“บิ๊กตู่”ยันไม่เกี้ยเซี๊ะคนทำผิดกม.“กระตุกสื่อเสนอข่าวสองด้าน”ย้ำ!อยู่จนเลือกตั้งเสร็จ

27 June 2018






“บิ๊กตู่”ยันไม่เกี้ยเซี๊ะคนทำผิดกม.“กระตุกสื่อเสนอข่าวสองด้าน”ย้ำ!อยู่จนเลือกตั้งเสร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.(27มิ.ย.61) ว่า การเดินทางไปประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสที่ผ่านมา พบว่าต่างก็มีปัญหาเหมือนกับประเทศไทย เช่น เรื่องการประท้วงการหยุดงาน ปัญหาเรื่องสหภาพแรงงานรถไฟ รถยนต์ต่างๆ แต่จะไม่ประท้วงเพื่อหยุดให้บริการทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนกับคนจำนวนมาก ซึ่งประชาชนยอมรับได้เพราะเป็นเรื่องของประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่มากจนเกินไปจนดูว่าทุกอย่างล้มเหลวทั้งหมด สิ่งสำคัญเราเองต้องเร่งรัดการพัฒนาระบบต่างๆของเราเองให้เกิดขึ้นให้ได้ และการไปต่างประเทศในครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศและคนไทย

“ แต่บังเอิญว่าเมื่อวานนี้ที่ผมกลับมาถึงก็มีอารมณ์บ้าง แต่ไม่ใช่หงุดหงิดเพราะไปเจอใครมา เพียงแต่เห็นคนไทยบางคนที่ไปประท้วง ซึ่งบางครั้งไม่งดงาม ไม่สวยงาม ซึ่งพวกเขาอาจไม่รู้เรื่อง ผมยอมรับว่าก็หงุดหงิดอยู่บ้างกับคนเหล่านี้ ขณะที่อีกพวกมีอยู่ประมาณ 300-400 คนเข้ามาให้กำลังใจ โดยมองการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความคาดหวังกับอนาคตของลูกหลาน แต่ก็มีคนอยู่ไม่กี่คนที่ไม่เข้าใจ และผมไม่เคยไปก้าวล่วงใครที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเลย ยกเว้นแต่อย่ามาก้าวล่วงผม ผมให้เกียรติกับทุกคนเสมอแต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปเกี้ยเซี๊ยะอะไรกับใคร มันทำไม่ได้หรอกกฎหมายยังคงมีผลอยู่ทุกฉบับทุกคดี ก็เป็นเรื่องของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแต่คนอื่นๆที่ไปอยู่ต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าไปอยู่กันได้อย่างไรไปพูดจาให้เกิดความเสียหายหมดเรื่อง” นายกรัฐมนตรีกล่าว



พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอฝากสื่อมวลชนของไทยด้วย เพราะเวลาที่ตน ดูหรือฟังข่าวของสื่อต่างประเทศข่าวต่างๆก็จะถูกนำเสนอไปยังประเทศทั่วโลก ขอร้องว่าภาพอะไรที่ดูไม่ดีงามหากมีการเผยแพร่กันมากๆทุกอย่างก็จะออกสู่สายตาต่างประเทศทั้งหมด สื่อจึงควรเผยแพร่ในสิ่งที่ดีของประเทศบ้าง ให้เกิดความเป็นธรรม ก็จะทำให้ประเทศและคนไทยดีขึ้น ถ้าสื่อมัวแต่เผยแพร่แต่เรื่องของความขัดแย้งสื่อต่างประเทศก็นำไปขยายความขัดแย้งต่อก็ไม่มีอะไรที่จะดีขึ้นเลย

”เพราะไม่ว่าอย่างไรวันนี้ผมก็ยังอยู่ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นผมก็ต้องอยู่รับผิดชอบจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ ทุกอย่างมีระยะเวลากำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเร่งรัดอะไรกัน และขอฝากไปถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆด้วยว่าขอให้ช่วยกันคิดเพื่อประเทศชาติกันบ้าง ถ้าไม่มีคดีความอะไรก็ขอให้มาช่วยกันพัฒนาประเทศ ส่วนถ้าใครอยู่ระหว่างคดีความก็ขอให้ต่อสู้กันตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จบแค่นี้ก็ขอให้ต่อสู้กันไป ผมเองจะไปประนีประนอมให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น ผมต้องบังคับใช้กฎหมายและใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างระมัดระวังที่สุดก็ขอให้ทุกคนเข้าใจตามนี้ด้วย” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช ท่านทรงประทานพรให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนให้มีความปลอดภัย ทรงประทานพรให้กับรัฐบาลในการทำงานและบริหารประเทศ นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยและทรงติดตามการทำงานในทุกๆเรื่อง ซึ่งบ่ายวันเดียวกันนี้ตนนำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีรับพระราชทานผ้าพันคอจิตอาสา

“ วันนี้ขอร้องให้ทุกคนร่วมมือกันทำความดีด้วยหัวใจด้วยการทำจิตอาสา ทั้งนี้เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน ไม่ให้ทุกๆปัญหาย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคของประเทศไทยอีกในอนาคต วันนี้ขอฝากไปถึงสื่อมวลชนโดยเฉพาะบรรดากองบรรณาธิการ (บก.) เจ้าของหนังสือพิมพ์ทุกคน ซึ่งล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ควรที่จะช่วยกันเองเพราะนี่คือประเทศไทย ต่างประเทศมีสิ่งสวยงามหลายอย่างแต่ประเทศไทย เรามีสิ่งดีๆจำนวนมากที่จะสามารถเผยแพร่ไปให้ต่างชาติได้รับรู้ได้ “ นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เวลาที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ มีความมั่นใจว่าทุกคนฟังและเข้าใจสิ่งที่พูดทั้งหมด แต่ไม่ใช่เพราะตัวเองเก่ง แต่มีล่ามส่วนตัวที่เก่ง มีความรู้และเชี่ยวชาญ เวลาที่ตนพูดเขาสามารถแปลได้ทุกคำ แต่ถ้าหากจะให้พูดแบบธรรมดาปกติโดยใช้ภาษาต่างประเทศตนก็พอคุยได้อยู่บ้าง



“ผมก็พอจะฉลาดบ้างนิดหน่อย จึงอยากขอร้องว่าอย่าดูถูกกันเองนักเลย เพราะเวลาที่ผู้นำต่างประเทศพูดคุยกับผม ไม่ใช่เพราะผมแต่เขาพูดเพราะนี่คือประเทศไทย เขาถึงพูดด้วยเพราะนี่คือประเทศไทย คืออาเซียน คือแอคเม็กซ์ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทั้งหมด แล้วจะทำให้เกิดความขัดแย้งอีกทำไม จะให้พวกเขาอ้อมไปประเทศอื่นหรือ

จึงขอร้องสื่อว่าให้เสนอข่าวที่เป็นเรื่องดีๆและมีความก้าวหน้าบ้าง ผมพยายามพูดในสิ่งที่ดีๆ แต่สื่อก็ไปหยิบเอาประเด็นว่าผมพูดผิดตรงไหน อะไรเป็นประเด็นที่จะเขียนและขายข่าวได้มานำเสนอ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนสมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพรลงมาว่าทุกคนต้องมีสติเพราะเมื่อมีสติก็จะเกิดปัญญาถ้าไม่มีสติก็ไม่เกิดปัญญาสติปัญญาก็ไม่ได้ใช้ ก็เอาไปใช้เพื่อสร้างความขัดแย้งกันต่อไปนี่คือคำจากพระจากสมเด็จพระสังฆราช อย่างไรก็ตามวันนี้ได้เร่งสร้างความเข้าใจมากขึ้น ทั้งเรื่องของโครงการไทยนิยม และการทำงานต่างๆ มันไม่ใช่เป็นการเมือง มันจะเป็นการเมืองได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ

สิ่งที่ทำก็เป็นลักษณะเดียวกับที่ให้ ส.ส.ไปดูแลในทุกหมู่บ้านทุกพื้นที่ โครงการไทยนิยม ก็เป็นการส่งคณะทำงานลงไปในพื้นที่เพื่อให้คิดโครงการตามที่ประชาชนต้องการลักษณะก็คล้ายกับการทำหน้าที่ของ ส.ส. ครั้งนี้เราทำทั้งหมด 60,000 กว่าหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเคยได้แบบนี้หรือไม่ ควรต้องสานงานกันต่อ การทำงานของรัฐบาลหน้าก็ต้องเป็นแบบนี้ ขอร้องสื่อให้เสนอข่าวทั้งสองด้านทั้งดีและร้ายซึ่งอะไรที่เป็นเรื่องร้ายก็ขอร้องอย่าไปขยายให้มีความร้ายมากขึ้น เปิดคลิปวิดีโอดูจนโมโหจนเลิกโมโหแล้ว เพราะมีคนส่วนหนึ่งที่มันแย่ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ผมเสียสมาธิ เพราะผมมีสติจึงก่อให้เกิดปัญญาที่จะคิดเรื่องใหม่ๆได้ทุกวัน รัฐบาลจะทำงานแบบเอาใจใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้เราต้องดูแลคนทั้งประเทศ รัฐบาลต่อไปก็ต้องทำแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จำเป็นต้องดูแลคนทั้งประเทศทุกหมู่บ้านให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครม. นายกรัฐมนตรี