ผวาจีนสวมไทย! ส่งสินค้าเข้ามะกัน

26 June 2018








เอกชนบริหารความเสี่ยงผลกระทบค่าเงินผันผวน-สงครามการค้า ... กลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แนะรัฐโปรโมตสินค้าแบบท่องเที่ยว ด้าน 'ศรีไทย' ห่วงเมลามีนจีนระบาด จี้! สมอ.-พาณิชย์ ออกมาตรฐานสินค้าและเดินมาตรการเอดี ... ส.อ.ท. ระดม 45 กลุ่มอุตฯ รับมือต้น ก.ค. นี้ ส่วน สรท.-พาณิชย์ จ่อปรับเป้าส่งออก

ผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน กำลังเป็นชนวนสำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะเมื่อใดที่ 2 ผู้นำทางเศรษฐกิจโลก เปิดศึกทางการค้า ย่อมเกิดแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งทางบวกและทางลบ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากพึ่งพาตลาดส่งออกไปยัง 2 ประเทศดังกล่าว ในสัดส่วนประเทศละ 10-12% "ฐานเศรษฐกิจ" ประมวลเสียงจากภาคเอกชนและภาครัฐถึงแผนรับมือบริหารความเสี่ยงจากผลกระทบที่เกิดขึ้น


 

สนั่น อังอุบลกุล
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ผู้ดำเนินการธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีน



เอกชนแห่บริหารความเสี่ยง
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ผู้ดำเนินการธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"
 ว่า ธุรกิจเมลามีนจะได้รับผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ และจีนมีความจำเป็นต้องหาตลาดนำเข้าใหม่สำหรับสินค้าที่ถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ก็อาจจะทำให้ประเทศไทยถูกสินค้าจากทั้ง 2 ประเทศ ทุ่มตลาด หรือ ถูกกดดันให้นำเข้าสินค้าจากทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ สินค้าบางส่วนของจีนอาจจะกระจายไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย และที่น่าเป็นห่วงมากสำหรับศรีไทย คือ จะมีเมลามีนที่มีส่วนผสมของยูเรีย (มีคุณสมบัติยึดเกาะแน่น) จากจีนส่งเข้ามาตีตลาดไทย หากนำภาชนะเมลามีนดังกล่าวไปบรรจุอาหารด้วยความร้อนเกิน 60 องศา ก็จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้

จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้บริษัทเร่งไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ให้ดำเนินการกำหนดมาตรฐานเมลามีน รวมถึงเร่งไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้รีบพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เมลามีนจากจีน เป็นการบริหารความเสี่ยงที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบนี้ได้ ส่วนผลกระทบจากค่าเงินผันผวน ถ้าเงินบาทอ่อนค่าแบบปัจจุบันนี้ ก็จะเป็นผลดีต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์เมลามีน ที่มีสัดส่วนส่งออกไปทั่วโลกกว่า 45% ส่วนใหญ่ส่งไปอเมริกาและยุโรป ทำให้มีมูลค่าส่งออกสูงขึ้น

 

กนิษฐ์ เมืองกระจ่าง
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)



นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลที่เกิดขึ้นจากสงครามการค้าและความผันผวนของค่าเงิน เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว น่าจะเป็นผลบวกต่ออุตสาหกรรมกลุ่มนี้ ซึ่งในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ เข้าพบกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องรายงานผลให้ทราบ โดยเฉพาะการที่ค่าเงินอ่อนค่า จะทำให้บริษัทที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 70-80% ได้อานิสงส์ เพราะจะมีมูลค่าส่งออกสูงขึ้น

สำหรับข้อกังวลมีเรื่องเดียว คือ วิตกว่า สินค้าสำเร็จรูปจากจีนจะทะลักเข้ามาตีตลาดมากขึ้น หลังจากที่จีนส่งออกไปอเมริกายากขึ้น จึงเสนอแนะว่า ภาครัฐจะต้องเดินแผนโปรโมตสินค้าไทย ทำให้เหมือนกับที่โปรโมตเรื่องท่องเที่ยว ส่วนภาคเอกชนก็ต้องบริหารความเสี่ยง โดยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ที่มีนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อหนีตลาดสินค้าราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาดได้ รวมถึงจีนจะมาตั้งโรงงานในไทยมากขึ้น แล้วส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ ได้

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล
รองประธาน งานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)



ต้อน 45 กลุ่มประเมินผล
ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน งานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับค่าเงินบาทผันผวนและสงครามการค้า ว่า ล้วนมีความเสี่ยง ถ้ามองในแง่ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นก็ต้องบริการความเสี่ยงโดยการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและที่มีเงินปันผลชัดเจน และต้องหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงด้วย สำหรับปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกานั้น ขณะนี้ สมาชิกใน ส.อ.ท. อยู่ในช่วงการเดินขั้นตอนประเมินความเสี่ยง โดยให้ 45 กลุ่มอุตสาหกรรม ไปประเมินว่า กลุ่มไหนได้รับผลบวกและได้รับผลลบ โดยกำหนดว่า ภายในต้นเดือน ก.ค. นี้ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะต้องได้ข้อสรุปออกมา เพื่อหามาตรการรับมือต่อไป โดยปัจจุบัน ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 กับจีน หรือมีสัดส่วนการส่งออกไปจีนราว 12% ที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปฐมภูมิ ที่จีนนำเข้าไปผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกอีกทอดหนึ่ง เช่น เม็ดพลาสติก

นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดอาเซียน ที่ไทยเป็น 1 ใน 4 ของตลาดส่งออกทั้งหมด หรือราว 25% ที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะนำเข้าสินค้าปฐมภูมิผลิตสินค้าสำเร็จรูปเพื่อส่งออกไปจีน ก็อาจได้รับผลกระทบด้วย ส.อ.ท. จำเป็นต้องประเมินผลที่เกิดขึ้นรอบด้าน เพื่อหาทางรับมือกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ต่อไป

 

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์
ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)



พาณิชย์จ่อปรับเป้าส่งออก
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สงครามการค้าถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ต่อการส่งออกไทยในเวลานี้ จากก่อนหน้าเงินบาทแข็งค่าเป็นปัจจัยเสี่ยงมากสุด แต่ขณะนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว ส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ทางผู้บริหารของ สรท. อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ เพื่อปรับคาดการณ์ส่งออกทั้งปีใหม่ จาก ณ ปัจจุบัน ยังคาดการณ์ขยายตัวไว้ที่ 8%

สอดคล้องกับ น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่กล่าวว่า ทางกระทรวงจะมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2561 ใหม่อีกครั้ง ในเดือน ก.ค. นี้ เบื้องต้น ยังมั่นใจว่า จะขยายตัวได้ถึง 8% อย่างแน่นอน เนื่องจากสงครามการค้าไม่กระทบไทยมากและเงินบาทเริ่มอ่อนค่า จะทำให้รายได้ส่งออกในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,377 วันที่ 24-27 มิ.ย. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
พาณิชย์ถกเอกชนรับมือสงครามค้าสหรัฐ-จีน
เมกอัพจับนักช็อปจีน -อัดกิจกรรมสร้างแบรนด์ จุดกระแสบอกต่อดันยอดขายพุ่ง




จีน สหรัฐอเมริกา ฐานเศรษฐกิจ ส่งออก ไทย สินค้าไทย สินค้าจีน ส่งออกสหรัฐฯ Thansettakij