อุตฯ ลุยเวียดนาม! ศึกษาพัฒนาอุตสาหกรรม - การลงทุนของนักธุรกิจไทย

8 June 2018






นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเดินทางมายังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 8-10 มิ.ย. 2561 เพื่อมาศึกษาดูงานความก้าวหน้าและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม การลงทุนของนักธุรกิจไทยในเวียดนาม

ประเทศเวียดนามถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทยมายาวนาน และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยจากข้อมูลของสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปี 2560 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เวียดนามประมาณ 563,251 ล้านบาท (ส่งออก 393,000 ล้านบาท นำเข้า 170,251 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 20 เป็นอันดับ 5 รองจาก จีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และมาเลเซีย โดยมีสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกเป็นมูลค่าสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ (1) น้ำมันสำเร็จรูป (2) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (3) รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ (4) เม็ดพลาสติก และ (5) เคมีภัณฑ์ และสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าเป็นมูลค่าสูงสุด ได้แก่  (1) เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (2) น้ำมันดิบ (3) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (4) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ และ (5) ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

 

สมชาย หาญหิรัญ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม



โดยเวียดนามถือว่า เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป ในปีที่ผ่านมาเวียดนามเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศจีนและประเทศอินเดีย มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 240,000 ล้านบาท ซึ่ง ซี.พี.เวียดนาม (C.P. Vietnam Corporation) ถือเป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติไทยที่มีโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำในเวียดนาม จำนวน 2 โรงงาน ใช้เทคโนโลยีการผลิตอาหารที่ทันสมัยและปลอดภัย ในแต่ละปีบริษัท ซี.พี.เวียดนาม ได้แปรรูปอาหารทะเลและส่งออก ปริมาณ 20,000 ตัน ไปยังประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ฮ่องกง จีน และยุโรป เป็นต้น

ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามยังมีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบให้ได้ถึง 25-30 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2563 ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพลังงานชาติ ซึ่งบริษัท SCG ได้เข้าไปถือหุ้นในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม (Long Son Petrochemicals Company Limited :LSP) มูลค่าการลงทุน 173,000 ล้านบาท โดยโครงการตั้งอยู่เมืองบาเหรี่ยะ-หวงเต่า อยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 100 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565  นอกจากที่บริษัท SCG ได้เข้าไปถือหุ้นในโครงการปิโตรเคมีของเวียดนามแล้ว ยังมีบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท TPC VINA Plastic & Chemical ที่ดำเนินธุรกิจผลิตในกลุ่มปิโตรเคมีขั้นปลาย ได้แก่ พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ ยางสังเคราะห์ ตามโครงการส่งเสริมการลงทุนของเวียดนามด้วย




ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการไทยหลายรายที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ , ไทยวา (ผลิตแป้งมันสำปะหลัง) , กระทิงแดง , เครือเบทาโกร , บริษัท ThaiBev , ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ , เครือซีเมนต์ไทย (SCG) , บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท แพรนด้า  จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) , บริษัท One ASEAN Development , บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้กลุ่มอมตะของไทย (Amata VN PCL) กับบริษัท ต่วน โจว ของเวียดนาม ได้มีการร่วมลงทุนเพื่อก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ฮาลอง จ.ไฮฟอง ทางตอนเหนือของกรุงฮานอย บนพื้นที่กว่า 4 พันไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมทั่วไปและกลุ่มไฮเทค และอมตะยังมีโครงการพัฒนา อีก 2 โครงการใหญ่ คือ โครงการอมตะ ซิตี้ ฮาลอง เพื่อรองรับการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ในตลาดจีนและทั่วโลก และโครงการอมตะ ซิตี้ ลองถั่น เพื่อพัฒนาพื้นที่และเปิดขายพื้นที่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค และออโตเมติก เป็นต้น

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับนักลงทุนไทยเพื่อเข้าสู่ตลาดเวียดนาม คือ การเตรียมกำลังการผลิตให้เพียงพอ สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดได้ หรือ ปรับสินค้าให้สอดคล้องกับรสนิยมของชาวเวียดนาม หากวางแผนตั้งโรงงานผลิตควรพิจารณาเรื่องวัตถุดิบ แรงงาน พื้นที่ตั้ง และระบบสาธารณูปโภคของโรงงาน รวมถึงการวางแผนการตลาด การส่งเสริมการขายร่วมกับผู้กระจายสินค้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้บริโภคเวียดนามให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการขายแบบได้รับทันทีที่จุดขาย และเมื่อเข้าสู่ตลาดควรจดทะเบียนการค้า เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ

 

©rawpixel.com



อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปดูต้นแบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่เมืองมุยเน่ จ.ฟานเทียด ที่ถือว่าเป็นเมืองที่สามารถดึงจุดเด่นของจังหวัดมาใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการศึกษาดูงานในครั้งนี้ จะนำรูปแบบการพัฒนาเมือง และการประชาสัมพันธ์จุดเด่นการท่องเที่ยว มาปรับใช้กับโครงการอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (CIV) ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเดินหน้าพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป้าหมายการพัฒนาในปีนี้ มีจำนวน 158 ชุมชน ในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ แยกเป็นการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว 20 ชุมชน ภายใต้งบประมาณ 22.61 ล้านบาท โดยเป็นการประชาสัมพันธ์จัดแสดงผลงานของแต่ละชุมชน เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักผ่านช่องทางต่าง ๆ และยกระดับอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว (CIV 4.0) จำนวน 138 ชุมชน

ด้าน นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวทางพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งการมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ จะนำข้อมูลที่ได้ไปบูรณาการในการพัฒนา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ที่ไทยมีเป้าหมายจะเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลแปรรูปอันดับต้นของโลกเหมือนอย่างเช่นเวียดนาม และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ซึ่งเวียดนามได้สนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลาย ที่เป็นส่วนที่เหลือจากการผลิตเชื้อเพลิง นับว่าสามารถนำแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรม มาใช้กับพัฒนาเคมีชีวภาพของไทยได้




ที่ผ่านมา ไทยกับเวียดนาม ได้มีความร่วมมือด้านวิชาการ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้มีกิจกรรมฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐของกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2558-2562) ในหัวข้อ The Third Country Training Program on Skill Development for Material Processing for Mekong Countries และความร่วมมือด้านข้อมูลสารสนเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) พัฒนาหลักสูตร Introduction to Industrial Production Indices for Mekong Countries เพื่อยกระดับดัชนีอุตสาหกรรมเชื่อมโยงข้อมูลกับกลุ่มประเทศ CLMV ในการจัดทำดัชนีภาคอุตสาหกรรม เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูล กระบวนการ และวิธีการจัดการข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐาน ตลอดจนยกระดับข้อมูลดัชนีอุตสาหกรรมไปสู่ระดับสากล ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและผลักดันการค้าของทั้งสองประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่ 660,000 ล้านบาท ในปี 2563 ตามมติคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee :JTC)


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เอสซีจี เดินหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจรรายแรกในเวียดนาม
ไทยส่ง "ข้าว กข21" แก้เกมเวียดนาม ชิงคืนตลาดจีน




การลงทุน อุตสาหกรรม ฐานเศรษฐกิจ เวียดนาม กระทรวงอุตสาหกรรม นักธุรกิจไทย Thansettakij การลงทุนเวียดนาม