พาณิชย์เตือนไทยระวังตกเป็นเป้า สหรัฐจับตาใช้มาตรการภาษี

28 June 2018






ทูตพาณิชย์เผยผู้นำเข้าสหรัฐส่งสัญญาณ ลดนำเข้าจากจีน หันนำเข้าจากไทยเพิ่ม ทั้งอัญมณี กรอบแว่นสายตา สายไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขณะจีนขยับลงทุนในไทยเพิ่ม เล็งใช้เป็นฐานผลิตส่งไปสหรัฐฯ ชี้ผลดี แต่เตือนระวังตกเป็นเป้าสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีเล่นงานได้

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 4 แห่ง ได้แก่ เมืองไมอามี นครนิวยอร์ค นครลอสแอนเจลิส และนครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รายงานผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่า ขณะนี้ผู้นำเข้าสินค้าของสหรัฐหลายรายที่เคยนำเข้าสินค้าจีนเริ่มเชิญผู้ผลิตและส่งออกสินค้าจากไทย เพื่อเจรจานำเข้าสินค้าไทยชดเชยสินค้าจีนที่ถูกสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีสูงสุดที่ 25% จึงเป็นโอกาสสินค้าไทยที่จะส่งออกไปยังตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้น



“ขณะนี้ผู้นำเข้าสินค้าสหรัฐฯได้เปลี่ยนแผนในการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นๆ เพื่อทดแทนการนำเข้าจากจีนแล้ว และสินค้าไทยก็อยู่ในรายชื่อหลายรายการ เช่น ทูตพาณิชย์นครนิวยอร์กแจ้งว่าผู้นำเข้าสหรัฐฯ ได้ติดต่อเพื่อขอข้อมูลผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ และกรอบแว่นสายตา เพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าจากจีน และทูตพาณิชย์เมืองชิคาโกแจ้งว่าผู้นำเข้าสหรัฐต้องการเพิ่มสินค้าไทยในกลุ่มสายไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไฟเบอร์ออฟติก ไส้กรองของเหลว เป็นต้น”

นอกจากนี้ทูตพาณิชย์ในสหรัฐยังให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีบริษัทจีนจำนวนมากได้พิจารณาปรับแผนการลงทุนด้วยการย้ายฐานการผลิตมาตั้งโรงงานในไทยและประเทศอื่นๆ เพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปสหรัฐ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็คทรอนิกส์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าในครั้งนี้ เนื่องจากการคาดการณ์ผลกระทบจากสงครามการค้าในครั้งนี้สินค้าไทย จะสามารถส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีน และตลาดสหรัฐได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 33,000 ล้านบาท ส่งผลให้การส่งออกของไทยจะขยายตัวอีกประมาณ 0.4%

อย่างไรก็ตามกรมขอให้ผู้ส่งออกไทยมีความระมัดระวังในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐให้มากขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณและราคา เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าที่สหรัฐจับตามองและหันมาบังคับใช้มาตรการทางภาษีกับสินค้าจากไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ แต่ยังไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักของสหรัฐในตอนนี้



“แนวโน้มมาตรการกีดกันทางการค้าด้านภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งสหรัฐจะบังคับใช้กับสินค้าจีนยังมีมากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาคืออาจทำให้ผู้ประกอบการจีนย้ายฐานการผลิตมายังไทย หรือส่งสินค้ามาเปลี่ยนผ่านเป็นแหล่งกำเนิดจากไทย เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ดังนั้นหากไม่ระมัดระวังความเสี่ยงที่ตามมา อาจทำให้สินค้าไทยถูกใช้มาตรการต่างๆ เช่น เอดี , ซีวีดี และเซฟการ์ด เหมือนกับกรณีเครื่องซักผ้าที่ในอดีตผู้ผลิตเครื่องซักผ้าเกาหลีใต้ย้ายฐานการผลิตมาไทย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการเอดีของสหรัฐ แต่เลี่ยงได้แค่ชั่วคราว เป็นต้น”

นางจันทิรา กล่าวอีกว่า ในส่วนของด้านลบพบว่า หลังจากที่สหรัฐฯเรียกเก็บภาษีจากจีน ทำให้สินค้าจีนมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการของสหรัฐฯที่อยู่ในจีนย้ายฐานการผลิต และผู้ประกอบการไทยที่เคยจำหน่ายวัตถุดิบให้ในสินค้าที่เกี่ยวข้อง อาจต้องเตรียมหาตลาดสำรองไว้ รวมถึงในกรณีที่นำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้น อาจทำให้สหรัฐเสียดุลการค้ากับไทยเพิ่มเช่นกัน และอาจทำให้สหรัฐใช้มาตรการด้านภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีจากไทยได้ในอนาคต และสินค้าทั้งสองประเทศที่มีปัญหาอาจทำให้ส่วนหนึ่งไหลเข้ามาในตลาดไทยได้



กระทรวงพาณิชย์ จีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทูตพาณิชย์ ผู้นำเข้าสหรัฐ