เชื่อบารมีในหลวงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "คลายหลากปัญหาลุล่วง" บิ๊กตู่ระบุ

10 July 2018






พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการทำบุญประเทศภายหลังที่เกิดหลายเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นในประเทศและส่งผลกระทบด้านจิตใจของคนไทย ว่า วันนี้เราก็ทำบุญกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวดมนต์ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้มีการจัดสวดมนต์ประจำทุกเดือน ซึ่งเป็นการสวดมากกว่า 30 บท เป็นการสวดที่ยาวพอสมควรและครอบคลุมในทุกมิติ ในส่วนของการทำบุญนั้น ทุกหน่วยงานก็มีการทำบุญกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเราก็จะมีการทำบุญตักบาตรต่าง ๆ ในห้วงเวลาอันใกล้นี้อีกด้วย

"ผมในฐานะคนไทยก็ได้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) ผมขึ้นไปกราบท่านท้าวมหาพรหมที่ประดิษฐานบนตึกไทยคู่ฟ้า ก็ขอพรจากท่าน ซึ่งความจริงผมก็กราบท่านทุกวัน โดยมีรูปท่านท้าวมหาพรหมในห้องทำงานของผม

แต่เมื่อวานนี้ผมได้ขึ้นไปกราบท่านและขอท่านว่าขอให้การดำเนินการการปฎิบัติงานสำเร็จในวันนี้ท่านก็คงให้มานั่นแหละ ซึ่งผมก็ขอพรจากพระพรหมท่านทุกวัน นอกจากนี้ ผมได้มอบหมายให้ผู้แทนไปบูชาและสักการะศาลหลักเมือง ไปกราบขอพรจากพระแก้วมรกต และขอพรจากพระสยามเทวาธิราช ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคารพและนับถือ

ถ้าว่างก็อยากให้สื่อมวลชนไปกันบ้าง ไปไหว้สักการะ ก็ขอให้ไป อยากให้เข้าไปกราบองค์ท่านใกล้ ๆ กันบ้าง ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ พระบารมีปกเกล้าของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งหมด และพระองค์ท่านก็ขอให้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานและข้าราชการทำไป ท่านทรงพระราชทานให้กำลังใจให้กับพวกเราทุกคนและอะไรที่เราขาดเหลือท่านก็ทรงพระราชทานให้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้ง 3 เหตุการณ์ในขณะนี้ ทั้งเรื่องที่กลุ่มเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี, เหตุเรือล่ม จ.ภูเก็ต รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ตก จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนไทย ซึ่งตนก็ร้อนใจมากที่สุด เพราะเป็นผู้ที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาทั้งหมด ก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือที่หมูป่าอะคาเดมี หลังจากนี้จะเชิญต่างชาติมาถอดบทเรียนในการช่วยเหลือหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาก็มีการถอดบทเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น แนวทางปฎิบัติที่เหมาะสม มาปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

"ถ้ำในประเทศไทยแตกต่างจากต่างประเทศพอสมควร โดยเฉพาะถ้ำหลวง ที่เป็นทางน้ำ มีน้ำที่ไหลลงมาจากข้างบน ดังนั้น ในเหตุการณ์นี้ทุกคนจึงเรียนรู้ไปด้วยกัน ต่างชาติก็ไม่เคยเห็นถ้ำในลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ต่างชาติได้ชื่นชมว่า นักดำน้ำไทยและหน่วยซีลมีประสิทธิภาพ เก่ง มีความเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องมาวิจารณ์กันว่า ใครพบทีมหมูป่าฯก่อนกัน เพราะถือเป็นการทำงานร่วมกัน เมื่อเจอก็ถือว่าเจอด้วยกัน ไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่าใคร เพราะต่างชาติเองก็ยอมรับในฝีมือของเรา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการฟื้นฟูพัฒนาถ้ำหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จำเป็นต้องทำให้เกิดความปลอดภัย เพื่อที่วันหน้าจะได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง โดยต้องหามาตรการป้องกันการเข้าออก ไม่ควรเข้าไปในฤดูน้ำ อีกทั้งยังต้องมีมาตรการอื่น ๆ เหมือนกับต่างประเทศ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบแจ้งเตือน บันได ป้ายแจ้งเตือน เป็นต้น เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอนาคต และได้ย้ำไปยังหน่วยงานในพื้นที่ เเละกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้หามาตรการที่เหมาะสม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในอนาคต

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตอนนี้ยังมีมาตรการห้ามไม่ให้เข้า เพราะต้องมีการสำรวจทางเข้า-ทางออก ดูว่าตรงไหนปลอดภัย ไม่ปลอดภัยต้องมีช่องทางที่เซฟได้ ในเรื่องเวลาเปิดถ้ำ ปิดถ้ำ ก็กรุณาดูด้วย เจ้าหน้าที่ก็ต้องไปอยู่ประจำในช่วงหน้าที่อันตราย ติดป้ายอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะคนไทยพอหันป้ายกลับก็มองไม่เห็นป้ายแล้ว ต้องติดป้ายที่หมุนไม่ได้ มีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ติดให้ครบ หน้าไหน เวลาไหน การที่จะไปถ้ำจะต้องมีการติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน ถ้าเป็นถ้ำที่เปิดทั่วไปสามารถไปได้ แต่หากเป็นถ้ำที่เป็นลักษณะนี้ก็ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าไปก่อน ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ไม่รู้ เพราะมีระยะทางไกล

พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ในระหว่างเดินทางที่ถ้ำหลวง เมื่อคืนวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนพูดคุยกับ นายอีลอน มัสก์ นักธุรกิจผู้นำด้านเทคโนโลยีชื่อดัง และทีมงาน 5 คน ที่เสนอตัวช่วยเหลือ ส่วนตัวชื่นชมนายอีลอน มัสก์ ตั้งแต่ที่เห็นโพสต์ข้อความแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือ นายอีลอน มัสก์ ถือเป็นคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ โดยระบุว่าพร้อมจะช่วย หากทางการไทยมีความต้องการ ทั้งนี้ นายอีลอน มัสก์ ชื่นชมการทำงานของเราโดยเชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ และคิดอุปกรณ์ที่ได้รับจากนายอีลอน มัสก์ คือแคปซูลที่สามารถบรรจุคน เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเราจะนำมาทดลอง แม้จะไม่ได้ใช้ในสถานการณ์นี้ แต่ก็สามารถที่จะเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์อื่นได้

"เราได้จับไม้จับมือพูดคุยทำความเข้าใจ ทำให้ชอบพอกัน และผมได้พูดให้ฟังว่าประเทศไทยเราได้ทำอะไรไปบ้าง เขาบอกว่าไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้ เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือ และเครื่องมือที่เขาให้มา ก็มีประโยชน์ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถช่วยเหลือคนที่จะติดอยู่ในถ้ำหรือลำน้ำต่าง ๆ ซึ่งเขาเข้าใจทุกอย่าง เมื่อวานเขาก็ได้ไปดูสถานที่จริง โดยเดินเข้าไปยังห้องโถงของถ้ำ และคงเกิดความคิดมากมายที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ผมยังได้พูดคุยถึงโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเชื่อมโยง นวัตกรรม และเขาก็สนใจ โดยบอกว่าถ้ามีเวลาก็จะบินกลับมาอีกครั้ง ผมได้บอกเขาว่า ผมรับเขาเป็นเพื่อนผม ในเมื่อเขายินดีที่จะช่วยประเทศไทย ผมก็ยินดีที่จะให้เขารู้สึกว่าประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สอง เขาก็ดีใจ เรายินดีต้อนรับเขา อะไรดูแลได้ ก็จะดูแลตอนนี้ประเทศไทยกำลังเตรียมการสร้างดาวเทียมของตัวเอง สอดคล้องกับที่เขา มีธุรกิจสร้างดาวเทียม เราต้องมองถึงประโยชน์ในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ต้องขอบคุณเขา ที่เขามีน้ำใจ จากที่คุยกันเขาก็รักผมมาหน่อย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีนักดำน้ำชาวต่างชาติเข้ามาช่วยในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมดประมาณ 47 คน และการเดินทางไปเชียงรายเมื่อวานนี้ ก็ได้พบประกับทุกคน โดยได้ไปขอบคุณ สวัสดี และกอดคอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนคือเพื่อนของเรา การไปครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อไปแสดงตนเป็นพระเอก แต่ต้องการไปขอบคุณผู้ที่ทำงาน โดยได้มีโอกาสพบซีลที่ออกจากถ้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดและทีมงาน และคาดหวังว่าการทำงานในวันนี้จะเสร็จเรียบร้อยได้ จากที่เหลืออยู่ในถ้ำ 5 คน ซึ่งเราจะเห็นว่าการนำเด็กออกมาจากถ้ำนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาหลายชั่วโมง เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งคนไทยและต่างประเทศ และตนได้ทำหนังสือในนาม

……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
บิ๊กป๊อกมั่นใจวันนี้นำโค้ชและเด็กหมูป่าออกจากถ้ำได้หมด
"ณรงค์ศักดิ์" เผยแผนปฎิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน "เด็ก 4 -โค้ช 1- หมอ 1- ซีล 3 "



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฐานเศรษฐกิจ บิ๊กตู่ ในหลวง Thansettakij หมูป่าอะคาเดมี่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์