มารยาตลาดหุ้น : ถอดหน้ากาก "กฤษณ์ ณรงค์เดช" กับการฮุบ NOBLE

15 June 2018






“NOBLE” หรือ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ คือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่ก่อตั้งในปี 2534 ด้วยกลุ่มนักธุรกิจไทย “กิตติ ธนากิจอำนวย” และเข้าจดทะเบียนในตลท. เมื่อปี 2540

แน่นอนเจ้าค่ะว่าการเลือกเป็น “มหาชน” คือ ต้องยอมรับกติกาสากลของการมีผู้ถือหุ้นจำนวนมากหน้าหลายตา ทั้งดีและชั่ว

มหากาพย์ของเรื่องนี้ เริ่มต้นเมื่อปี 2556 เมื่อกลุ่ม กฤษณ์ ณรงค์เดช ได้เข้าซื้อหุ้น NOBLE เพราะถูกขัดใจจนไม่แฮปปี้ “กิตติ ธนากิจอำนวย” ที่ไม่ยอมขาย  “NOBLE” ให้ ผนวกกับความฝันใฝ่ที่จะหวนกลับมาครอบครองบริษัทในตลท. หลังจากขายหุ้น “KPN” (ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์) ให้กับกลุ่มอาปิโก ในปี 2550



กฤษณ์ พร้อมเครือญาติสนิทหลายรายและเพื่อนๆ ตัดสินใจไล่ซื้อหุ้นจากราคา 6 บาท ถึงราคาเฉียด 12 บาทต่อหุ้น

ขบวนการ “Hostile Takeover” นี้ส่งผลให้กลุ่มตี๋ใหญ่มีหุ้นเฉียด 35%

ภายใต้ชื่อตัวละคร เช่น Esteem Network Group, Stanly Street, Stefan Michel Sedano (เพื่อนรัก กฤษณ์ ชาว Mexico) กรณ์ ณรงค์เดช ,เกษม ณรงค์เดช,กุญช์ณิชา พรประภา,ปิพณ พึ่งบุญพระ และภาวิลาส พงศ์ไพโรจน์ และ ABN Amro Nominee คือแค่บางชื่อที่น่ากังขามากสำหรับกรณีการ Hostile Takeover ครั้งนี้ เพราะแต่ละคนต่างเข้าซื้อช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เป็นบุคคลรู้จักมักจี่กัน แหล่งที่มาการเงินที่ใช้ และโหวตค่อนไปทางเดียวกันทั้งนั้น

กิตติ ธนากิจอำนวย



การแก้เกมดอกแรกของเจ้าบ้านอย่าง “กิตติ ธนากิจอำนวย” คือการพยายามเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง ในการประชุมผู้ถือหุ้นปี 2557 แต่สุดท้าย “ยุทธการนกเขาคืนถิ่น” ของ “กิตติ” ก็ต้องล้มไม่เป็นท่าเช่นกัน

ท่าที่ 2 ที่ กิตติ ใช้ “ยุทธการนกกระจิบเรียกพวก” หรือ “Proxy Contest” จากผู้ถือหุ้นรายย่อยต่างๆ จนมีเสียงครบ 45%

ท่าสุดท้าย ท่าไม้ตาย “ยุทธการนกเอี้ยงกระซิบควาย” ร้องเรียน ก.ล.ต. (ทั้งไทยและเทศ) ถึงพฤติกรรมเลี่ยงกฎหมายของกลุ่มผู้ดีสร้างภาพ ที่ใช้ Nominee และพวกพ้องมากมายจนถือหุ้นรวมเกิน 25% อย่างไม่อายฟ้าดิน
มหากาพย์เรื่องนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของ “ตี๋ใหญ่” กฤษณ์และพวก เมื่อจำใจ “มอบตัว” ขายหุ้นคืนให้กับกลุ่มกิตติ หลังความยืดเยื้อมากว่า 5 ปี จนเป็นเรื่องน่าขำขันภายในวงการตลาดหุ้นว่า “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” บ้าง “เกี่ยวแฝกมุงป่า” บ้าง “เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง” บ้าง “คบเด็กสร้างบ้าน” บ้าง…

เมื่อ “NOBLE” แปลว่า “สูงศักดิ์”… “Nobleman” คือ “คนสูงส่ง” ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกว่า “คนสร้างภาพ” ทำตัว “หน้าไหว้หลังหลอก” จึงไม่มีวาสนาครอบครอง

กฤษณ์ ณรงค์เดช



สำหรับ “กฤษณ์ ณรงค์เดช” ในบทพี่ชายที่แสนดีของน้องๆ ครานี้ “บุญกรรม-บาปจริง” อาจตามทันการกระทำนี้เข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรา 246 และ 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาคดีครอบงำกิจการ

แปลง่ายๆคือ กลุ่มกฤษณ์ และ เกษม ณรงค์เดช เข้าถือหุ้นเกิน 25% ของ NOBLE แต่ไม่ยอมทำเสนอซื้อ

อายุความยังไม่หมดสำหรับ “เรื่องฉาวใต้ภาพหรู” ผู้ถือหุ้น NOBLE หากอยากให้กลุ่มกฤษณ์ ทำ tender ที่ราคาสูงกว่านี้ ก็สามารถร้องเรียนตรงได้ที่ ปอศ. หรือ ก.ล.ต. นะเจ้าคะ

แม้คดีบวกลบคูณหารตัวเลขการถือหุ้น คงยากไปสำหรับ “สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์” ผู้ช่วยเลขาฯก.ล.ต. ที่อาจจะมี “อคติ” หรือ “ฉันทาคติ” ให้กับพวก “ผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน”... ยิ่งหน้าตาหล่อเหลา ยิ่งโปรดรึเปล่าเจ้าคะ???

ช่วยกู้ศรัทธา สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ดูหน่อยว่า “ไม่เลือกปฏิบัติ”  เดี๋ยวคนจะหาว่าอดีตผู้พิพากษาเอียงกระเท่เร่

ติดตามต่อฉบับหน้า พร้อมชื่อขบวนการที่ 3 และความเกี่ยวเชิงลึกของกลุ่มตี๋ใหญ่ “กฤษณ์ ณรงค์เดช”

|คอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น
|โดย : คุณนายเผือก
| หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3375 ระหว่างวันที่ 17-20 มิ.ย.2561



noble กฤษณ์ ณรงค์เดช กิตติ ธนากิจอำนวย สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์