ที่นี่ไม่มีความลับ : กุมภาพันธ์ 62 เลือกตั้ง ชิงกัน 3 พรรคการเมือง

19 June 2018






 

2 สัปดาห์ติดต่อกันในต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศย้ำอย่างชัดเจน 2-3 รอบ ว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พร้อม ๆ กับการส่งเสียง “รณรงค์” ชวนคนไทยไปเลือกตั้ง นั่นคือการตี “ระฆัง” ยกแรกของโหมดเลือกตั้งที่พรรคการเมืองทั้งหลายต้องเตรียมตัวลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง และดับกระแสของกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ลงไปอย่างสนิท

เรื่องต่อมาที่พรรคการเมือง เรียกร้องอย่างมากมายคือการ “ปลดล็อก” ทางการเมือง ซึ่งก็น่าจะเกิดขึ้นหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) 2 ฉบับคือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)  ซึ่ง “ลุงตู่” ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปเมื่อ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ต้องยอมรับความจริงกันว่า การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะเป็นการชิงชัยกันของ 3 พรรคการเมือง คือ เพื่อไทย ของ ทักษิณ ชินวัตร, ประชาธิปัตย์ ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พลังประชารัฐ ของ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนอยู่หลังฉากอีกต่อไป เพราะ...ที่นี่ไม่มีความลับ...

ออกตัวแรงชวนอดีตส.ส.ทุกพรรคการเมืองทั้ง กลุ่มบ้านริมน้ำ ของ สุชาติ ตันเจริญ กลุ่มมัชฌิมา ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน, กลุ่มนครปฐม ของตระกูล “สะสมทรัพย์” กลุ่มพลังชล ของ สนธยา คุณปลื้ม กลุ่มสุพรรณบุรี ของ วราวุธ ศิลปอาชา พรรคภูมิใจไทย ของ เนวิน ชิดชอบ กลุ่มวาดะห์ ของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา และอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม หากไม่ขายผู้นำ อย่าง “ลุงตู่” แล้วใครเล่าจะคิดมาร่วมหอลงโรงด้วย
พรรคการเมืองอื่นที่ตั้งขึ้นมาก็เป็นได้แค่ “ดอกไม้ในแจกัน” สร้างสีสันในสนามเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น อนาคตใหม่ ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เป็นได้แค่ “ติ่ง” ของเพื่อไทย พรรครวมพลังประชาชาติไทย ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เป็นได้เพียง “ติ่ง” ของลุงตู่ แม้กระทั่งพรรคอื่น ๆ ที่จะมีเพิ่มเติม ก็หาใช่สาระอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการเมืองหลังเลือกตั้งไม่

รัฐบาลหลังเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับ “คณิตศาสตร์” ทางการเมือง ที่ต้องมี “สูตร” ที่มิอาจจะคิดล่วงหน้าได้ ถึงแม้วิเคราะห์กันไปต่างๆนานาว่า “ลุงตู่” มี 250 เสียงจากส.ว.แต่งตั้งอยู่ในกระเป๋า แต่การเมืองจะอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพต้องมี “ความชอบธรรม” เป็นองค์ประกอบหลัก

จำเป็นอย่างยิ่งที่ “พลังประชารัฐ” ต้องรวบรวมเสียง (ทั้งพรรคตนเองและพรรคอื่น) ให้ได้เกิน 250 เสียง ส.ส.ถึงจะมี “ความชอบธรรม” ในการดัน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ รอบ 2 หากได้เสียงต่ำกว่านี้ “คณิตศาสตร์”ทางการเมืองจะบอกว่า “อาจเป็นรัฐบาลได้” แต่ “อยู่ได้ไม่นาน” เพราะความชอบธรรมไม่มี

ปรากฏการณ์ย้ายพรรคหรือที่เรียกกันว่า “ดูด” เป็นสิ่งปกติทางการเมืองที่พรรคใหญ่ อย่าง เพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่พรรคเล็กอื่นก็ทำมาตลอด จึงถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ใครดูดใครได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง (ไว้คราวหน้าจะรวบรวมปัจจัยการ “ดูด”(ย้ายพรรค) ของนักการเมืองมาเล่าสู่กันฟัง) แต่ถ้ามีพรรคไหน บอกว่าไม่เคย “ดูด” แสดงตนมา จะได้ค้นประวัติศาสตร์ของพรรคนั้นมา อย่ามาคิด “ตอแหล” สร้างวาทกรรมหลอกประชาชน เพราะนี่คือเรื่อง ปกติของแวดวงการเมือง เมื่อ “รักษา” นักการเมืองเก่าไว้ไม่ได้ก็ต้องหา “กระบวนท่า” ในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งเอาเอง

นับจากเวลานี้ไป “ความร้อนแรงและเร้าใจ” ทางการเมืองจะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เพราะระฆังเลือกตั้งลั่นแล้ว


| คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ
| โดย : เอราวัณ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 16  ฉบับ 3376  ระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย.2561


 


ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ เลือกตั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทักษิณ ชินวัตร กุมภาพันธ์ 62