'บีทีเอส' รับมอบรถไฟฟ้าชุดใหม่ "เพิ่มความจุ-ทันสมัย-ประหยัดพลังงาน"

19 June 2018






"บีทีเอส" รับรถไฟฟ้าขบวนแรกตามสัญญา ใหม่จาก "ซีเมนส์" โดยรถชุดแรกรองรับสายสุขุมวิท แบริ่ง-สมุทรปราการ ที่จะให้บริการ ธ.ค. โดยล๊อตใหม่ “ทันสมัย สะดวก ประหยัดพลังงาน และรองผู้โดยสารมากกว่าเดิม”

- 19 มิ.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ได้มีพิธีส่งมอบรถไฟฟ้าขบวนแรก ตามสัญญาจัดหารถจำนวน 22 ขบวน (88 ตู้) ระหว่าง บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ซีเมนส์ จำกัด ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด มหาชน) (บีทีเอส) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารจาก Siemens Bozankaya ผู้แทนจาก บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด สื่อมวลชนที่ไปจากกรุงเทพ และสื่อมวลชนของตุรกี ท่ามกลางบุคคลในคณะรัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีร่วมเป็นสักขีพยาน

รถไฟฟ้าขบวนแรกนี้ เป็นขบวนรถในจำนวนทั้งหมด 22 ขบวน จาก 46 ขบวน 148 ตู้ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางปัจจุบัน และส่วนต่อขยายไปสมุทรปราการและคูคต โดยแบ่งออกเป็นการซื้อจาก บริษัทซีเมนส์ จำกัด 22 ขบวน และ บริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด 24 ขบวน มูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท

ขบวนรถดังกล่าวใช้สเปคเดียวกันหรือดีกว่าขบวนรถไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เข้ากันได้กับระบบต่างๆ ที่มีอยู่ แต่จะเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดจากผู้ผลิตชั้นนำของโลก สำหรับขบวนรถ 22 ขบวนของซีเมนส์จะทำการออกแบบ และผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในเยอรมนี และออสเตรีย เป็นส่วนใหญ่ และนำมาประกอบที่โรงงานของบริษัท Bozankaya ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้ากับซีเมนส์


บริษัท Bozankaya เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นโรงงานผลิตยานพาหนะระบบราง และ ยานพาหนะระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อในยุโรป อนึ่งขบวนรถของบริษัทซีเมนส์ นี้ จะมีการปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในขบวนรถที่ช่วยประหยัดพลังงาน และมีพื้นที่จุคนได้มากขึ้น เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของซีเมนส์ทุกประการ ขบวนรถไฟฟ้าจำนวน 22 ขบวนนี้ เมื่อดำเนินการส่งมอบและทดสอบเรียบร้อย จะถูกนำมาให้บริการในเส้นทางปัจจุบันและเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วง แบริ่ง–สมุทรปราการ ระยะทาง 13 ก.ม. ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนในเดือน ธ.ค. 2561

ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท แบริ่ง–สมุทรปราการ นั้น ประกอบด้วยสถานีรวมทั้งสิ้น 9 สถานี โดยเมื่อปี 2560 ได้เปิดให้บริการ จำนวน 1 สถานีจาก สถานีแบริ่ง–สถานีสำโรง และอีก 8 สถานีที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2561 ประกอบด้วย สถานีปู่เจ้า สถานีช้างเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีปากน้ำ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกพฤกษา สถานีสายลวด และสถานีสุดท้ายคือ สถานีเคหะฯ

ความคืบหน้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วง หมอชิต-สะพานใหม่–คูคตนั้น อยู่ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบงานระบบเดินรถ (Railway System) การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และ ศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่ ที่สถานีคูคต ระยะทางรวมทั้งสิ้น 19 กม. มีจำนวนสถานีรวมทั้งหมด 16 สถานี โดยคาดว่า โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยภายในปี 2562 และหลังจากนั้น จะเป็นช่วงของการดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ซึ่งบริษัทฯจะเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงในส่วนต่อขยายนี้ ซึ่งมีแผนที่จะเข้าดำเนินงานก่อนในส่วนที่มีความพร้อม

โดยสถานีแรกที่คาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ประชาชน คือ สถานีห้าแยกลาดพร้าว และเมื่อส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และ สายสีเขียว ช่วง หมอชิต-สะพานใหม่–คูคต เสร็จเรียบร้อย รวมทั้งเส้นทางของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 68.25 ก.ม. ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยและประหยัดเวลา

นายคีรี ระบุว่า การผลิตรถทั้ง 22 ขบวนนี้ใช้เวลาในการผลิตที่สั้นกว่าการผลิต ตามปกติ เนื่องจากทกุฝ่ายเข้าใจถึงความต้องการในการใช้รถเพิ่มใน เส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยเฉพาะการที่จะต้องผลิตให้ทันเปิด ให้บริการส่วนต่อขยายไปสมุทรปราการใน เดือน ธ.ค. ปีนี้


"ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ณที่นี้โดยเฉพาะบริษัทซีเมนส์ และ Bozankaya ที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักโดยแทบจะไม่มีวันหยุดเพื่อให้การผลิตแล้วเสร็จทันความต้องการใช้งานดังกล่าว ซึ่งมิเพียง ใช้เวลาสั้นเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งความเข้มงวดในเรื่องของ คุณภาพตามมาตรฐานของซีเมนส์ ทั้งนี้รถขบวนใหม่ ทันสมัย รองรับผู้โดยสารมากขึ้นเนื่องจากเอาเก้าอีบางสวนออก เหมือนรถไฟฟ้าในยุโรป" นายคีรี กล่าว

ทั้งนี้ รถขบวนแรกนี้หลังจากส่งมอบในแล้วจะขนส่งทางเรือไปยังประเทศไทยเพื่อทำการทดสอบบนเส้นทางจริงเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้มั่นใจในคุณ ภาพก่อนนำไปให้บริการ และหลังจากนั้นจะ ทยอยส่งมอบขบวนรถที่เหลือไปยังประเทศไทยซึ่งจะเสร็จสิ้นช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้สามารถเปิด ให้บริการส่วนต่อ ขยายไปสมุทรปราการได้ในเดือน ธ.ค. ปีนี้

นายคีรี กล่าวว่า “จากการที่ได้มาเห็นขบวนการผลิตและรถไฟฟ้าขบวนแรกที่แล้วเสร็จ ทำให้ผมมีความมั่นใจว่าทั้งบริษัทซีเมนส์ และ Bozankaya จะสามารถทำการผลิตรถไฟฟ้าทั้ง 22 ขบวนได้ตามกาหนดรวมถึงมีคุณภาพเป็นที่น่า ประทับใจเฉกเช่นเดียวกับรถของซีเมนส์ที่ใช้งานอยู่กว่า 18 ปีแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี”

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.หวังจะสร้างระบบไฟฟ้า ให้ครบทุกเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกประชากรใน กทม. ที่หันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น และช่วยแก้ปัญหาจราจร โดยเฉพาะหน้า กทม. จะสร้าง 3 เส้นทางใหม่ ซึ่งเป็นสายรอง เพื่อรองสายหลัก คือสายสีทอง เจริญนคร สายสีเทา วัชรพล โดยระยะแรก ถึง ทองหล่อ 19 ก.ม. และเส้นบางนา สุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะเปิด ประมูล ได้ในปีหน้า โดย กทม. พร้อมสนับสนุนเอกชนที่จะมาลงทุนด้านนี้ ส่วนคอขวดสถานีสะพานตากสินได้หารือ กับ บีทีเอส แล้วที่จะมาลงทุนตรงนี้ เพื่อแก้ปัญหา ประชาชนที่ตกค้าง แออัด วันละเป็นหมื่นๆ คน


ฐานเศรษฐกิจ บีทีเอส BTS รถไฟฟ้า BTS Thansettakij