ส่ง UAV บินลาดตระเวน! คุมประมงผิดกฎหมายทะเลไทย

15 June 2018






พล.อ.ฉัตรชัย ติดตามการใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ตรวจทางทะเล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจตรา ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่อ่าวไทย

วันที่ 14 มิ.ย. 2561 เว็บไซต์ www.thaigov.go.th เผยแพร่ข่าวว่า เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารเรือ , ผู้บัญชาการทหารอากาศ , นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , รองปลัดกระทรวงแรงงาน และอธิบดีกรมประมง ได้เดินทางไปสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อติดตามและเยี่ยมชมการใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ตรวจทางทะเล เพิ่มเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจตรา ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่อ่าวไทย โดยมี พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ เสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้นำเสนอภาพรวมการปฏิบัติ




โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้อากาศยานไร้คนขับ UAV เป็นการนำเทคโนโลยีการตรวจการทางอาการของกองทัพอากาศ ซึ่งมีอยู่เดิม ปกติใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง เพื่อการป้องกันประเทศ มาประยุกต์ใช้กับการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจตรา ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแอบเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทยโดยเรือประมงต่างชาติ

สำหรับการทำงานของ UAV จะออกทำการตรวจใน 2 รูปแบบ คือ 1.การป้องปราม โดยการออกตรวจตามแผนงาน หากพบการกระทำความผิดในทะเลจะส่งข้อมูลไปที่ศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังการทำประมง (FMC) เพื่อประสานหน่วยตรวจในทะเลและศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย และ 2.การปราบปราม เมื่อศูนย์ FMC ของกรมประมงตรวจพบพฤติกรรมการทำประมงผิดกฎหมาย ผิดปกติ จากระบบ VMS จะส่งข้อมูลมาให้ UAV ขึ้นตรวจทางอากาศ เพื่อสอบการกระทำความผิดและประสานหน่วยตรวจในทะเลและศูนย์ PIPO ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน




โดยแผนการดำเนินการอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV ที่นำมาใช้ในการตรวจทางอากาศนั้น ระยะแรก ทางกองทัพอากาศให้การสนับสนุนจำนวน 1 เครื่อง โดยกำหนดแผนการตรวจร่วมกับศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เน้นพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก และตอนกลาง ซึ่งเขตน่านน้ำไทยติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และในระยะที่ 2 จะดำเนินการขยายพื้นที่ไปยังอ่าวไทยตอนล่าง ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป และระยะที่ 3 ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลอันดามัน โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือนหลังจากนี้

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยี UAV จะทำให้ประสิทธิภาพการตรวจตรา ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมง มีประสิทธิผลสูงขึ้น สามารถจำแนกเรือประมงที่ปฏิบัติผิดกฎหมายออกจากเรือประมงที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากระบบตรวจทางอากาศสามารถแก้ไขปัญหาข้อจำกัดในการทำงานของหน่วยตรวจทางทะเลได้ เพราะเห็นภาพรวมมุมกว้าง ประกอบกับเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลด้วยระบบบันทึกภาพดิจิตอลที่ทันสมัย จะทำให้เห็นพฤติกรรมการทำผิดกฎหมายของเรือประมงที่ผิดกฎหมายได้อย่างชัดแจ้ง สามารถใช้เป็นหลักฐานในการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทั้งการดำเนินมาตรการปกครองและมาตรการอาญา ทำให้เรือประมงที่ปฏิบัติผิดกฎหมายต้องออกจากระบบการประมงไทยในที่สุด สอดคล้องกับเป้าหมายการทำประมงอย่างยั่งยืน ที่ประเทศไทยตั้งใจไว้

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ชาวประมงที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับประโยชน์จาก UAV เป็นอย่างมาก เพราะเทคโนโลยีการลาดตระเวนทางอากาศจะสามารถชี้เป้าหมายให้หน่วยตรวจในทะเล สามารถจับกุมเรือประมงต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวประมงมาโดยตลอด ที่สำคัญ สามารถสร้างความมั่นใจว่า ภาครัฐให้การคุ้มครองการทำประมงที่ถูกกฎหมายอย่างทั่วถึง


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ปลุกประมงพื้นบ้าน1.5 หมื่นลำเร่งต่อใบอนุญาตใช้เรือก่อนเป็นเรือเถื่อน
"ประมงไทย" เกินดุลแสนล้าน ส่ง17 ลำลุยน่านนํ้าอินเดีย-นายจ้างโอด ต้นทุนพุ่ง!




พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ฐานเศรษฐกิจ ประมง ประมงผิดกฎหมาย ทะเลไทย Thansettakij อากาศยานไรัคนชับ uav