โรงกลั่นเฮ! ลดสต๊อกน้ำมัน ชี้ต้นทุนบริหารถูก-ผู้บริโภคได้อานิสงส์ขายปลีกลด

23 June 2018






กลุ่มโรงกลั่นนํ้ามัน ขานรับลดประมาณสำรองนํ้ามันดิบเหลือ 3% หวังลดต้นทุนแข่งขันตลาดโลกได้ ชี้ปริมาณนํ้ามันในตลาดโลกมีเพียบ หาซื้อง่ายยันไม่เกิดปัญหาขาดแคลนแน่นอน “ศิริ” สั่งกรมธุรกิจพลังงานศึกษาตัวเลข พร้อมศึกษาสำรองยุทธศาสตร์ 90 วันตามเงื่อนไขไออีเอ


กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดปริมาณสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมาย จากปัจจุบันอยู่ที่ 6% ลดลงเหลือ 3% เนื่องจากต้องการลดต้นทุนราคานํ้ามัน ณ โรงกลั่นนํ้ามัน เบื้องต้นกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นนํ้ามัน  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ขานรับนโยบายลดสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมาย โดยมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้และไม่เกิดปัญหาขาดแคลนอย่างแน่นอน

นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรง กลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เห็นด้วยกับนโยบายการปรับลดปริมาณสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมาย จากปัจจุบันอยู่ที่ 6% ของการจำหน่าย (22 วัน) เหลือ 3% (12 วัน) เนื่องจากปัจจุบันนํ้ามันในตลาดโลกมีปริมาณมากและหาซื้อได้ง่าย ดังนั้นการปรับลดสำรองนํ้ามันดิบ ย่อมทำให้ต้นทุนโรงกลั่นลดลงด้วย

อธิคม เติบศิริ



โดยการปรับลดสำรองนํ้ามันดิบ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ต้นทุนทางการเงินเพื่อซื้อนํ้ามันดิบมาสต๊อก ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนในช่วงที่ราคานํ้ามันขึ้นลงรุนแรง นอกจากนี้ในส่วนของคลังเก็บก็จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถบริหารจัดการนํ้ามันดิบได้หลากหลาย โดยมั่นใจแม้สำรองจะลดลงจากเดิม 22 วัน เหลือ 12 วัน ก็ยังสามารถบริหารจัดการเพื่อไม่เกิดปัญหาขาดแคลนอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยเปิดเสรีธุรกิจนํ้ามันอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสามารถเลือกนำเข้าได้ทั้งนํ้ามันดิบและนํ้ามันสำเร็จรูป โดยไทยออยล์นำเข้านํ้ามันดิบมากลั่นเกือบ 100% หลังจากนี้จะศึกษาว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไรต่อไปเพื่อลดต้นทุน ซึ่งโรงกลั่นในประเทศจะต้องสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

มนูญ ศิริวรรณ



นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับลดสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมายเหลือ 3% คงสะท้อนราคาขายปลีกไม่มากนัก ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการจำหน่ายของผู้ค้าแต่ละราย แต่ก็ทำให้ต้นทุน ณ โรงกลั่นนํ้ามันลดลงได้บ้าง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ได้

สำหรับการศึกษาปริมาณสำรองนํ้ามันเพิ่มขึ้นเป็น 90 วัน ตามเงื่อนไขของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่มีความจำเป็น เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดปัญหาขาดแคลนจากเหตุการณ์ความรุนแรงของสงครามจนไม่สามารถจัดหานํ้ามันดิบได้ เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้นการลดสำรองเหลือ 3% และบวกกับสำรองเชิงพาณิชย์อีกรวมเป็น 20 วัน ก็เพียงพอ
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางปรับลดการสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมาย จากปัจจุบันรัฐกำหนดให้โรงกลั่นนํ้ามันต้องสำรองนํ้ามันดิบตามกฎหมาย 6% ของการจำหน่าย และกำหนดให้ผู้ค้านํ้ามันมาตรา 7 ต้องสำรองนํ้ามันสำเร็จรูป 1% ของการจำหน่าย (3.5 วัน) โดยกระทรวงพลังงานมีแนวทางจะลดเฉพาะการสำรองนํ้ามันดิบลงจาก 6% เหลือประมาณ 3% เพื่อลดต้นทุนโรงกลั่นนํ้ามัน และส่งผลให้ราคานํ้ามันขายปลีกในประเทศลดลงได้ด้วย

ศิริ จิระพงษ์พันธ์



ทั้งนี้ การปรับลดสำรองนํ้ามันดิบ เนื่องจากต้องการให้แข่งขันกับตลาดสิงคโปร์ได้ เพราะปัจจุบันสิงคโปร์ไม่มีต้นทุนดังกล่าว ดังนั้น หากลดการสำรองลงจะทำให้เกิดการแข่งขันขึ้น ผู้ค้านํ้ามันสามารถเลือกซื้อนํ้ามันจากในประเทศหรือจากตลาดสิงคโปร์ก็ได้ และทำให้ราคาจำหน่ายปลีกในประเทศปรับลดลงด้วย ก่อให้เกิดการแข่งขันธุรกิจนํ้ามันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะนำมาปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมในเร็วๆ นี้ ส่วนนํ้ามันสำเร็จรูปที่กำหนดให้สำรองตามกฎหมาย 1% นั้น อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเนื่องจากขณะนี้ผู้ค้านํ้ามันได้สำรองเชิงพาณิชย์เกิน 1% อยู่แล้ว โดยสำรองอยู่ประมาณ 2% ของการจำหน่าย

ขณะที่การสำรองนํ้ามันทางยุทธ ศาสตร์ ซึ่งตามเงื่อนไขการเข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวรของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ต้องสำรองนํ้ามันในประเทศไว้ 90 วัน กรมธุรกิจพลังงานจะศึกษาความเหมาะสม จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ต่อไป

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,373 วันที่ 10-13 มิถุนายน 2561



โรงกลั่นน้ำมัน มนูญ ศิริวรรณ สต๊อกน้ำมัน ศิริ จิระพงษ์พันธ์ อธิคม เติบศิริ