี่น้องคนไทยลืมปัจจุบันและปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าอยู่รายรอบตัว แต่ก็ลืมได้แค่ชั่วคราว แม้รัฐบาลจะให้เงินมาสร้าง (ละครย้อนยุค) ต่อ แต่ก็คงจะเฝือ ไม่อินเทรนด์ หรือ เป็นกระแส 'จุดติด' เหมือนตอนแรก ๆ อีกแล้ว ก็เหมือนการปกครองแบบขวาจัด ที่ 'รัฐราชการ' มีอำนาจมาก ๆ แต่แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้องคนไทยไม่ได้




เรื่องจริงที่เกิดขึ้น คือ การปกครองแบบเผด็จการขวาจัด ทำให้การส่งสินค้าไทยไปขายต่างประเทศมีปัญหา เมื่อขายของยาก พ่อค้าไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย หรือ เลี้ยงลูกน้อง เมื่อเกิดปัญหาไม่มีสภาพคล่อง พ่อค้าก็ต้อง 'เข้าพวก' หรือ วิ่งเข้าไปหานายทุนผูกขาดให้ช่วย จากนั้นก็เก็บเงินไว้เสียภาษีและจ่ายเป็นเบี้ยบ้ายรายทางให้ข้าราชการ เนื่องจากรัฐราชการไร้การตรวจสอบ ...

เมื่อเงินไม่เข้าไปใน 'ระบบ' หรือ วงจรเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไม่มีเงินหมุนในระบบ ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ไม่นับรวมหน่วยงานราชการที่กิน 'หัวคิว' ส่วนพ่อค้าก็เหลือเงินพออยู่รอด ไม่มีกำไรให้ขยายกิจการ ดูตัวอย่างผู้ว่าฯ ที่ออกมาให้ข่าวว่า เงินถึงผู้ปฏิบัติไม่เท่าไหร่?




แม้ 'รัฐราชการ' จะพยายาม 'อัด' เงินจำนวนมหาศาล เพื่อให้เกิดการสร้างงาน ทั้งการก่อสร้างและการพัฒนาหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เงินเข้าไปในระบบ แต่เมื่อเงินไม่ไหลเข้าไปในระบบ ก็ย่อมแน่นอนว่า จะไม่มีเงินหมุนเวียนเกิดขึ้นในภาคประชาชน สุดท้ายก็เกิดภาวะเงินฝืด หรือ เศรษฐกิจตกสะเก็ดตามมา

เมื่อ "เกาไม่ถูกที่คัน" ก็อย่าหวังว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องคนไทยได้อย่างที่สัญญาไว้


……………….
คอลัมน์ : อยู่กับปัจจุบัน โดย พงษ์ศักดิ์ ศรีสด

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,355 วันที่ 8-11 เม.ย. 2561 หน้า 14

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
อยู่กับปัจจุบัน : โหด-ดิบและเถื่อน ว่าด้วยการบุกจับ ‘พุทธะอิสระ’
อยู่กับปัจจุบัน | รัฐบาล ‘ขาลง’ ... ‘บิ๊กตู่’ ใจต้องกล้าที่จะฝ่าข้ามไป




คสช. เศรษฐกิจ ประเทศไทย ฐานเศรษฐกิจ รัฐบาล อยู่กับปัจจุบัน Thansettakij