เฟ้นหุ้นพลังงานทำเงิน! KS ฟันธงปลายปีนี้ ดัชนีมีโอกาสแตะ 1800-1900 จุด

9 July 2018








'ปริญญ์' ระบุ ต่างชาติยังขายไม่หยุด ราคาเริ่มถูก แนะลงทุนยาว เลือกเก็บหุ้นพลังงาน PTTGC-TOP , หุ้นรับเหมาฯ UNIQ-CK น่าสน เชื่อปลายปีนี้หุ้นขึ้นแตะ 1800-1900 จุด ... บล.กสิกรฯ มองราคาน้ำมันขาขึ้นถึงปีหน้า แนะนำหุ้น PTTEP , PTTGC และ PTT

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติยังให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้นพลังงานบริสุทธิ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เราเห็น IPO ของหุ้นอย่าง บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) - TPIPP , บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) - GULF และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) - BGRIM หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานบริสุทธิ์ หรือ แหล่งของพลังงานที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หุ้นหลายตัวในกลุ่มนี้ราคาขึ้นมามากกว่า IPO มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้น


mp17-3381-a


"หุ้นในกลุ่มพลังงาน หรือ พลังงานบริสุทธิ์ ถือว่าปรับขึ้นมาดีมากในช่วงนี้ นักลงทุนยังมองว่า ราคาน้ำมันที่ 60 หรือ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ยังถือว่าดี ขณะที่ เม็ดเงินถูกดูดไปอยู่ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอยู่ในเงินสกุลดอลลาร์บ้าง ลงทุนในประเทศฝั่งตะวันตกบ้าง ลดการถือครองหุ้นในตลาดเกิดใหม่ลง แต่ในสภาวะที่ผันผวนและเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 2 รอบในปีนี้ เรายังเห็นหุ้นพลังงานโชว์ความแข็งแกร่ง อย่างน้อยไม่ปรับตัวลดมากกว่าตลาด"

นายปริญญ์ แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานว่า หุ้นที่ติดตามดูอยู่มี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ในกรณีที่ บริษัท โกลบอล กรีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน) - GGC มีข่าวเรื่องสินค้าวัตถุดิบในคลังหายไปนั้น กระทบกับ PTTGC อย่างแน่นอน ถ้ามีประเด็นเรื่องธรรมาภิบาล นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกมาทันที แต่ที่ผ่านมา ราคาหุ้นก็ลดลงสะท้อนกับข่าวที่ออกมาแล้ว ถึงแม้ข่าวดังกล่าวจะกระทบความเชื่อมั่น แต่ราคาหุ้นเริ่มถูกแล้ว มีกองทุนที่เป็น VI ลงทุนระยะยาว เริ่มสนใจสอบถามข้อมูลเข้ามา และหุ้น PTTGC ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขึ้น

ผงะ! โกงซื้อวัตถุดิบจีจีซี 2.1 พันล้าน

นายปริญญ์ กล่าวว่า การไหลออกของเงินลงทุนต่างชาติยังมีอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติลงทุนในหุ้น อย่าง ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และหุ้นขนาดใหญ่อื่น ๆ อาทิ หุ้น CPALL , AOT , PTT , PTTEP ต่างชาติถือหุ้นเหล่านี้มาก แต่ในบางกลุ่มต่างชาติยังถือน้อยอยู่ อย่าง TOP และ PTTGC ถ้าเป็นหุ้นขนาดเล็กลงมา ก็จะเป็น GULF , BGRIM

นอกจากนี้ แนะนำหุ้นในกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายการลงทุนภาครัฐ เช่น หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่ราคาลงมาค่อนข้างมาก เช่น บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) - UNIQ และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK รวมถึงหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - WHA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

 

ปริญญ์ พานิชภักดิ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด



นายปริญญ์ กล่าวว่า ราคาหุ้นขณะนี้ นักลงทุนระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป เข้าซื้อเก็บได้ เชื่อว่าดัชนีปลายปีนี้จะสูงกว่า 1800 จุด ในไตรมาส 4 หุ้นอาจจะขึ้นเดือนละ 100 จุด ก็เป็นไปได้ การที่ต่างชาติขายตลอด ไม่ใช่ว่าหุ้นจะขึ้นไม่ได้ เป้าหมายดัชนีปีนี้มองว่า อยู่ที่ 1800-1900 จุด แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 และ 3 ที่จะหนุนให้ดัชนียืนได้ที่ 1900 จุด กำไรของธนาคารพาณิชย์ต้องดีด้วย

แนะนำให้เริ่มเก็บหุ้นกลุ่มแบงก์ใหญ่ ๆ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อย ๆ เริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น เพราะเชื่อว่าในไตรมาส 3-4 ธนาคารพาณิชย์จะปล่อนสินเชื่อบ้านมากขึ้น

 

จักรพงศ์ เชวงศรี
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)



นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า แนวโน้มราคาน้ำมันปีนี้อยู่ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และเพิ่มสูงขึ้นในปี 2562 ประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสงครามการค้าโลกจะเป็นปัจจัยกดดันในช่วงสั้น ๆ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสงครามการค้าที่จะเกิดขึ้น แล้วส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน แนะนำหุ้น PTTEP , PTTGC และ PTT ที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นในกลุ่มธนาคาร ทั้งหุ้น BBL และ KTB ที่มองว่า สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL น่าจะต่ำสุดแล้ว




สำหรับแนวโน้มในปีหน้า เชื่อว่าตลาดหุ้นจะกลับมาอยู่ที่ 1898 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ และฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ถ้าปีหน้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง การมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งน่าจะมีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมามากขึ้น


……………….
เซกชั่น : ตลาดทุน โดย นสพ.ฐานเศรษฐกิจ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,381 วันที่ 8-11 ก.ค. 2561 หน้า 17

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
คาด 'ตลาดหุ้นไทย' ฟื้นตัวต่อ! สงครามการค้าไร้ผลกระทบ
BEAUTY สวยสังหาร แก้เกมรับซื้อหุ้นคืน




หุ้น ฐานเศรษฐกิจ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ หุ้นพลังงาน ดัชนีหุ้น หุ้นทำเงิน Thansettakij KS