กบง.ตรึงแอลพีจี 363บาทต่อถัง ดีเซล 30 บาท

13 June 2018






กบง.ตรึงแอลพีจี 363บาทต่อถัง ดีเซล 30 บาท

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เห็นชอบแนวทางบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนสำหรับก๊าซแอลพีจี โดยมีมติให้ต่อโครงการรักษาระดับราคาแอลพีจีในราคา 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ต่อเนื่อง รวมทั้งมีมติต่ออายุโครงการลดราคาแอลพีจีให้แก่ผู้ประกอบการอาชีพขายอาหารขนาดเล็ก (หาบเร่ แผงลอย) โดยลดจาก 363 บาทต่อถัง คงเหลือเป็น 325 บาทต่อถัง จนถึง 31 ธันวาคม 2561 มีจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ ครัวเรือนรายได้น้อย 7,569,867 ครัวเรือน ร้านค้าหาบเร่ 395,544 ร้าน เป็นเงินเดือนละ 49 ล้านบาท ซึ่ง ปตท. เป็นผู้ชดเชยส่วนราคานี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 250 ล้านบาท



โดย กบง.มีมติให้ตรึงราคาแอลพีจีไว้ที่ 363 บาทต่อถัง15กิโลกรัม จนกว่าราคาแอลพีจีในตลาดโลกจะทยอยลดลง ปัจจุบันกองทุนแอลพีจีไหลออก 346 ล้านบาทต่อเดือน โดยฐานะกองทุนแอลพีจีสุทธิเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2561 อยู่ที่ 392 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสถานการณ์ราคาแอลพีจีในตลาดโลก เริ่มเข้าช่วงขาลง เพราะประเทศแถบตะวันตกเข้าสู่ฤดูร้อน

นอกจากนี้ยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตรไปจนถึงสิ้นปีนี้ ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.03 หมื่นล้านบาท สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี20 และอี85 กบง.มีมติให้ปรับเงินเข้ากองทุนน้ำมันในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 และ91 เพิ่มขึ้น 37 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่อี20และอี85 ปรับชดเชยลดลง 37 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากต้องการรักษาระดับกองทุนไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับราคาน้ำมันขาขึ้นในช่วงปลายนี้ นอกจากนี้ยังรับทราบ ราคาบี20 ถูกกว่าบี7 อยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยใช้กลไกด้านภาษี ที่จะไม่กระทบต่อรายได้ของรัฐ



สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ค่าครองชีพ แอลพีจี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน กบง. สนพ.