กลุ่มฯยานยนต์ย้ำ! ให้คงภาษีนำเข้ารถยนต์ 80%

11 July 2018








นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มีข้อเสนอแนะมาตรการที่จำเป็นสำหรับปัญหาผู้นำเข้าอิสระ (Grey Market) ดังนี้

1.ขอให้ภาพรัฐพิจารณาคงอัตราภาษีศุลกากรนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศที่ 80% เนื่องจากการลดภาษีจะทำให้มีการนำเข้ารถยนต์มากขึ้น จนกระทบต่อยอดรถที่ผลิตภายในประเทศ ไม่ก่อให้เกิด Economy of Scale ไม่มีการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้ารถยนต์จะส่งผลต่อการเจรจาเขตการค้าเสรีในอนาคต

2.ขอให้กรมศุลกากรเร่งรัดการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินราคารถยนต์นำเข้าฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถแข่งขันได้บนพื้นฐานเดียวกัน

3.ขอให้กรมศุลกากรเข้มงวดด้านการตรวจสอบสำแดงราคานำเข้า เพื่อป้องกันการสำแดงราคารถยนต์นำเข้าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

4.ขอให้กรมสรรพสามิตเข้มงวดด้านการตรวจสอบการสำแดงราคาขายปลีกแนะนำ รวมถึงการดูแลจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องตามประเภทรถยนต์

5.ขอให้กรมขนส่งทางบกเข้มงวดด้านการจดทะเบียนรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์เดียวกันกับเจ้าของแบรนด์ฯ

6.ขอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้มงวดด้านการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

7.ภาครัฐไม่ควรนำหลักการของภาษีศุลกากรนำเข้าระหว่างประเทศสมาชิก ASEAN ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ที่เป็นศูนย์ มาเป็นเหตุผลในการลดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ เนื่องจากการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ AFTA ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศจึงจะได้รับสิทธิทางภาษี

8.ขอให้ภาครัฐออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน




โดยมาตรการที่กล่าวมานั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาในระยะยาว หากรถที่นำเข้าจากผู้นำอิสระ (Grey Market) สามารถนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย โดยผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับหลายภาคส่วนของประเทศ ทั้งภาครัฐ ในด้านการจัดเก็บภาษีอากร ภาคเอกชน ด้านการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดให้มีความเท่าเทียมและเป็นธรรม และภาคประชาชน ด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

นายครรชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเข้ารถยนต์ที่เลี่ยงภาษี เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานหลายปี แม้ว่าภาครัฐมีความพยายามที่จะแก้ปัญหา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้ ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ด้านภาษีเป็นจำนวนมาก ผู้บริโภคได้รับผลกระทบด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งเป็นเหตุให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยของภาครัฐ

จากปัญหาการนำเข้ารถยนต์เลี่ยงภาษีที่ยังคงมีอยู่ ประกอบกับปัจจุบัน มีแรงกดดันจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ที่ขอให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป ตลอดจนขอยกเว้นกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อทำให้กลุ่มผู้นำเข้าอิสระสามารถประกอบธุรกิจได้นั้น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบที่สำคัญกลุ่มหนึ่ง จึงขอนำเสนอมุมมองอีกด้านให้สังคมได้รับทราบ

เมื่อปี 2555 บริษัท ไบรอัน เคฟ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์นำเข้าโดยผู้นำอิสระ (Grey Market) ในประเทศไทย โดยได้ศึกษาถึงกระบวนการและผลกระทบ สามารถสรุปได้ ดังนี้

กระบวนการนำเข้ารถยนต์ของผู้นำเข้าอิสระมี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

1.การนำเข้ารถใหม่ (CBU)
2.การนำเข้าโดยการสำแดงเป็นรถยนต์ใช้แล้ว ผ่านการขอใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศ
3.รถจดประกอบ หรือ การแยกชิ้นส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีนำเข้าในอัตรารถยนต์สำเร็จรูป

อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาครัฐได้เพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์จดประกอบ ทำให้ปัญหาจากการนำเข้ารถยนต์ผ่านช่องทางนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปัญหาจากการนำเข้ารถยนต์ของผู้นำเข้าอิสระ โดยทั่วไปพบว่า มีการสำแดงราคาของรถยนต์ต่ำกว่าความเป็นจริง มีการหลีกเลี่ยงขั้นตอนทางศุลกากร รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานและความปลอดภัย เช่น การทดสอบมาตรฐานมลพิษ และการติด ECO Sticker เป็นต้น

กระบวนการนำเข้าของผู้นำเข้าอิสระในรูปแบบต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น นอกจากจะทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากภาษีอากร ซึ่งได้แก่ ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ เป็นจำนวนมากแล้ว ยังก่อให้เกิดความสูญเสียและส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.การสูญเสียต่อผู้บริโภค ผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Dealer) มีการลงทุนสร้างและปรับปรุงเครือข่ายการซ่อมบำรุงรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับรองคุณภาพและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าให้อยู่ในระดับสากล แต่รถที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระ มีความไม่แน่นอน ด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความเส่ียงในการถูกยึดรถดำเนินคดี รวมถึงการลงโทษทางภาษีที่ต้องชำระภาษีย้อนหลังและค่าปรับ

2.การสูญเสียโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย หากปริมาณการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศลดลง หรือไม่มากพอ เนื่องมาจากการแทรกแซงตลาดโดยผู้นำเข้าอิสระที่อาศัยช่องทางการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ส่งผลให้ Economy of Scale ลดลง บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศไม่ขยายการลงทุนเพิ่ม ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน การจ้างงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

3.การสูญเสียรายได้ของรัฐและผลกระทบของเศรษฐกิจที่ถูกบิดเบือน ความเสียหายต่อการประเมินศักยภาพในการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากมีการสำแดงโครงสร้างราคาของรถเพื่อการชำระภาษีที่เกี่ยวข้องต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงการเลี่ยงภาษีของผู้นำเข้าอิสระ

4.ผลกระทบต่อ Authorized Dealer ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจาก Authorized Dealer มีการลงทุนสูงมาก โดยเฉพาะศูนย์บริการแบบครบวงจรและได้ตามมาตรฐานสูงสุด การลงทุนอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษตรวจเช็กที่ครบครันและทันสมัย การจ้างทีมงานช่างผู้ชำนาญการ การลงทุนด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการรับผิดชอบต่อคุณภาพและผลิตภัณฑ์ อาทิ การรับประกันอะไหล่ระยะยาว, การ Recall รถที่จำหน่ายไปแล้ว ฯลฯ


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
รมช.อุตฯ ลงพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ -ชี้ เสร็จปลายปีนี้ พร้อมรับลงทุนในอีอีซี
ขบ.รณรงค์จักรยานยนต์ปลอดภัยเดินหน้าโครงการ DLT Helmet Area




ภาษี อุตสาหกรรม ฐานเศรษฐกิจ ยานยนต์ นำเข้า รถยนต์ นำเข้ารถยนต์ ผู้นำเข้าอิสระ Thansettakij ครรชิต ไชยสุโพธิ์ Grey Market บริษัท ไบรอัน เคฟ (ประเทศไทย) จำกั ภาษีรถยนต์