'ดันน์ฮัมบี้' ชี้เทรนด์ตลาดยุคใหม่! แนะแบรนด์รักษาลอยัลตี เร่งปรับแผนรับลูกค้า

2 August 2018








'ดันน์ฮัมบี้' แนะนักการตลาดเร่งสร้างแบรนด์ผ่านฐานลูกค้าเดิม หลังพบสร้างยอดขายให้แบรนด์กว่า 73% ชี้! การตลาดแบบ "เพอร์ซันนัลไลซ์ มาร์เก็ตติ้ง" คือ ตัวแปรสำคัญในการรักษายอดขาย ขณะที่ ออฟไลน์ยังเป็นช่องทางหลักในการช็อปปิ้งของคนไทยกว่า 99% แม้ออนไลน์จะมีการเติบโตกว่า 1,000%

นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการ ฝ่ายมีเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าตลอดช่วง 5 ปี จำนวนผู้ซื้อสินค้า 3 ล้านคนทั่วโลก ผ่านการทำธุรกรรมมากกว่า 600 ล้านครั้ง พบว่า 73% ของยอดขาย มาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (ลอรัลตี) และ 20% ของลูกค้ากลุ่มนี้ ช่วยสร้างรายได้กว่า 50% ซึ่งแน่นอนว่า หากยิ่งแบรนด์เล็กมากขึ้น รายได้ที่มาจากกลุ่มลอยัลตีก็ยิ่งจะสร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้นกว่า 70-80% ซึ่งลอยัลตีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องรักษาไว้

 

ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์



สำหรับการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า หากแบรนด์ไม่มีการทำตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าในกลุ่มลอยัลตี พบว่า ภายใน 1 ปี แบรนด์มีโอกาสเสียลูกค้าไปถึง 25% และจะหันไปซื้อสินค้าแบรนด์อื่น 50% ซึ่งการจะทำการตลาดในยุคปัจจุบัน แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ว่า การขยายตลาดโดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่สามารถสร้างการเติบโตได้ดีกว่า เพราะเชื่อว่า กลุ่มลอยัลตีได้ตายไปหมดแล้วนั้น จะต้องหันมาสร้างสมดุลในการสื่อสารแบรนด์ไปยังลูกค้าลอยัลตีให้ดีขึ้น จากเดิมที่แบรนด์มองว่า การทำสื่อแบบแมส (แมสมีเดีย) จะช่วยให้การสื่อสารแบรนด์ครอบคลุมไปยังลูกค้าวงกว้าง

ทั้งนี้ จากการศึกษาการทำแคมเปญมากกว่า 100 ครั้ง ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยเน้นเฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มที่ต้องการ (เพอร์ซันนัลไลซ์ มาร์เก็ตติ้ง) เป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความแตกต่าง เมื่อต้องมีการสื่อสารที่ต้องใช้ข้อมูลจำเพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น การส่งจดหมายไปที่บ้าน การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ ในช่องทางโซเชียลมีเดีย และสื่อโฆษณา ณ จุดขาย สามารถสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น 9% และป้องกันไม่ให้ลูกค้ากว่า 6% ย้ายไปแบรนด์อื่น

"พฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าในยุคปัจจุบัน มักจะมีความวิตกกังวลในการใช้เงิน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ประกอบการที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย แต่ขณะเดียวกัน พื้นที่ในการวางจำหน่ายกลับมีจำกัด ดังนั้น สินค้าจะต้องมีความแตกต่าง ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ เรื่องของการจัดโปรโมชันที่จะต้องมีความเข้าใจในตัวลูกค้ามากขึ้น เพื่อทำการต่อยอดและเชื่อมความเข้าใจ"


MP34-3383-A


พร้อมกันนี้ 'ดันน์ฮัมบี้' ยังมีโซลูชัน 'คอนเนกต์มีเดีย' โดยได้เปิดตัวโปรแกรม Sociomantic ที่มาช่วยเชื่อมระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสามารถวัดผลสื่อโฆษณาในร้านค้าปลีกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมา ดันน์ฮัมบี้ได้ทำการวัดผลไปแล้วกว่า 280 แคมเปญ มีผลตอบแทนที่แบรนด์จะได้รับกลับคืนมาจากลูกค้าจากการลงสื่อ โดยเฉลี่ย 3.5 เท่า ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับแบรนด์เฉลี่ย 10% ต่อแคมเปญ และมีผู้บริโภคเห็นสื่อของดันน์ฮัมบี้ ณ จุดขาย แล้วกว่า 2.11 พันล้านครั้ง อย่างไรก็ดร ดันน์ฮัมบี้เชื่อว่า สินค้าแบบค้าปลีกกว่า 99% ในประเทศไทย ยังคงเลือกช่องทางออฟไลน์เป็นช่องทางในการขายหลัก ขณะที่ ช่องทางออนไลน์มีเพียง 0.2% เท่านั้น แต่ทว่าอัตราการเติบโตมีกว่า 1,000%

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า เทรนด์ผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2563 ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีเวลาน้อยและมักใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 37 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การทำตลาดสินค้าจะต้องมีความหลากหลาย แตกต่าง ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ , การนำเสนอข้อมูลสินค้าเพื่อสื่อสารและขั้นตอนการใช้ 2.กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ การเชื่อมโยงสินค้าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และ 3.กลุ่มที่มีความทันสมัยและแตกต่างจากกลุ่มอื่น ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาสินค้าเพอร์ซันนัลไลซ์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว


……………….
เซกชัน : การตลาด โดย นสพ.ฐานเศรษฐกิจ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,383 วันที่ 15 - 18 ก.ค. 2561 หน้า 34

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ดันน์ฮัมบี้ กางแผน ส่งที่สุดแห่งนวัตกรรมการวางแผนสื่อแบบใหม่
‘อินเตอร์แอคทีฟ’สื่อโฆษณา ที่มาพร้อมกลิ่น-เสียง กระตุ้นการรับรู้


ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


การตลาด ฐานเศรษฐกิจ เทรนด์ สร้างแบรนด์ มาร์เก็ตติ้ง Thansettakij ดันน์ฮัมบี้