วิเคราะห์มาเลเซียบริบทใหม่หลังเลือกตั้ง'61จับตาเปลี่ยนนโยบายศก.

5 June 2018






ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์เศรษฐกิจมาเลเซียบริบทใหม่หลังเลือกตั้ง 2561: จับตาการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจครั้งสำคัญบนปัจจัยพื้นฐานที่ยังเปราะบาง

นโยบายเศรษฐกิจที่ประกาศโดย นายมหาธีร์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย มีการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายของรัฐบาลชุดเก่าอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุนของประเทศ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ได้ประกาศยกเลิกแผนงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศมูลค่ากว่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียกับสิงคโปร์



ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การทบทวนโครงการก่อสร้าง Mega projects ซึ่งรวมถึงรถไฟความเร็วสูงระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เพิ่งถูกยกเลิกไปนั้น คงจะไม่กระทบอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของมาเลเซียในระยะสั้น ขณะเดียวกันอาจมีส่วนช่วยลดภาระทางการคลังของประเทศในระยะยาว จากปัจจัยพื้นฐานด้านฐานะการคลังของมาเลเซียที่ยังเปราะบาง ณ ขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นผลดีต่อการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศในอนาคต

ส่วนรูปแบบของนโยบายส่งเสริม FDI ที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่อปริมาณเม็ดเงิน FDI ของมาเลเซียไม่มากนัก หากพรรครัฐบาลใหม่สามารถทำให้เอกชนมั่นใจถึงความต่อเนื่องของทิศทางการดำเนินนโยบายบริหารประเทศ ซึ่งการเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติดังกล่าวจะมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพของเม็ดเงินลงทุนจริงในระยะข้างหน้าไม่ให้ชะลอลงมาก อย่างไรก็ดี ยังคงต้องจับตาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการลงทุนต่างๆที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับคนท้องถิ่นมากขึ้น



ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า อัตราการขยายตัวของ GDP มาเลเซียในปี 2561 อาจชะลอลงมาที่ร้อยละ 5.3 จากปี 2560 ที่ขยายตัวได้กว่าร้อยละ 5.9 โดยยังคงมุมมองเชิงระมัดระวัง ส่วนผลกระทบต่อตลาดการเงินของมาเลเซียนั้น ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายต่างๆในระยะข้างหน้าอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนของนักลงทุนต่างชาติ จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น ความชัดเจนทางด้านนโยบายการบริหารประเทศของมาเลเซียในระยะ 5 ปีนับจากนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว



ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มาเลเซีย วิเคราะห์เศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจ