‘สยามพิวรรธน์’ รุกลงทุนค้าปลีกตจว.

16 June 2018






“สยามพิวรรธน์” เปิดแผนลงทุนนอก Safe Zone ปักหมุดค้าปลีกโมเดลใหม่ “ลักชัวรี พรีเมียมเอาต์เลต” ครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีกับการลงทุนนอกกทม. ยํ้าต้องมั่นใจ ต้องมีพันธมิตรดี พร้อมชูกลยุทธ์ “Customer Engagement” เจาะเข้าถึงลูกค้า

กว่า 40 ปีที่สยามพิวรรธน์ปักหมุดลงทุนในธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยจากจุดเริ่มต้นศูนย์การค้าสยาม เซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน และไอคอนสยาม อภิมหาโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเปิด ตัวในปลายปีนี้ล้วนเป็นการสร้างให้กรุงเทพฯ เป็นเดสติเนชันด้านค้าปลีกของเมืองไทย และอาเซียน ล่าสุดการประกาศแผนลงทุนนอกพื้นที่กรุงเทพมหานคร Safe Zone ของสยามพิวรรธน์กลายเป็นอีกก้าวย่างที่ท้าทายด้วยโมเดลค้าปลีกรูปแบบใหม่ “ลักชัวรี พรีเมียมเอาต์เลต”ในภาคเหนือและภาคใต้

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ฯ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน , สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่และไอคอนสยาม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์เดินหน้าพัฒนาและลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นหลักเพราะเชื่อมั่นในศักย ภาพที่มีอยู่และจุดเด่นของบริษัทคือการลงทุนในอภิมหาโปรเจ็ก ที่เป็นเดสติเนชันของเมืองหรือของประเทศ ซึ่งโครงการต่างๆ ล้วนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นและแข็งแรง วันนี้การก้าวออกนอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวย่างสำคัญซึ่งการลงทุนครั้งนี้เพราะเชื่อมั่นว่าไปแล้วต้องเติบโต และมีความเสี่ยงน้อย และเมื่อบริษัทขาดความชำนาญในโมเดลค้าปลีกใหม่นี้ ก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบ การณ์เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร

จึงเป็นที่มาของการที่สยามพิวรรธน์ร่วมทุนกับไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป บริษัทอสังหา ริมทรัพย์ระดับโลกซึ่งมีประสบ การณ์ด้านการทำพรีเมียมเอาต์เลตมากว่า 40 ปี มีสาขา 96 แห่งทั่วโลก อาทิ Woodbury Common Premium Outlets (New York), Desert Hills Premium Outlets (Palm Springs), Las Vegas North Premium Outlets, Yeoju Premium Outlets (Seoul), Gotemba Premium Outlets (Tokyo), Johor Premium Outlets (Malaysia) เป็นต้น โดยการผนึกความร่วมมือครั้งนี้ทั้ง 2 บริษัทได้จัดทำแผนลงทุนระยะ 3 ปี โดยเตรียมใช้เงินลงทุนไม่ตํ่ากว่า 1หมื่นล้านบาทในการพัฒนาลักชัวรีพรีเมียมเอาต์
เลต ซิตี หรือเมืองแห่งลักชัวรี พรีเมียมเอาต์เลตที่รวมร้านค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ไว้ด้วยกันบนพื้นที่ 150 ไร่

“ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดินทั้งที่ภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อรวบรวมให้ได้มากกว่า 150 ไร่และนำมาพัฒนาเป็นลักชัวรี พรีเมียมเอาต์เลต ซิตีรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งแน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ต้องมีผู้สัญจรผ่านไปมานับแสนคนต่อวัน ต้องมีความสะดวกในการเดินทาง และอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว โดยการลงทุนทั้งภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดขึ้นภายใน 3 ปีนับจากนี้ และจะต้องเป็นเดสติเนชันของเมืองเมืองนั้นด้วย”

นางชฎาทิพ กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ความสำเร็จของสยามพิวรรธน์เกิดจาก Customer Engagement ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าและมีความสัมพันธ์ที่ดียาวนาน การบริหารอารมณ์ของลูกค้า จะทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกค้า เกิดประสบการณ์ที่ดีและเป็นหนึ่งในแผนการตลาดระยะยาวของบริษัทด้วย

“วันนี้สยามพิวรรธน์ไม่ได้ขายสินค้า แต่เราขายประสบการณ์ใหม่ๆ ประสบการณ์ที่แตกต่าง แต่ถึงใจกว่า”

...................................................................................

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,373 ระหว่างวันที่ 10-13 มิ.ย.61



สยามพิวรรธน์