‘พลังประชารัฐ’ เปิดแผน หลังปลดล็อกเปิดรับทุกคน

20 August 2018






ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “สามมิตร” ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นแกนนำ ในการรวบรวมอดีตส.ส.เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็นละครการเมืองเรื่องยาวที่สังคมต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดเมื่อ นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน อดีตส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ระงับและไม่อนุญาตให้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ลูกพรรคเพื่อไทยระบุว่า การเดินสายพบปะอดีตส.ส.ของกลุ่มสามมิตร เข้าข่ายดูดอดีต ส.ส. และสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งเข้าข่ายผิดพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 30, 31 ที่กำหนดว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้เสนอให้ หรือ สัญญาว่าจะให้เงิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมเพื่อจูงใจ ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือ ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากพรรคการเมืองหรือ จากผู้ใด เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยจะมีโทษตามมาตรา 109จำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

สามมิตรไม่เกี่ยวพลังประชารัฐ

ข้อกล่าวหาของลูกพรรคเพื่อไทยดังกล่าวร้อนถึง นายชวน ชูจันทร์ ผู้ขอจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ลุงชวน” ออกมายืนยันกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่รวบรวมอดีตส.ส.เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มเฉพาะคนเท่านั้น เพราะในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้ยังไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่อยู่ระหว่างการจัดตั้งพรรค ขอให้เป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ก่อน และรอเวลาให้มีคำสั่งคสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองก่อน แล้วค่อยมาช่วยกัน เมื่อถึงเวลานั้น “ลุงชวน” ยินดีต้อนรับทุกคน

"ผมมองว่าถ้าจะพูดถึงความผิดของกลุ่มสามมิตร ตามที่มีการร้องเรียนไปยัง กกต. ถ้าผิดก็เรื่องหาเสียง แต่มันยังไม่เป็นพรรคจะเอาผิดได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรืออาจมีความผิดเพราะเป็นการประชุมเกิน 5 คนหรือไม่ ซึ่งอาจจะมีโทษปรับเพราะเป็นความผิดเฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม ตอนนี้ขอให้กลุ่มสามมิตรเพลาๆ หน่อยก็แล้วกัน กกต.จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก ผมกำลังเขียนนโยบายและดูข้อบังคับพรรค อยู่ โดยนโยบายพรรคไม่เกินเดือนสิงหาคม ก็แล้วเสร็จ ขณะที่ผู้ลงชื่อจัดตั้งพรรคได้เกิน 500 คนแล้ว ตั้งเป้าจะส่งผู้ฅสมัครทุกเขต ถ้าพี่ๆ น้องๆ จะเข้ามาอยู่ด้วยกันก็ขอให้เป็นพรรคก่อน"

วอนอย่าใช้วาทกรรมทำลายกัน

“วันนี้เรากำลังขับเคลื่อนจัดตั้งพรรคการเมือง ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีคนสนใจจะเข้าร่วมด้วย แต่การเคลื่อนไหวถูกใช้วาทกรรมทางการเมืองทำให้ดูไม่ดี จริงๆ แล้วเขาอาจจะมีเจตนาดีที่จะทำงานการเมืองกับเรา เพื่อในอนาคตจะทำงานให้ประเทศได้ มองมุมบวกเรากำลังจะสร้างบ้านแล้วบ้านหลังนี้ต้องการคนเยอะๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าทำแล้วไม่มีคนมาอยู่ด้วยตรงนี้จะอันตราย

ส่วนเรื่องจ่ายเงินจ่ายทอง 10-20 ล้านเพื่อดูดคนนั้นคนนี้ ตอนนี้ไม่มีใครรู้ พูดไปมันเสียหาย ทำให้ชาวบ้านไม่มีความหวัง มองการเมืองเป็นสิ่งไม่ดี อย่าสร้างภาพให้ดูเหมือนว่านักการเมืองเลว เป็นการบั่น ทอนกำลังใจคนที่อยากทำงานให้บ้านเมือง ในอนาคตถ้าตั้งพรรคสำเร็จแล้ว ผมเองก็ต้องปรับตัว ต้องทำให้ชาวบ้านเห็นว่าสามารถพึ่งเราได้ ชาวบ้านก็ต้องคิดใหม่เหมือนกัน วันนี้ชุมชนต่างๆ เข้ามาหาเยอะมาก บอกว่าเข้ามาแล้วจะได้อะไร ผมก็บอกว่าให้ไปดูพื้นที่ต้องการพัฒนาอะไร แล้วบอกมา เราจะช่วยเหลือและให้คำแนะนำ”
รับ“บิ๊กตู่”นายกฯบัญชีพรรค

นายชวน ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่องว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่ง เป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลถูกวางตัวให้เป็นแกนนำในการ ขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐว่า ทั้งหมดทราบจากในสื่อเพราะทั้งนายอุตตม และนายสนธิรัตน์เอง ก็ไม่ได้ยืนยัน อีกทั้งท่านยังอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารประเทศ

แม้วันนี้ยังไม่เห็นนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ปฎิเสธ แต่ไม่ได้ยินคำรับ 100 % เพราะท่านทำงานให้ส่วนร่วมและประเทศชาติ ต้องดูเวลาและโอกาส เพราะพรรคการเมืองเป็นสถาบันของประเทศ เหมือนกับหลายๆ สถาบันที่มีในบ้านเมืองขณะนี้ ก็ต้องช่วยกันขัดสีฉวีวรรณ และปักธงว่าตอนนี้เราอยู่ในเวลาพิเศษ หลังจากสงครามการเมืองสงบ เราจะมาช่วยกันทำบ้านเมืองอย่างไร เราจะไม่เอาความเกลียดชังมาพูดถึง

“ถ้าทั้ง 2 ท่านไม่มา พรรคตั้งได้ไหม ตั้งได้ ถ้าท่านมารับไหม ตอบว่ารับครับ ส่วน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกแล้ว กลับมาเป็นใหม่เราก็ยินดี แต่ถ้าท่านไม่ทำต่อก็ต้องหาใหม่ แค่นั้นเอง ถ้าท่านยินดีทำงานต่อเรายินดีที่จะให้ท่านมาทำงานในรูปแบบตัวแทนประชาชน หรือในรูปแบบพรรคการเมืองก็ได้ เราต้องการสิ่งเหล่านี้มันเห็นภาพของความหวัง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ถ้าผมปฎิเสธคนอื่นหมดเหลือผมคนเดียวก็ไม่ใช่ จะไปกีดกันคนนั้นคนนี้ไม่ได้หรอกครับ” นายชวน กล่าวทิ้งท้าย

|รายงาน : ‘พลังประชารัฐ’เปิดแผน หลังปลดล็อกเปิดรับทุกคน
|โดย : โต๊ะข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
|ฉบับ 3381 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค.2561


เลือกตั้ง