เทสต์ไดรฟ์ | "โตโยต้า ซี-เอชอาร์ 1.8" เมินไฮบริด ... ก็ไม่ผิดนะ

3 July 2018








ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ของ 'ซี-เอชอาร์' รับรู้กันทั่วไปว่า โตโยต้าไม่ได้หวังยอดขายเปรี้ยงปร้าง ด้วยเน้นทำตลาดไปที่รุ่นไฮบริดเสียมากกว่า

หลังเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ผมว่า ยอดขายเดือนละเกือบ ๆ 2,000 คัน (โดยเฉลี่ย) 80% น่าจะเป็นรุ่นไฮบริด

ด้วยการตั้งราคาขายไม่ห่างกันมาก หรือ ยกตัวอย่างรุ่น MID ระหว่าง 2 ขุมพลังนี้ ราคาต่างกัน 30,000 บาท (1.8 ราคา 1.039 ล้านบาท ส่วนไฮบริด 1.069 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับในเชิงฮาร์ดแวร์ พร้อมคุณค่าทางจิตใจ และอัตราบริโภคน้ำมันที่ประหยัดทันที ประกอบกับอัดแพ็กเกจชวนเชื่อของโตโยต้า ก็ไม่แปลกที่ลูกค้าจะขยับไปเล่นไฮบริดละครับ




โตโยต้าพยายามผลักดันให้ไฮบริดเกิดสุดตัว เพราะทุ่มเทในเทคโนโลยีนี้ไปมาก ขณะเดียวกัน แผนลงทุนเพิ่มไลน์ผลิตในประเทศไทย พร้อมโรงงานแบตเตอรี่ใหม่มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ยอดขาย 'ซี-เอชอาร์' จึงต้องคุ้มค่าแก่การลงทุน พร้อมเป็นโมเดลที่จุดประกายให้รถไฮบริดโตโยต้นรุ่นต่อ ๆ ไป ทำตลาดได้สะดวกโยธินมากขึ้น

สอดคล้องกับแผนการลงทุนที่กล่าวไป ซี-เอชอาร์ ไฮบริด ที่ทำราคาได้น่าสนใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาษีสรรพสามิตที่เสียเพียง 4% ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร โดนไป 20%

ด้าน สมรรถนะการขับขี่ ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 140 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT พละกำลังตอบสนองตรงไปตรงมา ตามสไตล์รถปกติที่เราคุ้นเคย จังหวะเร่งแซงทำได้ดี ส่วนความเร็วปลายไหลขึ้นไปสบาย ๆ




อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบประสิทธิผลกับรุ่นไฮบริด ที่ระบุตัวเลขไว้เพียง 122 แรงม้า และตัวรถหนักกว่า 70 กิโลกรัม ขณะที่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของซี-เอชอาร์ ทั้ง 2 ขุมพลัง จากการเปิดเผยของวิศวกรโตโยต้าว่า ทำได้ประมาณ 13-14 วินาที และรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร จะทำเวลาได้กว่าไฮบริดเล็กน้อย (น่าจะไม่ต่างกันเกิน 1 วินาที)

แต่เมื่อขับจริง ๆ เหมือนรุ่นไฮบริดจะให้อัตราเร่งที่ทันใจ แบบนวลเนียนสม่ำเสมอกว่า ก็คงเป็นอิทธิฤทธิ์อย่างหนึ่งของมอเตอร์ไฟฟ้าละครับ




เหนืออื่นใด จุดเด่นของ ซี-เอชอาร์ รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ยังเป็นเรื่องช่วงล่างและการควบคุมที่หนึบแน่นแม่นยำ ส่วนหนึ่งมาจากการใช้แพลตฟอร์มใหม่ TGNA ที่ยืดหยุ่นและรองรับช่วงล่างหลังแบบปีกนก 2 ชั้น ถือเป็นบุคลิกใหม่ของรถโตโยต้าที่ต่างไปจากเดิม

ขณะที่ ดิสก์เบรก 4 ล้อ จัดการกับระยะชะลอหยุดได้นุ่มนวล แต่ก็มีสิ่งที่ต้องแลกมากับความสวยสไตล์คูเป้ หลังคาลาดเอียง คือ มุมบอดด้านหลังฝั่งเสาซี (C-Pillars) จะคอยบดบังทัศนวิสัยช่วงขับเข้าทางร่วม หรือ ทางแยกบางลักษณะ ตรงนี้ต้องระมัดระวัง หรือ ปรับความคุ้นชินพอสมควรครับ










ด้าน อัตราบริโภคน้ำมันของรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 โตโยต้าเคลมไว้ 15.38 กม./ลิตร ส่วนการขับเฉลี่ย ๆ ของผม ได้ตัวเลขแถว ๆ 12-13 กม./ลิตร

รวบรัดตัดความ ... เมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ ตอนจ่ายเงินซื้อ 'ซี-เอชอาร์ ไฮบริด' เหมือนจะมีภาษีดีกว่า ทั้งความคุ้มค่าจากของที่ได้รับ รวมถึงสมรรถนะและอัตราประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม ทว่า 'ซี-เอชอาร์ 1.8' ก็เป็นครอสโอเวอร์ที่ขับดีอยู่มาก ๆ เครื่องยนต์และเกียร์ CVT ชุดนี้ไม่ขี้เหร่ครับ ตลอดจนโครงสร้างใหม่ ทั้งแพลตฟอร์ม ช่วงล่างการควบคุมที่เนียนแน่น รวมถึงรูปลักษณ์โดดเด่นบนท้องถนน ซึ่งใครยังลังเลในอนาคตของเทคโนโลยีช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ผมว่า ไม่ผิดที่จะยังรักรถเครื่องยนต์สันดาปภายในเดิม ๆ ครับ


……………….
คอลัมน์ : เทสต์ไดรฟ์ โดย กรกิต กสิคุณ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,379 วันที่ 1-4 ก.ค. 2561 หน้า 33

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
กระหึ่มสนามช้าง! ในรายการ "โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต สนาม 2"
เจน2โตโยต้าเมืองตรังชูโซเชียลร่วมกลยุทธ์เคาะประตูบ้านรักษาแชมป์




โตโยต้า ฐานเศรษฐกิจ Toyota ไฮบริด ซี-เอชอาร์ Thansettakij เทสต์ไดรฟ์