เชือดนอมินีอันดามัน! ยึดทรัพย์ สาวลึกภาษี

13 July 2018








'บิ๊กโจ๊ก' ลุยล้างบางนอมินีฝั่งอันดามัน! พบ 12 บริษัท เข้าข่ายฟอกเงิน จ่อยึดทรัพย์ ด้าน ททท. รับกระทบบุ๊กกิ้งสมุย-ภูเก็ตวูบ 10-20% ... สทท. จี้ตัดวงจรอุบาทว์ ต่างชาติจ้างไทยบังหน้าทำธุรกิจ

กรณีเรือท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 43 คน สูญหาย 9 คน ช่วยชีวิตได้ 51 คน นอกจากการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบเหตุ สิ่งที่ทำคู่ขนานกันไป คือ การสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งขณะนี้ มีหลักฐานชัดในการเอาผิดกับบริษัทนอมินีที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนี้  โดยพบว่า มีความเชื่อมโยงกับ บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล ซึ่งถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านั้น ทั้งยังเดินหน้ากวาดล้างนอมินีต่างชาติในพื้นที่อันดามันอย่างจริงจัง

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
©กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุด ตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมมือกับกรมศุลกากร กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ กรมเจ้าท่า ในการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกรณีเรือล่ม ได้แก่ บริษัท เลซี แคท ทราเวล จำกัด , บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด รวมถึงเรือเซเรเนต้า รวมกว่า 11 จุด พบว่าเป็นนอมินีทั้งหมด

"ทั้งนี้พบว่า บริษัท เลซีแคทฯ ดำเนินธุรกิจเช่าเรือจาก บริษัท ทีซี บลู ดรีมฯ  ซึ่งเป็นเจ้าของเรือฟินิกซ์ที่ล่มไป และแจ้งข้อหากัปตันขับเรือโดยประมาท เนื่องจากในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่มีผู้ประกอบการคนไทยรายใดออกเรือเลย แต่บริษัทนอมินีกลับออกเรือ เพราะมีการสั่งการจากต่างประเทศ"




นอกจากนี้ ยังพบว่า บริษัทที่ประสบเหตุครั้งนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปแล้ว และศาลมีคำสั่งให้ยึดเงินไปกว่า 200 ล้านบาท เรือ 35 ลำ โรงแรมบนเกาะ 1 แห่ง รถยนต์ 117 คัน โดยบริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล มีบริษัทในเครือข่าย 15 บริษัท (ไม่รวม 2 บริษัทที่เกิดเหตุใหม่) โดยผู้จัดการของบริษัทนอมินีดังกล่าวเป็นคนเดียวกับผู้จัดการของ บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล และพบมีการเช่าออฟฟิศ เช่าบ้าน ของบริษัท ล้วนเป็นคนจีน แต่ใช้คนไทยเป็นกรรมการบริษัท เป็นผู้ถูกว่าจ้างมา จึงจะมีการดำเนินคดีในความผิดเรื่องเลี่ยงภาษี ความผิดฐานฟอกเงิน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งหมด

อีกทั้ง จากการตรวจสอบเรือฟินิกซ์ ยังพบว่า การต่อเรือไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้สมดุล มีการนำปูนไปถ่วง ซึ่งไม่ใช่การต่อเติมเรือที่ถูกต้อง จึงผิดชัดเจน และยังพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหลายร้อยไร่ รวมถึงพื้นที่ ส.ป.ก. และที่ดินบางส่วนของกรมเจ้าท่า ในการทำที่จอดเรือของบริษัทด้วย ซึ่งมีร่องรอยการบุกรุกมาเป็นเวลานานพอสมควร ซึ่งจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ด้วย

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
©กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังระบุอีกว่า จะกวาดล้างนอมินีอย่างจริงจัง จากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทนอมินีกว่า 11-12 แห่ง ในภูเก็ต พังงา ซึ่งจะเข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป เพราะนอมินีเหล่านี้คิดแต่เรื่องกำไร-ขาดทุนเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ เข้ามากอบโกยนำเงินกลับประเทศ ไม่เสียภาษี จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบขยายผลต่อไป โดยจะตรวจสอบทั้งเรื่องของการชำระภาษีย้อนหลัง ที่มาของเงินทุน เพื่อดำเนินคดีกับนอมินีฐานฟอกเงิน ส่วนนายทุนต่างชาติที่เป็นฐานก่อเหตุก็จะส่งกลับประเทศ

ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า สิ่งสำคัญขณะนี้ คือ การค้นหาผู้สูญหาย ดูแลผู้ประสบภัยและญาติให้ดีที่สุด

สำหรับยอดบุ๊กกิ้ง ระยะสั้นก็อาจมีผลกระทบบ้าง โดยที่พักในสมุยและภูเก็ตมีการยกเลิกไปราว 10-20% ประกอบกับช่วงนี้เป็นโลว์ซีซัน โดยภาพรวมไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย 9.8 ล้านคน สร้างรายได้ราว 5.3 แสนล้านบาท ปีนี้เอกชนคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคน มีรายได้ 5.5 แสนล้านบาท จากการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปราว 50,000 บาท และหลังเกิดเหตุการณ์เรือล่ม ทางกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนก็สั่งให้บริษัทนำเที่ยวจีนตรวจสอบแพ็คเกจต่าง ๆ ที่ขายในไทย โดยให้ตัดโปรแกรมนำเที่ยวที่มีความเสี่ยงออกจากโปรแกรม มีการตรวจสอบการให้บริการ เช่น เรือนำเที่ยวต่าง ๆ มีการดูแลความปลอดภัยให้ดีขึ้น

 

อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)



นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ปัญหานอมินีต้องเข้มงวดตั้งแต่การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มีการตรวจสอบเชิงลึก และมีกระบวนการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เช่นนั้น ปัญหานอมินีจะไม่หมด ถูกจับดำเนินคดีไป เดี๋ยวก็ไปจดทะเบียนใหม่ หานอมินีรายใหม่ และขณะนี้ พบว่า แม้แต่แผงผลไม้ข้างถนนในเมืองท่องเที่ยวอันดามัน มีการจ้างชาวบ้านไปนั่งขายในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า โดยต่างชาตินำผลไม้มาให้ขาย ถึงเวลาก็เอารถบัสมาลง แล้วบอกนักท่องเที่ยวให้อุดหนุนชาวบ้าน


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,382 วันที่ 12-14 ก.ค. 2561 หน้า 01+15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
"บิ๊กป๊อก"เผย"นายกฯ"สั่งพิสูจน์อัตลักษณ์-ทำใบมรณะบัตรเหยื่อเรือล่ม
"พาณิชย์"สอบเชิงลึก 2บ.นำเที่ยวเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตเข้าข่ายนอมินีหรือไม่




ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง : https://goo.gl/forms/iglj95bfXocf9lqE2



ภาษี ยึดทรัพย์ ททท. ฐานเศรษฐกิจ สทท. ภูเก็ต ฟอกเงิน บุ๊กกิ้ง สมุย นอมินี อันดามัน Thansettakij บิ๊กโจ๊ก