'บลจ.ยูโอบี' มั่นใจ! เศรษฐกิจเวียดนาม นำเสนอกองทุน UVO

8 July 2018






บลจ.ยูโอบี มั่นใจเศรษฐกิจเวียดนาม นำเสนอกองทุน UVO กระจายการลงทุนครอบคลุมหุ้นเวียดนามผ่านหลากหลายกองทุน




น.ส.รัชดา ตั้งหะรัฐ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทันรวม (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสการลงทุนในเวียดนามที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตอย่างโดดเด่น จึงได้นำเสนอ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เวียดนาม ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ (UVO) ซึ่งกระจายการลงทุนครอบคลุมหุ้นเวียดนามผ่านกองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารในเชิงรุก (Active Portfolio Management) ซึ่งบริหารงานโดยผู้จัดการกองทุนชาวเวียดนาม ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดหุ้นเวียดนามมายาวนาน รวมถึงกองทุนที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญระดับสากล

นอกจากนี้ ยังมีการกระจายการลงทุนไปยังกองทุนรวมดัชนี (ETF) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกองทุนในภาพรวม กองทุน UVO เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสรับผลตอบแทนที่เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของเวียดนาม กองทุนดังกล่าว สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ เปิดเสนอขายครั้งแรกในวันที่ 11-18 ก.ค. 2561

"ทาง บลจ.ยูโอบี ได้ติดตามภาวะการลงทุนในเวียดนามมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตอย่างโดดเด่นและรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแรงขับเคลื่อนจากเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและได้รับแรงส่งหลักจากภาครัฐที่มีการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีนโยบายต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชนในระยะยาว"

ดังนั้น บลจ. เล็งเห็นว่าการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามในปัจจุบันอยู่ในระดับน่าลงทุนเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ จึงได้นำเสนอกองทุน UVO ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนไปยังกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามหลายกองทุน (Fund of Funds) โดยที่บริษัทได้คัดสรรแล้วว่ากองทุนดังกล่าวสามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์บริหารกองทุนเชิงรุก (Active Portfolio Management) ที่เน้นปัจจัยพื้นฐาน อีกทั้ง ยังมีการลงทุนในกองทุน ETF เพื่อเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกองทุน ทำให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายกองทุนนี้ได้ทุกวันทำการ

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของเวียดนามมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2560 ตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 6.7% ซึ่งนับเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ในอาเซียน โดย IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวได้ในระดับที่สูงกว่า 6% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 ด้วยแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ มาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ โดยในปี 2560 มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนมากกว่า 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 1 ล้านล้านบาท)   นอกจากนั้น ภาครัฐยังมีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจทั้งนโยบายการคลัง นโยบายการเงินและข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ ระหว่างประเทศ มีนโยบายที่เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยในปี 2560 มีการลงทุนประมาณ 16 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเทียบเท่ากับ 7.3% ของ GDP ซึ่งคาดว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำที่อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย และเวียดนามเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเริ่มต้นทำธุรกิจ จะส่งผลให้เวียดนามจะยังคงดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน เวียดนามมีจำนวนประชากรในวัยทำงานกว่า 60% ของประชากรทั้งหมด 94.6 ล้านคน ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 15 ของโลก และอันดับ 2 ในภูมิภาค โดยประชากรเหล่านี้มีรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการใช้จ่ายเพื่อบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น  ปัจจุบันธนาคารกลางเวียดนามมีทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเงินทุนสำรองมากเป็น 3 เท่า ของตัวเลขนำเข้าต่อเดือนสะท้อนถึงสถานะของเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา  ค่าเงินที่มีเสถียรภาพและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงปัจจัยดังกล่าวในตอนต้น ซึ่ง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งได้มีการคาดการณ์ P/E ในอีก 1 ปีข้างหน้า ที่ 17.6 เท่า เมื่อเทียบกับ P/E เมื่อ 1 ปีย้อนหลังที่ 21.1 เท่า จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้นเวียดนามในขณะนี้


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
7 หมื่นกองทุนหมู่บ้านยิ้มร่า
เงินกำลังจะหมุนไปใส่กองทุนหมู่บ้าน




เศรษฐกิจ ฐานเศรษฐกิจ กองทุน ยูโอบี Thansettakij เศรษฐกิจเวียดนาม กองทุน UVO