ลุ้น 'ทรัมป์' ถอยมาตรการภาษี! แรงหนุนเศรษฐกิจ-เงินสะพัดรับเลือกตั้ง ดันเป้าดัชนีครึ่งหลัง

13 July 2018








โบรกฯ จับตามาตรการโต้ตอบสหรัฐฯ-จีน เก็บภาษีรอบแรก เชื่อกระทบตลาดหุ้นจำกัด ลุ้นปัจจัยในประเทศกำลังซื้อเงินสะพัดท้ายปีรับเลือกตั้ง และ 'ทรัมป์' ยอมผ่อนมาตรการภาษีเช่นเดียวกับสหรัฐฯ-ยุโรป ด้าน 'เอเซีย พลัส' เตรียมปรับดัชนีปีนี้ลงสู่ 1717 จุด เหตุฟันโฟลว์ยังไหลต่อ , บล.กสิกรไทยฯ มองแนวรับ 1570 จุด เป้า 1898 จุด

นักลงทุนยังคงจับตาผลการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ และจีนในรอบแรก 25% มูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา แม้ตลาดหุ้นได้ซึมซับเรื่องสงครามการค้าไปมากล่วงหน้าแล้ว โดยดัชนีหุ้นไทยต้นปีถึงปัจจุบัน ปรับลดลงไปกว่า 200 จุด และต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิแล้วกว่า 1.89 แสนล้านบาท (1 ม.ค. ถึง 5 ก.ค. 61)

 

ภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์และรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ (ASPS)
©YT-Hooninside



นางภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์และรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ (ASPS) กล่าวว่า ผลกระทบสงครามการค้าจะส่งผลชัดเจนในปีหน้ามากกว่า ส่วนครึ่งหลังปีนี้ยังไม่มาก เนื่องจากมูลค่ารอบแรกจำกัดที่ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตลาดหุ้นไทยตอบรับไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปรับลงไปก่อนและคาดกำไรสุทธิกลุ่มนี้จะลดลงปีนี้ประมาณ 3% เช่น Delta ผลิตในไทย แต่ส่งออกไปจีน 15% และบางส่วนจีนส่งออกต่อไปอเมริกา , Hana มีฐานการผลิตในจีน 13% ส่วน KCE และ SVI มีรายได้ที่มาจากจีนเป็นสัดส่วน 10% และ 5% ของรายได้รวมตามลำดับ จึงอาจกระทบจากสงครามการค้าได้บ้าง


Print


อย่างไรก็ดี หากมาตรการภาษีสหรัฐฯ-จีน เพิ่มวงเงินมากกว่ารอบแรก จะส่งผลต่อหุ้นในกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์ กลุ่มสายการบิน เป็นต้น

ฝ่ายวิจัยฯ ASPS ประเมินกำไรตลาดต่อหุ้นปี 2561 ที่ 110.8 บาท ยังเป็นไปได้ แต่ได้ปรับดัชนีเป้าหมายที่ประเมินไว้ 1772 จุด (P/E 16 เท่า) ลง จากกระแสทุนต่างชาติที่ยังไหลออกและสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ จึงเตรียมปรับลด P/E ลงสู่ 15.5 เท่า ส่งผลดัชนีเป้าหมายปี 2561 ลงมาที่ 1717 จุด และหากมาตรการสหรัฐฯ ยังรุนแรง มีความเป็นไปได้ที่จะลด P/E ลงสู่ 15 เท่า ดัชนีเป้าหมายปี 2561 จะลดลงสู่ 1661 จุด




ส่วนปี 2562 หากผลโต้ตอบมาตรการการค้าเพิ่มความรุนแรง คาดจะส่งผลต่อกำไรของตลาดลดลง 30% ภายใน 2 ปี เฉลี่ยปีละ 15% ส่งผลให้ดัชนีเป้าหมายจะลงมาสู่ 1,576.10 จุด ภายใต้ความผันผวน ฝ่ายวิจัย ASPS แนะลงทุน 40% เน้น Domestic Play ได้แก่ TTW, RATCH, EASTW, DTAC, BJC, BBL, KBANK, PLANB, CPF, TU, GFPT

ด้าน นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทยฯ กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เบื้องต้นการเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน คาดจะจำกัดแค่ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนที่เหลืออีก 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีการทำประชาพิจารในเดือนนี้ เชื่อว่าจะเป็นการดูท่าทีและน่าจะขึ้นภาษีแบบระมัดระวัง อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่า ท้ายที่สุดน่าจะผ่อนปรนลง เหมือนกรณีที่สหรัฐฯ กับยุโรปจะลดภาษีนำเข้ารถยนต์ระหว่างกัน หลังจากยุโรปประกาศตอบโต้ โดยขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รอบ 2 วงเงิน 2.94 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (รอบแรก 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษียานยนต์และชิ้นส่วนกับยุโรป

 

โดนัลด์ ทรัมป์
©Chris Kleponis - Pool/Getty Images



ทั้งนี้ ทูตสหรัฐฯ ประจำเยอรมนี เผยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมยกเลิกการขึ้นภาษีรถยนต์จากยุโรป หากยุโรปยกเลิกภาษีที่ขึ้นกับสหรัฐฯ ในรอบแรก 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลดภาษีรถยนต์ของสหรัฐฯ ลง "ตลาดซึบซับเรื่องสงครามการค้าไปมาก หากมีข่าวบวกดังกล่าวจะเป็นโอกาสการฟื้นตัว ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 หลาย ๆ บริษัท น่าจะออกมาดี ทำให้ภาพรวมการลงทุนจะมีแนวโน้มดีขึ้น"

บล.กสิกรไทยฯ ยังคงวางเป้าหมายดัชนีที่ 1898 จุด โดยเชื่อว่า ครึ่งปีหลังจากปัจจัยลบต่างประเทศซาลง แรงหนุนจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งของไทย กำลังซื้อจากกลุ่มบนและรากหญ้าเกษตรกร เงินสะพัดจากการเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า จะหนุนให้ตลาดหุ้นมีทิศทางดีขึ้น คาดกรอบแนวรับไม่ต่ำกว่า 1570 จุด


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,381 วันที่ 8-11 ก.ค. 2561 หน้า 18

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
นำ '4 หมูป่า' ออกจากถ้ำหลวงแล้ว! 'ณรงศักดิ์' เผย "วันนี้ราบรื่นมาก" - 'ทรัมป์' ทวีตชม "กล้าหาญ"
AECSมองนโยบายทรัมป์ทำตลาดหุ้นผันผวนให้กรอบดัชนี1,585-1,630 จุด


e-book-1-503x62


ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง : https://goo.gl/forms/iglj95bfXocf9lqE2



หุ้น ภาษี จีน เศรษฐกิจ ฐานเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น มาตรการภาษี โบรกเกอร์ โดนัลด์ ทรัมป์ เงิน กำลังซื้อ Thansettakij