'บีทีเอส' เปลี่ยนระบบ 'อาณัติสัญญาณ' รับอนาคต

8 July 2018








เกิดเหตุการณ์อลหม่านกันทั่วกรุงเทพฯ สำหรับเหตุขัดข้องของกรณีให้บริการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อช่วงเช้าและช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา อีกทั้งเมื่อล่วงเข้าสู่วันที่ 26 มิ.ย. เหตุการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นอีก จนส่งผลให้หลายคนเสียการนัดหมายสำคัญ หรือ เข้าทำงานสาย จนสร้างความหงุดหงิดให้กับคนอีกจำนวนมาก

โดยปมปัญหาที่เป็นชนวนการเกิดเหตุครั้งนี้ พบว่า ระบบอาณัติสัญญาณของขบวนรถขัดข้องในสายสุขุมวิท ตั้งแต่สถานีหมอชิตถึงสถานีชิดลม และสายสีลม ตั้งสถานีสนามกีฬาแห่งชาติถึงสถานีราชดำริ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเดินรถ ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการตามสถานีต่าง ๆ สะสมเพิ่มจำนวนจนเต็มสถานี และยังล้นทะลักลงมายังพื้นด้านล่างสถานี กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติเป็นเวลาเกือบค่อนวัน เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงค่ำยังเกิดเหตุแบบเดียวกันอีก จนถึงราว 21.00 น. ที่จะคลี่คลาย




เช่นเดียวกับช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรณีอาฟเตอร์ช็อกเหตุขัดข้องต่อเนื่อง นับเป็นการเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับให้บริการระบบขนส่งมวลชนหลักของคนกรุงเทพฯ อย่าง รถไฟฟ้าบีทีเอส หลังจากที่เมื่อช่วงก่อนนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว คราวเปลี่ยนระบบจากซีเมนส์มาเป็นระบบบอมบาร์ดิเอร์

ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า จากปัญหาการขัดข้องของระบบบีทีเอส ยอมรับว่าเป็นเดือนที่มีการขัดข้องมากที่สุดในช่วงหลายปี ไม่ใช่เฉพาะในครั้งนี้เท่านั้น ยังพบอีกว่า มีเหตุขัดข้องให้บริการของบีทีเอสในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เกิดขึ้นมาแล้วมากถึง 23 ครั้ง

 

สุรพงษ์ เลาหะอัญญา
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)



โดยเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสัญญาณวิทยุในระบบอาณัติสัญญาณเป็น Wireless คลื่น 2400 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อรองรับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะติดตั้งทุกสถานีรวมถึงขบวนรถไฟฟ้า 52 ขบวน โดยติดตั้งแล้วเสร็จในวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าหลังจากปรับเปลี่ยนระบบแล้ว ปัญหาขัดข้องจะน้อยลงและมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ส่วนการดูแลผู้โดยสาร ยินดีชดเชย แต่ขอทบทวนวิธีการชดเชยก่อน โดยต้องหารือกับทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) อีกครั้ง




เรียกบีทีเอสแจงข้อเท็จจริง
ปมปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องเรียกผู้บริหารของบีทีเอสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในช่วงบ่ายวันที่ 25 มิ.ย. ทันที เบื้องต้นนั้น ผู้บริหารบีทีเอสอ้างอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนระบบ ปรับเปลี่ยนระบบวิทยุสื่อสาร เพื่อให้มีประสิทธิภาพในอนาคต ทั้งนี้ คงต้องมาจับตาดูกันว่า หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานหารือแก้ปัญหาการเดินรถระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้ว การแก้ไขปัญหาจะออกมาแนวทางใดบ้าง

โดยผลการหารือสรุปได้ว่า 1.ผู้บริหารบีทีเอสได้รายงานการแก้ปัญหาเหตุขัดข้องการเดินรถช่วงเดือน มิ.ย. 2561 ซึ่งเกิดจากระบบอาณัติสัญญาณ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ เพื่อแก้ปัญหา มีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 29 มิ.ย. 2561 เพื่อให้ได้ระบบอาณัติสัญญาณที่มีความเสถียรยิ่งขึ้น โดยพบว่า คลื่น 2370MHz เข้ามากระทบ ซึ่งคลื่นใหม่นี้ เป็นช่วงปลายของคลื่น 2400MHz




2.ในระหว่างแก้ไขปัญหาขัดข้อง ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสจะมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องทันการณ์ไปยังผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่ติดค้างอยู่ที่สถานีและให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดหารถโดยสารเพิ่มเติมในเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ตามแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล , 3.ให้กรมการขนส่งทางบกกำกับดูแลประชาชนผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบระหว่างดำเนินการ ด้วยการเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ไม่ให้มีการถูกเอารัดเอาเปรียบคิดค่าโดยสารเกินจริง

ทั้งนี้ ปมพิรุธดังกล่าวเป็นชนวนให้หลายคนสงสัยว่า เหตุใดรถไฟฟ้าใต้ดินถึงไม่เกิดเหตุถี่ยิบแบบบีทีเอส และบริษัท บอมบาร์ดิเอร์ฯ เจ้าของระบบอาณัติสัญญาณควรที่จะออกมาแจงข้อเท็จจริงหรือไม่ ประการสำคัญการลงนามสัญญากับบีทีเอสได้กำหนดการใช้คลื่นดังกล่าวนี้ไว้ด้วยหรือไม่ เพราะหากไปเอาคลื่นอะไรฟรี ๆ มาใช้ก็ได้ แล้วจะอ้างมีมาตรฐานให้บริการสูงสุดได้อย่างไร เพราะนี่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ เสียเงินค่าโดยสารแสนแพง ยังมาเสียเวลาอีกโดยใช่เหตุจริง ๆ



……………….
รายงานพิเศษ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,378 วันที่ 28-30 มิ.ย. 2561 หน้า 12

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
บีทีเอสแจงมาตรการคืนค่าโดยสารกรณีล่าช้า
เนสท์เล่ปักหมุดบีทีเอสปั้น‘เนสกาแฟ ฮับ’




ฐานเศรษฐกิจ บีทีเอส BTS อาณัติสัญญาณ Thansettakij